counter

ดอกไม้กินได้” สวย...อร่อย...มีประโยชน์

ดอกไม้กินได้

นอกจากดอกไม้จะใช้ประดับตกแต่งเพื่อความสวยงาม หรือมอบให้คนที่รักในวันสำคัญตามโอกาสต่างๆ แล้วดอกไม้บางชนิดนั้นยังจัดว่าเป็น “อาหาร” ได้ด้วยเหมือนกัน ไม่ว่าจะเป็นต้ม ผัด แกง ทอด ก็ได้หมด ส่วนดอกไม้ที่กินได้ มีดอกอะไรกันบ้าง ไปดูกันเลยค่ะ...

“ดอกไม้กินได้” สมุนไพรชั้นเยี่ยมเพื่อสุขภาพ

ดอกไม้บางชนิดที่กินได้และมีสีสันสวยงาม นำมาประดับตกแต่งจานอาหารหรือเป็นเครื่องเคียงมักเห็นได้บ่อยในอาหารฟิวชั่นที่มีการจัดจานด้วยดอกไม้สีสันสดใส และในสมัยโบราณดอกไม้บางชนิดทำหน้าที่เหมือนพืชผักที่เหมาะจะนำไปต้มยำทำแกง และจัดว่าเป็นยาที่มีสรรพคุณคล้ายสมุนไพรเลยทีเดียว

ก่อนที่จะทราบว่าดอกไม้อะไรสามารถนำมากินได้บ้าง ต้องขออธิบายก่อนว่า “ดอก” ของพืชบางชนิดถูกจัดว่าเป็นผักชนิดหนึ่งเหมือนกัน เช่น ดอกกะหล่ำ ดอกบร็อคโคลี และดอกกุยช่าย ส่วนดอกไม้ประดับที่สามารถนำมาประกอบอาหารได้ก็จะต้องเป็นดอกที่ไม่มียาง หรือไม่มีพิษ ส่วนใหญ่เป็นดอกไม้ที่มีรสเย็น และกลิ่นหอมอ่อนๆ เช่น ดอกเก๊กฮวย ดอกอัญชัน ดอกกุหลาบ ดอกเข็ม ดอกเฟื่องฟ้า เป็นต้น และยังมีดอกไม้อีกมากที่สามารถนำมากินได้

ดอกไม้ต้านมะเร็ง

ในดอกไม้แทบทุกชนิดมี “สารต้านอนุมูลอิสระ” ซึ่งเป็นสารที่ช่วยยับยั้งเซลล์มะเร็ง และช่วยชะลอความเสื่อมของร่างกายได้ นี่ยังไม่นับไปถึงแร่ธาตุ วิตามิน และสารบางชนิดที่มีเฉพาะในดอกไม้เท่านั้น ซึ่งมีสรรพคุณแตกต่างกัน นำมาใช้บำรุงรักษาโรคและอาการต่างๆ ได้ตามฉบับแพทย์แผนโบราณ ยกตัวอย่างเช่น “หัวปลี” ที่จัดว่าเป็นดอกของต้นกล้วย ซึ่งมีสรรพคุณที่น่ามหัศจรรย์ในการรักษาโรคเบาหวาน ช่วยห้ามเลือด ต้านมะเร็งเนื้อร้าย และยังช่วยบำรุงน้ำนมให้กับหญิงมีบุตรที่ให้นมบุตรยากด้วย และดอกแค ที่นิยมนำมาทำแกงส้มดอกแคนั้นก็มีประโยชน์ตามฉบับแพทย์แผนโบราณที่ช่วยขับลม แก้ปวดท้อง แก้อักเสบ และช่วยยับยั้งมะเร็งได้ด้วยเช่นกัน

“ดอกไม้” กับอาหารเป็นของคู่กัน

ที่ว่าดอกไม้กับอาหารเป็นของคู่กันนั้นก็เพราะว่าจริงๆ แล้วดอกไม้กินได้ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไร เพราะอาหารไทยที่เราคุ้นเคยกันดีโดยเฉพาะเมนูที่มีสีสันสวยงาม หรือขนมไทยชาววังสีหวานพาสเทลที่เราเห็นกันก็ล้วนแล้วแต่เป็นสีจากธรรมชาติหรือจะพูดให้ถูกก็คือเป็นสีจากดอกไม้นั่นเอง ยกตัวอย่างเช่น สีชมพู จากดอกเฟื่องฟ้า สีชมพูโอรสจากดอกกุหลาบ สีฟ้าจากดอกอัญชัน (ใส่ให้เข้มข้นหน่อยก็จะได้สีม่วง) สีเหลืองจากขมิ้น สีส้มจากดอกคำฝอย และสีแดงจากดอกกระเจี๊ยบ นอกจากดอกไม้จะช่วยเพิ่มสีสันให้อาหารสวยงามแล้วยังเป็นสารเพิ่มกลิ่นจากธรรมชาติที่ทำให้อาหารเมนูเฉพาะนั้นมีเสน่ห์มากขึ้น เช่น ข้าวแช่ เมนูชาววังที่เป็นของคาวแต่เย็นชื่นใจ แถมยังหอมน้ำดอกมะลิอีกด้วย คนไทยสมัยโบราณก็จะใช้มะลิอบกับข้าวสวยให้หอมเช่นเดียวกับข้าวแช่ด้วยเหมือนกัน

