hit tracker กิน “ไข่ดิบ” เพื่อสุขภาพ ดีจริงหรือ? • สุขภาพดี

กิน “ไข่ดิบ” เพื่อสุขภาพ ดีจริงหรือ?

ไข่ดิบ-ประโยชน์ โทษ

ไข่” เป็นอาหารที่หาง่าย ราคาถูก เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดีที่สามารถหาซื้อได้ทั่วไป ในคนปกติทั่วไปเวลารับประทานไข่ ไข่นั้นมักถูกนำมาปรุงสุก แต่ทว่าในกลุ่มนักเพาะกายบางคนรับประทานไข่ดิบเพราะคิดว่าสามารถเพิ่มขนาดกล้ามเนื้อได้ง่ายและรวดเร็วกว่า บางท่านเชื่อว่าช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพทางเพศอีกด้วย จริงๆ แล้วการทานไข่ดิบๆ นั้นมีประโยชน์หรือโทษอย่างไร มาดูกันค่ะ

กินไข่ดิบมีโทษ อันตรายหรือไม่?

สำหรับใครที่ชอบทานไข่ดิบเป็นประจำนั้น ขอบอกว่าการทานไข่ดิบมีโทษต่อร่างกายมากกว่าประโยชน์ดังนี้ค่ะ

1. ในไข่ดิบมีสารชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า สารอะวิดิน สารนี้จะอยู่ในไข่ขาว เมื่อรับประทานเข้าไปสารอะวิดินจะไปจับกับไบโอติน ซึ่งเป็นวิตามินชนิดหนึ่งที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย จึงทำให้ร่างกายสูญเสียวิตามินในส่วนนี้ไป แต่อะวิดินจะถูกทำลายเมื่อโดนความร้อน ดังนั้นทำให้สุกก่อนรับประทานจะดีกว่า

2. ไข่ดิบนั้นค่อนข้างลื่นมาก เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วจะเคลื่อนที่ผ่านกระเพราะอาหารและลำไส้รวดเร็วมากๆ จนไม่สามารถดูดซึมสารอาหารได้ทัน นอกจากนี้ไข่ดิบยังรบกวนการทำงานของกระเพาะอาหารด้วย

3. หากไข่มีเชื้อโรคและถูกรับประทานแบบดิบๆ เชื้อโรคนั้นสามารถติดต่อเข้าสู่ร่างกายได้

4. สารอะวิดิน หากร่างกายได้รับในปริมาณมากติดต่อกันเป็นระยะเวลานานๆ อาจจะทำให้ร่างกายอ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ปวดตามกล้ามเนื้อและอาจจะมีเชื้อโรคอันตรายที่ทำให้ตับและเยื่อหุ้มสมองอักเสบอีกด้วย

5. การรับประทานไข่ขาวดิบจะลดการดูดซึมของวิตามินบี 2 และลดการย่อยโปรตีน

ไข่ดิบ กี่แคลลอรี่?

สำหรับไข่ 1 ฟองให้พลังงานประมาณ 70-90 กิโลแคลอรี่ โดยไข่แดงมีปริมาณแคลอรี่สูงเกือบๆ 90% ของพลังงานทั้งหมด ส่วนไข่ขาวให้พลังงานต่ำมาก สารอาหารส่วนใหญ่ในไข่คือโปรตีนและไขมัน รองลงมาเป็นวิตามินและแร่ธาตุ

ไข่ดิบมีประโยชน์อย่างไร?

หากพูดถึงในแง่ของการรับประทาน ไข่ดิบมีโทษมากกว่าประโยชน์อย่างมาก ดังนั้นขอแนะนำให้รับประทานแบบปรุงสุกแล้วจะดีกว่า แต่หากพูดในเรื่องความสวยความงาม ไข่ดิบนั้นมีประโยชน์มากค่ะ โดยไข่แบบดิบๆนั้นสามารถนำมาทำมาร์คพอกหน้าได้หลายสูตร ช่วยให้หน้าใสไร้สิว เต่งตึงกระชับเหมือนผิวเด็ก ทั้งยังช่วยลดฝ้ากระ จุดด่างดำ นอกจากนี้ยังนำมาครีมหมักผมได้อีกด้วย ช่วยให้ผมนุ่มสลวย ดกดำเงางาม รากผมแข็งแรงไม่ร่วงหลุดง่ายค่ะ

ไข่ดิบอยู่ได้กี่วัน?

