counter

คุณแม่ทราบไหมว่า...ท้องกี่เดือนจึงจะสามารถขึ้นเครื่องบินได้?

ท้องกี่เดือนขึ้นเครื่องได้

ผู้หญิงที่เพิ่งเริ่มตั้งครรภ์ไปจนถึงช่วงใกล้คลอดนั้น แต่ละช่วงของอายุครรภ์อาจมีข้อควรระวังแตกต่างกันไปบ้าง รวมไปถึงการเดินทางไกลโดยเฉพาะการโดยสารเครื่องบิน ซึ่งส่วนใหญ่เรามักได้ยินบ่อยๆ ว่า "หญิงตั้งครรภ์ห้ามขึ้นเครื่องบิน" แล้วถ้ามีความจำเป็นหรือต้องการขึ้นเครื่องบินอาจจะเพื่อไปทำกิจธุระ เพื่อท่องเที่ยวพักผ่อนก็ตาม ต้องมีเงื่อนไขอะไรในการช่วยให้สามารถขึ้นเครื่องบินได้หรือเปล่า ขอบอกเลยว่าขึ้นได้แน่นอน เพียงแต่อาจไม่ใช่ช่วงระยะแรกของการตั้งครรภ์และช่วงใกล้คลอด ถ้าอย่างนั้นอายุครรภ์ประมาณกี่เดือนถึงจะขึ้นเครื่องบินได้ล่ะ?

รู้ก่อนขึ้นเครื่องสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์

การที่หญิงตั้งครรภ์จะขึ้นเครื่องบินได้ไม่ควรเป็นคุณแม่ตั้งครรภ์ที่ยังมีอาการแพ้ท้องช่วงแรกๆ เพราะจะยิ่งทำให้เหนื่อยและอ่อนเพลียง่าย วิงเวียนศีรษะจนเป็นอันตรายได้ รวมถึงช่วงที่ใกล้กำหนดคลอด โดยแต่ละสายการบินหลักที่มีให้บริการอยู่ในประเทศไทยนั้นจะมีรายละเอียดเรื่องของระเบียบข้อกำหนดในการขึ้นเครื่องบินได้ของหญิงตั้งครรภ์ใกล้เคียงกัน ซึ่งอาจมีบางข้อปฏิบัติไม่เหมือนกันบ้างเล็กน้อยดังนี้

สายการบินนกแอร์ มีข้อกำหนดในการขึ้นเครื่องบินว่าต้องแจ้งให้สายการบินทราบถึงอายุครรภ์เมื่อสำรองที่นั่ง โดยจะมีเงื่อนไขคือ

  • อายุครรภ์ต่ำกว่า 28 สัปดาห์ อนุญาตให้เดินทางขึ้นเครื่องบินได้โดยไม่ต้องมีใบรับรองแพทย์
  • อายุครรภ์ตั้งแต่ 28-36 สัปดาห์ จำเป็นต้องแสดงใบรับรองแพทย์ที่รับรองว่าสามารถเดินทางโดยเครื่องบินได้
  • อายุครรภ์มากกว่า 36 สัปดาห์ สายการบินปฏิเสธการให้บริการ

สายการบินไทย หญิงตั้งครรภ์ที่ต้องการสำรองที่นั่งโดยสารเครื่องบิน ต้องแจ้งอายุครรภ์พร้อมกับข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งครรภ์เพื่อความปลอดภัยของแม่และทารกในครรภ์

  • อายุครรภ์ต่ำกว่า 28 สัปดาห์ อนุญาตให้เดินทางขึ้นเครื่องบินได้โดยไม่ต้องมีใบรับรองแพทย์
  • อายุครรภ์เกิน 28 สัปดาห์ ต้องมีใบรับรองแพทย์ที่ระบุอายุครรภ์และกำหนดการคลอด ซึ่งต้องออกไม่เกิน 7 วันก่อนการเดินทาง
  • อายุครรภ์เกิน 36 สัปดาห์ ไม่สามารถขึ้นเครื่องบินได้
  • เที่ยวบินที่บินน้อยกว่า 4 ชั่วโมง ต้องมีอายุครรภ์ไม่เกิน 36 สัปดาห์ จะสามารถเดินทางได้
  • เที่ยวบินที่บินมากกว่า 4 ชั่วโมง ต้องมีอายุครรภ์ไม่เกิน 34 สัปดาห์ จะสามารถเดินทางได้