ดอกไม้กินได้ที่แนะนำว่า”ต้องลอง”

ดอกเข็ม จัดว่าเป็นดอกไม้ที่กินได้ทั้งดอกสดๆ หรือจะนำไปต้ม ทอดก็ได้ ความพิเศษของดอกเข็มคือเกสรที่มีรสหวานเย็นชื่นใจ สรรพคุณของดอกเข็มคือเป็นพืชรสเย็น แก้ร้อนใน ช่วยขับพิษ แก้ท้องเสีย อาหารเป็นพิษ และช่วยต้านมะเร็ง ว่ากันว่าเกสรของดอกเข็มช่วยให้ชุ่มคอ และขับเสมหะ นิยมนำมาชุบแป้งทอด หรือจิ้มน้ำพริกกิน

ดอกกุหลาบ มีกลิ่นหอมที่ช่วยให้รู้สึกผ่อนคลาย น้ำดอกกุหลาบเป็นที่รู้กันว่าช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด แก้ปวดประจำเดือน ดอกกุหลาบอบแห้งสามารถนำมาทำเป็น “ชาดอกกุหลาบ” ได้ซึ่งมีสรรพคุณช่วยลดกลิ่นตัว ขับเหงื่อ ขับสารพิษ และเป็นยาระบายอ่อนๆ

ชากุหลาบ

ดอกโสน (ดอกไม้กินได้) จัดว่ามีรสชาติและรสสัมผัสที่คล้ายผักมากที่สุด มีรสจืดเย็น ช่วยดับร้อน ขับพิษ แก้ไข้หวัด แก้ร้อนในกระหายน้ำ เป็นดอกไม้ที่อุดมไปด้วยวิตามินบี และมีแคลเซียมสูง อีกทั้งยังช่วยต้านเซลล์มะเร็ง ช่วยชะลอวัย รสชาติอ่อนละมุน กินง่าย และเข้ากับอาหารไทยได้ดี นิยมนำมาจิ้มน้ำพริก หรือใส่ในแกง นำมาทำชาก็ได้เพราะมีกลิ่นหอมอ่อนๆ ทำให้รู้สึกสดชื่น นำมาทำขนมไทยก็ได้อีกเช่นกัน

“เมนูดอกไม้ทอด” สวย...กรอบ...อร่อย

เมนูดอกไม้ยอดฮิตที่โดนใจคนทุกวัยอย่าง “ดอกไม้ทอด” จริงๆ แล้วทำไม่ยาก อีกทั้งยังสนุกไปกับความกรอบอร่อยของดอกไม้หลากหลายชนิด จิ้มน้ำจิ้มไก้ น้ำจิ้มบ๊วย หรือจะประยุกต์ไปจิ้มกับซอส หรือน้ำจิ้มซีฟู้ดก็ยังได้…

การทำดอกไม้ทอดนั้นต้องเก็บดอกไม้มาล้างให้สะอาดเสียก่อน และควรระวังเรื่องสารเคมี เช่น ยาฆ่าแมลงในดอกไม้ด้วย ดอกไม้ที่นิยมนำมาชุบแป้งทอด ได้แก่ ดอกเข็ม ดอกเฟื่องฟ้า ดอกกุหลาบ ดอกอัญชัน ดอกเล็บมือนาง ดอกดาวเรือง ดอกพวงชมพู ดอกโสน ดอกสะเดา ดอกดาหลา ดอกชบา และดอกลีลาวดี (เฉพาะกลีบ ระวังอย่าให้ติดยางเพราะยางมีพิษ) ดอกไม้เหล่านี้นำมาทอดได้ มีความบางกรอบ ให้สีสันสดใส และรูปร่างที่สวยงาม วิธีทอดก็เหมือนกับการทำกุ้งเทมปูระ คือคัดดอก หรือกลีบดอกที่ล้างมาจนสะอาดนำมาชุบแป้งที่ผสมเกลือเล็กน้อยแล้วทอดจนเหลืองทองกรอบ แล้วจัดใส่จานให้สวยงาม กินคู่กับน้ำจิ้มได้ตามชอบอย่างที่กล่าวไว้ข้างต้น