หากไม่ได้เก็บในตู้เย็น ไข่ดิบสามารถอยู่ได้ราวๆ 25-30 วัน ถ้าไม่มีรอยบุบร้าวที่เปลือกไข่สามารถเก็บได้นานกว่านั้นเล็กน้อย สำหรับใครที่มีไข่ที่อายุการเก็บหลายวันแล้วกังวลว่ากลัวจะเสีย ก่อนนำมารับประทานหากมีอะไรติดไข่ควรล้างทำความสะอาดก่อน จากนั้นให้ตอกไข่ใส่ถ้วยดู หากมีกลิ่นหรือสีผิดปกติก็ควรทิ้งไม่ควรนำมาใช้ค่ะ

วิธีเก็บไข่ดิบให้อยู่ได้นาน?

1. นำน้ำพืชมาทาที่เปลือกไข่บางๆ กันอากาศเข้าไปจะช่วยยืดอายุไข่ได้หลายวันขึ้น

2. หากเพิ่งซื้อไข่มา จะสังเกตเห็นเมือกหรือนวลที่เกาะอยู่ตามเปลือกไข่ อย่าล้างน้ำเพราะเมือกที่ว่านี้ช่วยเคลือบไข่ไม่ให้อากาศหรือจุลินทรีย์เข้าไป หากล้างแล้วเปลือกไข่ที่มีรูพรุนนี้จะถูกอากาศและจุลินทรีย์เข้าไปอย่างง่ายดาย ทำให้ไข่เสียเร็ว

3. เก็บไข่ดิบไว้ในตู้เย็น โดยพลิกไข่ด้านป้านขึ้นบน เนื่องจากด้านป้านจะมีฟองอากาศอยู่ ทำให้ไข่แดงไม่แตกง่าย จึงเก็บไว้ได้นาน

4. ถ้าไข่ฟองไหนมีรอยแตกร้าว ไม่ควรเก็บไว้แบบนั้นเพราะเชื้อโรคต่างๆ จะเข้าไปปนเปื้อนไข่ได้ ควรตอกเก็บใส่ภาชนะที่แห้งสะอาด ปิดฝาให้มิดชิดแล้วนำไปเก็บไว้ในตู้เย็น

 5. การเก็บไข้ในตู้เย็น ควรใส่ในช่องสำหรับวางไข่เพื่อป้องกันการกระทบกระเทือน

เคล็ดลับวิธีการเลือกซื้อไข่

1.ไม่ควรซื้อไข่ในฤดูร้อนมาเก็บไว้ในปริมาณมากๆ เพราะอากาศร้อนทำให้แม่ไก่เผาผลาญพลังงานมากขึ้นจนไข่ที่ออกมีเปลือกที่บางกว่าฤดูอื่นๆ และเปลือกบางๆ นี้เองทำให้อากาศและจุลินทรีย์เข้าไปในไข่ได้ง่ายกว่าปกติจึงเป็นสาเหตุที่ทำให้เน่าเสียง่ายนั่นเอง

2. เลือกซื้อไข่กลม สำหรับไข่ในราคา และขนาที่เท่ากัน ให้เลือกไข่ที่มีลักษณะกลมมากกว่าไข่รีๆ เนื่องจากมีปริมาณไข่มากกว่า คุ้มค่ากว่า

วิธีเลือกซื้อไข่

3. ควรเลือกซื้อไข่ใหม่ โดยสังเกตที่เปลือก ไข่ใหม่จะมีนวลเกาะเปลือก เวลาจับจะให้ความรู้สึกสากมือ นวลนี้จะช่วยปกป้องไข่ให้มีอายุการเก็บรักษานานขึ้น ส่วนไข่เก่าเวลาจับจะรู้สึกมันลื่นเพราะไม่มีนวลเกาะอยู่

4. ก่อนซื้อให้ลองเขย่าเบาๆ ไข่สดใหม่จะมีน้ำหนักดี เขย่าแล้วไม่รู้สึกคลอนๆ

สำหรับใครที่สงสัยเรื่องการรับประทานไข่ดิบ คงจะทราบกันแล้วว่าไข่ดิบให้โทษต่อร่างกายมากกว่าประโยชน์ แม้ไข่จะอุดมไปด้วยสารอาหารที่ดีต่อร่างกายแต่ถ้าหากรับประทานแบบผิดผิดย่อมไม่เกิดประโยชน์อะไร ดังนั้นควรรับประทานไข่ที่ปรุงสุกแล้วจะดีที่สุด ร่างกายดูดซึมสารอาหารไปใช้ได้เต็มที่ ไม่เสี่ยงต่อการติดเชื้อโรคที่ปนเปื้อนมาในไข่อีกด้วย