counter

ทายซิ? รสเค็ม หรือ รสเปรี้ยว

คนเป็นโรคหัวใจ-โรคไต ไม่ควรทาน

รสเค็ม รสเปรี้ยว

ใครๆก็รู้ว่าการกินอาหารรสจัดไม่ว่าจะเป็น เปรี้ยวจัด, เค็มจัด หรือหวานจัด ก็ล้วนไม่ดีต่อสุขภาพทั้งนั้น แต่สำหรับคนที่เป็น “โรคหัวใจ” หรือ “โรคไต” รู้หรือไม่ว่า ระหว่างอาหารรสเค็มจัด กับ เปรี้ยวจัด อาหารรสใดกันแน่ที่จะทำให้อาการของโรคแย่กว่าเดิม? วันนี้เรามีคำตอบมาให้หายสงสัยกันค่ะ

รสเค็ม เกี่ยวข้องกับโรคไต อย่างไร?

เป็นที่รู้กันว่าหน้าที่สำคัญของไตคือ การควบคุมระดับโซเดียมภายในร่างกาย ทำให้ระบบต่างๆในร่างกายทำงานเป็นปกติ โดยโซเดียมที่ได้ก็มาจากอาหารที่เราบริโภคเข้าไปในแต่ละวันนั่นเอง แต่หากเราบริโภคโซเดียมมากเกินความจำเป็น ไตก็จะยิ่งทำงานหนักในการขับโซเดียมส่วนเกินออกทางปัสสาวะ ยิ่งในร่างกายมีปริมาณโซเดียมมากเท่าไร ไตก็จะยิ่งทำงานหนักมากขึ้นเท่านั้น ซึ่งอาหารที่มีส่วนประกอบของโซเดียมนั้นก็คือ อาหารจำพวกเกลือ ผงชูรส ผงฟู อาหารแช่แข็ง ผงปรุงรสต่างๆ หรืออาหารที่มี “รสเค็ม” ทั้งหลายนั่นเอง

รสเค็ม เกี่ยวอะไรกับโรคหัวใจ?

แม้การกินอาหารรสเค็มจัดจะไม่เกี่ยวกับการเป็นโรคหัวใจโดยตรง แต่เนื่องจากเกลือเป็นตัวที่ดึงน้ำเข้าสู่กระแสเลือด เมื่อเลือดและน้ำเพิ่มเข้าไปในระบบ ความดันโลหิตก็จะเพิ่มขึ้น กล้ามเนื้อหัวใจก็ต้องทำงานหนักขึ้นในการสูบฉีดเลือดไปเลี้ยงส่วนต่างๆของร่างกาย มีผลทำให้ผนังกล้ามเนื้อหัวใจห้องล่างซ้ายหนาขึ้น ซึ่งจะกลายเป็นปัจจัยเสี่ยงอย่างหนึ่งต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดตามมา

รสเปรี้ยวจัดก็คงไม่อันตรายสินะ...

ใครว่าคนกินรสเปรี้ยวจัดจะสบายใจหายห่วง อาจจะใช่สำหรับคนที่เป็นโรคหัวใจและโรคไต เพราะรสนี้อาจไม่ได้ทำให้อาการของคุณแย่ลง แต่สำหรับใครที่กำลังเป็น “โรคกระเพาะ” หรือ “โรคกรดไหลย้อน” อยู่นั้น รสเปรี้ยวเป็นรสที่คุณควรหลีกให้ไกลเป็นรสแรกเลยค่ะ เนื่องจากอาหารที่มีรสเปรี้ยวจะมีฤทธิ์เป็นกรด ไปทำลายทางเดินอาหาร หลอดอาหาร และเยื่อบุกระเพาะอาหารของคุณ จนระคายเคืองทางเดินอาหาร หรืออาจถึงขั้นเป็นแผลเรื้อรังได้ นอกจากนั้นการกินอาหารรสเปรี้ยวจัดอาจทำให้ท้องเสีย เป็นหรือร้อนในได้เช่นกันค่ะ

ได้คำตอบกันแล้วนะคะ สำหรับคนที่เป็นโรคหัวใจและโรคไต ว่า “รสเค็ม” นี่แหละ ที่เป็นเจ้าศัตรูตัวร้ายของคุณ สำหรับคนที่ยังไม่เป็น 2 โรคนี้ก็อย่าเพิ่งชะล่าใจ กันไว้ดีกว่าแก้นะจ๊ะ ทานอาหารรสจัดมีแต่เสียกับเสีย เพราะฉะนั้นมาทานอาหารรสชาติพอดีๆกันดีกว่าค่ะ อร่อยไม่มาก แต่สุขภาพดีกว่าเยอะ

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวกับไขปัญหาสุขภาพ