counter

ดื่มชา ดับกระหาย สลายโรค

จากเศษใบไม้ธรรมดาที่บังเอิญปลิวหล่นลงมาในกาต้มน้ำของจักรพรรดิเฉินหลงแห่งประเทศจีนเมื่อกว่า 5000 ปีก่อน ด้วยรสชาติและกลิ่นหอมของใบไม้ที่ผ่านการต้มนั้น ได้กลายเป็นจุดกำเนิดของชาและเป็นการเริ่มต้นของวัฒนธรรมการดื่มชา ก่อนที่ชาจะถูกพัฒนามาเป็นเครื่องดื่มยอดนิยมของคนทั่วโลกในปัจจุบัน

เหตุผลในการดื่มชา

การดื่มชาไม่เพียงเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันของผู้คนในปัจจุบัน แต่การดื่มชาของคนบางประเทศยังแฝงไปด้วยความหมายทางศิลปะ เช่น พิธีชงชาของชาวญี่ปุ่น ซึ่งสะท้อนถึงวิถีชีวิตอันเรียบง่ายตามความเชื่อของปรัชญาเซน

ส่วนในบ้านเราดื่มชาเพื่อให้ความอบอุ่นแก่ร่างกายในเขตหนาว และเป็นเครื่องดื่มดับร้อน แก้กระหายในช่วงอากาศร้อนๆ ต่อมามีการดัดแปลงเพิ่มรสชาติมากมายหลายรส จึงไม่แปลกใจว่าประเทศไทยมีพื้นที่ปลูกชามากเป็นอันดับ 14 ของโลก (จากการสำรวจเมื่อ พ.ศ. 2546) โดยพื้นที่ปลูกชาส่วนใหญ่อยู่ในเขตภาคเหนือที่มีอากาศเย็น โดยเฉพาะในจังหวัดเชียงราย

ประเภทชาจำแนกตามกรรมวิธีผลิต

ชาที่มีจำหน่ายในท้องตลาดปัจจุบันสามารถจำแนกเป็นกลุ่มตามกรรมวิธีการผลิตเป็น 3 กลุ่มดังนี้

1 ชาเขียว (green tea) เป็นชาที่ได้จากยอดใบชา หรือบางคนเรียกว่า ชาญี่ปุ่น เป็นชาที่ผ่านการอบแห้งโดยไม่ผ่านกระบวนการหมัก จึงทำให้ใบชาที่อบแห้งมีสีเขียวเข้มหรือเขียวอมเหลือง จึงเป็นที่มาของชื่อเรียก ชาเขียว ซึ่งมีมีรสฝาด ไม่มีกลิ่น จึงมีการแต่งกลิ่นเพื่อให้น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น โดยชาเขียวมีประโยชน์ต่อสุขภาพและมีคุณสมบัติในการต้านทานโรคได้นานาชนิดจึงเป็นที่นิยมของคนส่วนใหญ่

ชาจีน (red tea ; Oolong tea) เป็นชาแรกเริ่มที่คนไทยลิ้มลองและคุ้นเคยที่สุด หลังจากการเก็บยอดใบชาแล้วนำไปผ่านกระบวนการหมักในระยะสั้นๆทำให้มีรสฝาดและเข้มกว่าชาเขียว น้ำชามีสีแดงเข้ม เชื่อกันว่าชาจีนที่ดีควรเป็นชาที่เก็บจากภูเขาสูงและเป็นชาที่เก็บในช่วงฤดูหนาว เพราะถือเป็นชาชั้นยอดและ มีกลิ่นหอมพิเศษ

ชาหมัก หรือชาฝรั่ง (black tea) เป็นชาที่มีรสชาติเข้มข้นมาก เนื่องจากผ่านกระบวนการหมักอย่างเต็มที่ จึงเป็นที่นิยมนำชาชนิดนี้ไปแต่งกลิ่นแต่งรสเพิ่มขึ้น ทำให้ได้รสชาติที่อร่อย ดื่มง่าย มีให้เลือกหลายรส หลายกลิ่น โดยชาชนิดนี้เป็นที่นิยมมากในแถบยุโรป

ประโยชน์จากการดื่มชา

ชา” นอกจากจะเป็นเครื่องดื่มแก้กระหาย แก้ง่วงแล้ว ยังมีประโยชน์ในการต้านโรคได้ดีอีกด้วย เพราะในใบชามีสาร แทนนิน ที่มีฤทธิ์ทางยาที่สำคัญ ช่วยต้านอนุมูลอิสระที่เกิดขึ้นภายในเซลล์ของร่างกาย ต้านการอักเสบ ต้านเชื้อจุลินทรีย์ในสำไส้ ป้องกันตับจากสารพิษและโรคอื่นๆ อีกมากมายที่เกิดจากอนุมูลอิสระ

จากการวิจัยพบว่าชาเป็นเครื่องดื่มที่มีธาตุอาหารหลายชนิดที่ช่วยบำรุงร่างกายให้มีสุขภาพดี ช่วยกระตุ้นให้ระบบประสาทและร่างกายทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ เพราะในใบชามีสารคาเฟอีน ช่วยกระตุ้นระบบประสาทกลางและระบบหมุนเวียนโลหิต มีอิทธิพลต่อกระบวนการเมตาบอลิซึมของเซลล์ภายในร่างกาย ใช้ผสมยาแก้ปวด รักษาโรคไมเกรน เพื่อเพิ่มฤทธิ์ในการรักษา และให้ยาออกฤทธิ์ได้นานขึ้น

สำหรับชาจีนสามารถควบคุมการเกิดโรคอ้วนได้ดี มีฤทธิ์ต้านจุลชีพ ช่วยฆ่าเชื้อโรค ลดการอักเสบ สมานแผล ขับและชำระสารพิษในร่างกาย เพราะในใบชามีสารพอลิฟีนอล สามารถฆ่าเชื้อแบคทีเรียในลำไส้ใหญ่ได้

คนญี่ปุ่นเชื่อว่าการดื่มชาเขียวจะช่วยลดการเกิดโรคมะเร็งในกระเพาะอาหาร มีฤทธิ์ช่วยต้านอนุมูลอิสระและเสริมสุขภาพ โดยเฉพาะชาเขียวมีวิตามินซี วิตามินบีรวม และกรดแพนโธเทนิก รวมทั้งวิตามินบี ช่วยให้หลอดเลือดมีการซึมผ่านได้ดีขึ้น ช่วยไม่ให้เส้นเลือดแข็งตัวง่าย กรดแพนโธเทนิกในชา ช่วยให้ผิวหนังชุ่มชื้น วิตามินบี 1ช่วยส่งเสริมการเจริญเติบโตของเม็ดเลือด วิตามินบี 2 ช่วยลดการอักเสบชาช่วยแก้กระหายและช่วยในการย่อยอาหาร

ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่าชาจะมีประโยชน์ต่อร่างกายมากมายขนาดนี้ แต่เอ….การดื่มชาจะเกิดโทษต่อร่างกายด้วยหรือเปล่านะ…อยากรู้จัง???

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องน่ารู้...เกี่ยวกับชา

Click here to add a comment

Leave a comment: