counter

ดื่มปัสสาวะตัวเอง

รักษาโรคได้จริงเหรอ?

เป็นความเชื่อที่พอได้ยินเป็นต้องร้องยี้...กับการต้องมาดื่มน้ำปัสสาวะตัวเอง แต่สำหรับคนที่เป็นโรคร้ายแรงแล้วละก็ อะไรที่ว่าดี...สามารถช่วยรักษาโรคให้หายได้ หรือแค่ทำให้อาการดีขึ้น แม้แต่จะเป็นการดื่มปัสสาวะก็คงต้องยอมทำทั้งนั้น...แต่ทว่าเมื่อดื่มปัสสาวะไปแล้วนั้นจะช่วยรักษาโรคให้หายได้จริงเหรอ?

ของเหลวที่เรียกว่าปัสสาวะ

ปัสสาวะคือของเหลวที่ขับถ่ายออกมาจากร่างกาย จะมีความเป็นกรด มีสีแตกต่างกันขึ้นอยู่กับภาวะร่างกายของแต่ละคน ซึ่งน้ำปัสสาวะไม่ได้มีพิษภัยอันตรายร้ายแรงอะไร ทั้งยังสามารถสกัดมาเป็นน้ำดื่มได้ แต่หากโดนผิวหนังหรือเข้าตาก็อาจทำให้ระคายเคือง ในปัสสาวะมีสารที่สะสมที่เป็นของเสียมากมายที่ต้องกำจัดออกจากกระแสเลือด ไม่เช่นนั้นจะทำให้เกิดโรคต่างๆ ได้ จึงไม่ควรกลั้นปัสสาวะ หากพบว่ามีความผิดปกติของปริมาณ สี และกลิ่นต้องรีบพบแพทย์

สีของปัสสาวะบอกโรคได้

มีวิธีการสังเกตความผิดปกติของร่างกายในเบื้องต้นได้จากสีของปัสสาวะ ว่าสีที่เปลี่ยนไปนั้นบ่งบอกอะไรได้บ้าง ซึ่งปกติจะมีสีเหลืองอ่อน แต่หากมีสีเหลืองเข้มขึ้นบอกได้เลยว่าดื่มน้ำน้อยทำให้มีของเสียปนมากับน้ำปัสสาวะ หากมีสีเหลืองอำพันแดงเกิดจากเม็ดเลือดแดงในเส้นเลือดแตก...หากมีสีเหลืองเขียวระวังว่าจะเป็นโรคเกี่ยวกับตับหรือท่อน้ำดี...สีแดงอาจเกิดจากนิ่ว แต่หากเป็นสีขาวขุ่นคล้ายนมอาจเกิดจากการอักเสบของทางเดินปัสสาวะ ความผิดปกตินี้ควรพบแพทย์ต่อไป

ความเชื่อที่ว่าปัสสาวะเป็นดังโอสถ

เชื่อกันว่าปัสสาวะเป็นดังโอสถแรก ตั้งแต่ครั้งพระพุทธเจ้าว่าเป็นยาวิเศษ ว่าสามารถรักษาโรคได้สารพัดเลยก็ว่าได้ จึงเป็นเรื่องราวความเชื่อที่บอกต่อๆ กันมาว่าดื่มแล้วหายจากโรคได้จริงไม่ว่าจะโรคหอบหืด โรคผิวหนัง โรคเบาหวาน ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และอื่นๆ อีกมาก แม้กระทั่งโรคมะเร็ง ก็บอกว่าสามารถหายได้ กลายเป็นเรื่องราวที่น่าพิสูจน์ยิ่งนัก เพราะถ้าหากคุณสมบัติวิเศษขนาดนี้ วงการแพทย์น่าจะนำมาเป็นวิธีรักษาผู้ป่วยแล้วนะ

ท้าพิสูจน์ตามความเชื่อการดื่มปัสสาวะรักษาโรค

ในทางการแพทย์ใช้น้ำปัสสาวะในการตรวจหาโรคได้แต่ในปัจจุบันยังไม่มีผลการวิจัยเกี่ยวกับประโยชน์ในการรักษาโรค หรือโทษของการดื่มน้ำปัสสาวะว่ามีโทษอย่างไร ดังนั้นการดื่มน้ำปัสสาวะจึงกลายเป็นทางเลือกสำหรับผู้ที่ต้องการหายจากโรคร้ายต่างๆ และคนที่รักสุขภาพที่มั่นใจว่าการดื่มปัสสาวะตนเองทำให้สุขภาพดีขึ้น จึงยังเชื่อเช่นนั้น และยังคงปฏิบัติต่อไป พร้อมยินดีบอกต่อๆ กันมา