ดอกไม้กับเครื่องดื่ม ชื่นใจ...ได้ประโยชน์

เครื่องดื่มหอมๆ ได้ประโยชน์ที่ทำจากดอกไม้ก็มีอยู่มาก เช่น น้ำเก๊กฮวยหอมหวานชื่นใจ ดับร้อน ดับกระหาย โดยดอกเก๊กฮวยเพียงนำมาต้มน้ำ ก็จะได้เครื่องดื่มหอมๆ แบบนี้มาดื่มคลายร้อน หรือจะเป็นเครื่องดื่มประเภท “ชาดอกไม้” ที่สามารถดื่มได้ทั้งร้อนและเย็น แบบเย็นทำเป็นเมนู Ice Tea แบบชามะนาว แช่ดอกไม้หอมๆ ที่คุณชื่นชอบ แล้วผสมน้ำมะนาว น้ำเชื่อม หรือน้ำผึ้งได้ตามต้องการ หากเป็นชาดอกไม้เย็นๆ แนะนำเป็นชามะลิ ชาลาเวนเดอร์ และชาดอกกระดังงา จะหอมเย็นชื่นอกชื่นใจเป็นอย่างมาก

ส่วนใครที่อยากได้สุขภาพและหุ่นสวยๆ แนะนำชาร้อน โดยเฉพาะชาดอกกุหลาบที่ช่วยขับเหงื่อ และกระตุ้นการขับถ่าย เป็นเครื่องดื่มสลายไขมัน และยังกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดจึงช่วยบำรุงผิวให้ดูมีเลือดฝาด นอกจากนี้ชาดอกไม้ยังช่วยลดกลิ่นตัว เนื่องจากน้ำดอกไม้ที่ดื่มเข้าไปจะถูกขับออกมาทางปัสสาวะและเหงื่อ ทำให้มีกลิ่นหอม และนอกจากนี้ดอกไม้สีสวยอย่าง “ดอกอัญชัน” เมื่อนำไปทำเครื่องดื่มจะได้สีสันที่ดูแปลกตา เป็นที่ถูกใจของใครหลายๆ คน โดยเฉพาะเครื่องดื่ม “อัญชันมะนาว” ที่ให้สีม่วงอมแดงชวนพิศวง หรือจะเป็นเครื่องดื่ม “อัญชันใบเตย” ที่ให้สีฟ้าครามดั่งน้ำทะเล แถมให้รสหวานหอมดื่มเย็นๆ ดับกระหายสดชื่นไปทั้งวัน

เรื่องน่ารู้ก่อนกิน “ดอกไม้”

รู้ถึงคุณประโยชน์และสีสันที่สวยงามของดอกไม้กินได้แล้ว เชื่อว่าหลายคนอยากหามาทำกินบ้าง แต่ก่อนอื่นจะต้องคำนึงด้วยว่าดอกไม้บางชนิดนั้นมีพิษและอาจทำให้ถึงตายได้ เช่น “ดอกลีลาวดี” ดอกไม้สีขาวสวยมีกลิ่นหอมนั่นไม่อันตราย สามารถนำกลีบมาชุบแป้งทอดได้ แต่ยางจากต้นของมันมีพิษร้ายแรงที่ทำให้เป็นอัมพาตได้ หากสะสมในร่างกายมากๆ อาจถึงตายได้ จึงอยากจะเตือนว่าหากเลือกดอกลีลาวดีมาตกแต่งจานอาหารให้สวยงาม หรือนำมาทำดอกไม้ทอดก็ต้องล้างให้สะอาดเสียก่อน ระวังอย่าให้โดนยางสีขาวข้นของมันเป็นอันขาด

นอกจากนี้ดอกไม้อันตรายที่นำมากินไม่ได้ก็คือ ดอกชวนชม ดอกยี่โถ ดอกบานบุรีสีเหลือง ดอกรำเพย และดอกพญาสัตบรรณ เพราะดอกไม้เหล่านี้มีพิษในกลุ่มคาร์ดิแอคกลัยโคไซด์ ซึ่งมีผลกระตุ้นการเต้นของหัวใจ ทำให้ท้องไส้ปั่นป่วน อาเจียน ท้องเสีย เมื่อพิษเข้าสู้เส้นเลือดอาจถึงตายได้

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวกับดอกไม้น่ารู้...คู่สุขภาพดี