counter

กินเต้าหู้.....สู้โรคร้าย

เรื่องเล่าเต้าหู้

เต้าหู้ก้อนแรกเกิดจากความบังเอิญที่เจ้าชายหลิวอันในราชวงศ์ฮั่นของประเทศจีน สั่งให้พ่อครัวบดถั่วเหลืองเป็นผง แล้วนำไปต้มเป็นน้ำซุป เพื่อถวายให้พระมารดาที่ประชวรหนักจนเคี้ยวอาหารไม่ได้ แต่เจ้าชายเกรงว่ารสชาดของน้ำเต้าหู้จะจืดไป จึงให้พ่อครัวเติมเกลือเพื่อปรุงรสให้กลมกล่อมขึ้น จากนั้นน้ำซุปถั่วเหลืองค่อยๆ จับตัวข้นเป็นก้อนสีขาวนุ่มๆ เมื่อพระมารดาเสวยแล้วถึงกับรับสั่งว่า “อร่อย” เจ้าชายจึงให้เหล่าพ่อครัวค้นหาสาเหตุ จึงพบว่าบางชนิดมีผลทำให้ผงถั่วเหลืองผสมน้ำเกิดการเกาะตัวขึ้นเป็นเต้าหู้ ตั้งแต่นั้นมาเต้าหู้ก้อนถูกจัดเป็นอาหารที่ทรงคุณค่าของคนจีนมามากกว่า 2000 ปี อาหารจีนมากมายหลายๆ เมนู มีเต้าหู้เป็นส่วนประกอบสำคัญ ต่อมาเต้าหู้ได้รับความนิยมและกระจายไปยังประเทศต่างๆ ทั่วเอเชีย เช่น ญี่ปุ่น เกาหลี เวียดนาม รวมถึงประเทศไทยด้วย

เต้าหู้มีประโยชน์อย่างไร

เต้าหู้ทำมาจากถั่วเหลืองที่ผ่านกระบวนการล้าง บด ต้ม แล้วคั้นเอาน้ำเต้าหู้ที่ต้มมาผสมกับสารแมกนีเซียมคลอไรด์ หรือแคลเซียมซัลเฟต เพื่อให้เกิดการจับตัว กลายเป็นเต้าหู้ก้อนที่มีหลายๆแบบ ได้แก่ เต้าหู้อ่อนหรือแบบนิ่ม เหมาะสำหรับมาทำแกงจืด ซุป หรือทำสมูทตี (Smoothie) ผสมกับผลไม้เพื่อดื่มเป็นของว่างก็ได้ หรือเต้าหู้แบบแข็งที่นำมาประกอบอาหารแทนเนื้อสัตว์ เพราะโปรตีนในเต้าหู้มีความสมบูรณ์ ทดแทนเนื้อสัตว์ได้สำหรับผู้ที่ทานมังสวิรัติ และเต้าหู้ก็ยังดีกว่าเนื้อสัตว์ตรงที่มีไขมันน้อยกว่า อีกทั้งไม่มีไขมันอิ่มตัวและคอเลสเตอรอล แต่มีใยอาหารที่ช่วยขับถ่าย ช่วยป้องกันโรคมะเร็งทางเดินอาหารได้เป็นอย่างดี ดังนั้นผู้ที่มีระดับคอเลสเตอรอลสูงและผู้ป่วยโรคหัวใจ ควรหันมาบริโภคเต้าหู้เป็นประจำเพื่อลดการบริโภคเนื้อสัตว์ลง

นอกจากนี้ในเต้าหู้ยังมีสาร “เลซิติน” ที่ช่วยในการทำงานของระบบประสาท สมอง และสายตา รวมทั้งฮอร์โมนจากพืชที่เรียกว่า “ไฟโตเอสโตรเจน” เป็นตัวช่วยเพิ่มฮอร์โมนให้กับผู้หญิงโดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่วัยทอง ช่วยป้องกันโรคมะเร็งเต้านมในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือนได้ดีมากๆ

วิธีเลือกและเก็บรักษา

ปัจจุบันจะเห็นเต้าหู้วางจำหน่ายอยู่ 2 แบบคือ แบบสดที่ซื้อที่ได้จากตลาดและแบบบรรจุห่อ หากต้องการซื้อแบบสดที่แช่อยู่ในน้ำ ควรระวังเรื่องของสารกันบูด จึงควรมีการทดสอบว่าเต้าหู้ที่ซื้อมามีสารกันบูดหรือไม่ โดยการนำเต้าหู้สดมาแช่น้ำ หากมีสีขาวขุ่นละลายออกมาจากเต้าหู้แสดงว่ามีการใส่สารกันบูด หรือจากการสังเกตสีของเต้าหู้ หากสีของเต้าหู้ไม่ขาวสม่ำเสมอกันก็อาจมีสารอื่นเจือปนอยู่ และที่สำคัญเมื่อซื้อเต้าหู้สดมาควรจะรีบนำมาปรุงอาหารทานภายใน 1-2 วัน เพราะเต้าหู้สดที่ไม่มีสารกันบูดไม่สามารถเก็บไว้ได้นาน ส่วนเต้าหู้ที่บรรจุห่อ ให้ดูวันผลิตและวันที่หมดอายุ โดยเลือกวันที่เพิ่งผลิตใหม่ และรับประทานก่อนวันหมดอายุ แต่เต้าหู้ทั้งสองแบบควรเก็บรักษาไว้ในตู้เย็นจนกว่าจะนำมาใช้

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวกับอาหารเพื่อสุขภาพ

Click here to add a comment

Leave a comment: