counter

กิน "น้ำมันหมู" ดีกว่า "น้ำมันพืช" จริงหรือ?

น้ำมันหมู กับ น้ำมันพืช อะไรดีกว่ากัน

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับเรื่องของ “น้ำมัน” ที่เราบริโภคกันอยู่ทุกวันนี้มีมากเหลือเกิน กลุ่มคนรักสุขภาพบางรายถึงกับเลี่ยงอาหารที่ใช้น้ำมันไปเลย เพราะต่างถกเถียงกันระหว่าง น้ำมันหมู กับ น้ำมันพืช อะไรดีกว่ากัน หรือบ้างว่าน้ำมันพืชส่งผลร้ายแรงต่อสุขภาพ อีกส่วนก็ว่าน้ำมันจากสัตว์เท่านั้นที่ส่งผลร้าย ความจริงคือ...“กระบวนการผลิตของน้ำมันต่างหากที่ส่งผลต่อร่างกาย”

ศึกน้ำมันหมู vs. น้ำมันพืช อันไหนดีกว่ากัน

ก่อนที่จะตัดสินว่า น้ำมันหมู กับ น้ำมันพืช อะไรดีกว่ากัน....ความจริงที่ควรรู้คือ...ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันชนิดไหนก็ตาม...มีประโยชน์และโทษต่างกัน อีกทั้งในปริมาณ 1 กรัมของน้ำมันพืชกับน้ำมันสัตว์มีแคลอรีเท่ากันคือ 9 กรัม ที่ต่างกันคือ น้ำมันพืชมี “กรดไขมันไม่อิ่มตัว” ส่วนในน้ำมันสัตว์มี “กรดไขมันอิ่มตัว” นอกจากนี้โทษของน้ำมันทั้งสองก็ต่างกันอีกด้วย

ไขข้อสงสัย...น้ำมันหมู กับ น้ำมันพืช อะไรดีกว่ากัน

ในส่วนของน้ำมันพืชเมื่อเข้าสู่ร่างกายในอุณหภูมิ 37 องศา จะกลายสภาพเป็นของข้นเหนียวคล้ายกาว ยึดเกาะติดลำคอลุกลามไปถึงลำไส้ใหญ่ และเกาะติดแน่นจนกากใย หรือน้ำก็ไม่สามารถชะล้างออกได้ สังเกตได้จากการใช้น้ำมันพืชในการประกอบอาหาร เวลาที่น้ำมันพืชกระเด็นไปโดนผนังห้องครัวของท่าน ก็จะฝังรอยลึกทำความสะอาดยากเย็น

น้ำมันพืช

ในขณะที่น้ำมันหมูหากกระเด็นไปแล้วก็ไหลลื่นเช็ดทำความสะอาดได้ง่ายดายกว่า ที่เปรียบเทียบแบบนี้เพราะร่างกายของคนเราเมื่อรับน้ำมันพืชในปริมาณมากๆ โดยเฉพาะน้ำมันที่ใช้ไฟแรงมาก รวมถึงน้ำมันเก่า ก็จะฝังรอยลึกเกาะติดลำไส้ของเราไปนานจนทำให้เกิดโรคเกี่ยวกับลำไส้ และระบบทางเดินอาหาร

หากนี่เป็นข้อเสียของน้ำมันพืช ก็ต้องยอมรับว่าข้อเสียของน้ำมันสัตว์ก็ร้ายแรงไม่แพ้กัน นั่นคือทำให้คอเลสเตอรอลพุ่งสูงขึ้น ตามด้วยโรคไขมันอุดตันในเส้นเลือดเพราะไขมันอิ่มตัวในน้ำมันสัตว์ คือไขมันเลวที่ร่างกายไม่ต้องการนั่นเอง

ควรเลือกน้ำมันทําอาหารอะไร ที่ดีที่สุด

รู้ถึงโทษของน้ำมันทั้ง 2 ชนิดไปแล้ว ก็เกิดข้อสงสัยว่าสรุปผู้บริโภคอย่างเราๆ ท่านๆ จะเลือกบริโภคน้ำมันอะไรดี จึงจะปลอดภัย และได้สุขภาพที่ดี ก่อนอื่นเหนือสิ่งอื่นใดคือผู้บริโภคจำเป็นต้องใส่ใจในผลิตภัณฑ์แต่ละชนิด ไม่ถึงกับต้องลึกซึ้ง ขอเพียงรู้ถึงกรรมวิธีในการผลิต โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “น้ำมันปาล์ม” ที่มีฟอกสีให้ใส ใส่กลิ่น ใส่สารเติมแต่งและสารกันบูด ซึ่งไม่ดีแน่ ถ้าร่างกายได้รับในปริมาณมาก ส่วน “น้ำมันหมู” แม้จะไม่ได้ฟอกสี แต่งกลิ่น แต่หากบริโภคมากเกินไปก็จะทำให้เกิดไขมันเลวสะสมในร่างกาย ตามมาด้วยโรคภัยแสนโหดอย่างเช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดหัวใจตีบ และยังทำให้คอเลสเตอรอลในเลือดสูงอีกด้วย

ทางเลือกใหม่ที่ดีกว่าคือ “น้ำมันที่สกัดจากธรรมชาติ” ซึ่งใช้กรรมวิธีที่ปลอดสารพิษ โดยเฉพาะน้ำมันที่มีคุณค่าทางสารอาหารอย่าง “น้ำมันมะกอก” และ “น้ำมันมะพร้าว” ถึงแม้ราคาจะค่อนข้างสูง แต่ก็ถือว่าคุ้มถ้าดีต่อสุขภาพ และตามมาด้วยประโยชน์ที่ดีต่อร่างกาย

น้ำมันมะพร้าวลดความอ้วน

ว่ากันว่าน้ำมันมะพร้าวเป็นอาหารที่ช่วยในการย่อย ดีต่อระบบขับถ่าย ช่วยล้างสารพิษในร่างกาย ส่วนน้ำมันมะกอกนั้นช่วยในเรื่องของการชะลอวัย เนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระสูง ทั้งยังมีวิตามินอีที่ช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื่น

จากข้อสงสัยระหว่างน้ำมันหมู กับ น้ำมันพืช อะไรดีกว่ากันนั้น อาจสรุปได้ว่า ไม่ว่าจะเป็นน้ำมันอะไร หากบริโภคมากเกินไปก็จะส่งผลร้ายต่อร่างกายทั้งสิ้น ทางออกที่ดีคือการบริโภคน้ำมันแต่ละชนิดอย่างพอดี พอเหมาะ และกินอย่างพอเพียง....เพียงแค่นี้ เราก็จะมีสุขภาพดีกันแล้วละค่ะ

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวกับไขปัญหาสุขภาพ

น้ำตาล น้ำผึ้ง

ทดแทน "น้ำตาล" ด้วย "น้ำผึ้ง" …ดีจริงหรือ?