สายการบินแอร์เอเชีย ข้อกำหนดสำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่จะสำรองที่นั่งโดยสารเครื่องบินมีดังต่อไปนี้

  • อายุครรภ์ต่ำกว่า 27 สัปดาห์ สามารถขึ้นเครื่องบินได้ โดยต้องกรอกแบบฟอร์มสละสิทธิ์การเรียกร้องของสายการบินตรงจุดเช็กอิน
  • อายุครรภ์ตั้งแต่ 28-34 สัปดาห์ ต้องแสดงใบรับรองแพทย์ที่รับรองอายุครรภ์เป็นสัปดาห์ ใบรับรองมีอายุไม่เกิน 30 วัน ณ วันเดินทาง และต้องกรอกแบบฟอร์มสละสิทธิ์การเรียกร้องของสายการบินตรงจุดเช็กอิน
  • อายุครรภ์ตั้งแต่ 35 สัปดาห์ขึ้นไป สายการบินไม่อนุญาตให้เดินทางโดยเด็ดขาด

ทั้งนี้สายการบินอื่นๆ ต่างก็มีข้อกำหนดและเงื่อนไขโดยส่วนใหญ่สำหรับหญิงตั้งครรภ์ที่ไม่แตกต่างกันมากนัก โดยเหตุผลของการห้ามขึ้นเครื่องบินในช่วงระยะเวลาใกล้คลอดนั้น เพราะอาจเสี่ยงกับการคลอดก่อนกำหนดได้ ซึ่งนอกจากอายุครรภ์ที่เป็นหลักเบื้องต้นในการพิจารณาจะให้ขึ้นเครื่องบินได้หรือไม่ได้แล้ว บางสายการบินอาจยังมีข้อมูลอื่นเกี่ยวกับการตั้งครรภ์ในการพิจารณาร่วมด้วย เช่น การไม่มีโรคแทรกซ้อน ไม่มีประวัติการแท้งหรือการคลอดก่อนกำหนด ฯลฯ

ข้อแนะนำทั่วไปสำหรับหญิงตั้งครรภ์ในการดูแลตัวเองบนเครื่องบิน

คนท้องขึ้นเครื่องบิน

แม้คุณแม่ตั้งครรภ์ที่อยู่ในข้อหนดจะขึ้นเครื่องบินได้และมีใบรับรองแพทย์ก็ตาม เมื่อจะขึ้นเครื่องบินก็มีข้อควรปฏิบัติเพื่อความปลอดภัยของคุณแม่และทารกในครรภ์ด้วยดังนี้

1. ไม่ควรโดย สารเครื่องบินขนาดเล็ก ที่ไม่มีการปรับความดันอากาศภายในห้องโดยสารเด็ดขาด เนื่องจากการเปลี่ยนแปลงของความดันในห้องโดยสารอาจก่อให้เกิดอันตราย หากความดันไม่คงที่จะส่งผลถึงระบบการไหลเวียนเลือดของแม่และทารกในครรภ์

2. เลือกที่นั่งริมทางเดินและแถวหน้าสุด เพื่อจะช่วยให้สามารถเหยียดขาได้สบายขึ้น และเดินเข้าห้องน้ำได้สะดวก

3. เตรียมอาหารและน้ำดื่มให้เพียงพอในระหว่างอยู่บนเครื่องบิน ควรเป็นอาหารที่ย่อยง่าย มีประโยชน์ และกินแค่พออิ่มเท่านั้น ดื่มน้ำอย่างเพียงพอเพื่อป้องกันการขาดน้ำ

4. เมื่อรู้สึกปวดปัสสาวะไม่ควรกลั้นไว้ และหาจังหวะเข้าห้องน้ำช่วงที่ว่างเสมอ

5. คาดเข็มขัดให้ลงมาต่ำถึงบริเวณข้อสะโพก รวมทั้งลุกขึ้นเดินเปลี่ยนอิริยาบถทุก 1 ชั่วโมง แต่ต้องเดินด้วยความระมัดระวัง หมั่นเหยียดส้นเท้าและปลายเท้าเพื่อให้เลือดไหลเวียนได้ดี

6. ไม่ควรเดินทางคนเดียว ควรมีคนไปเป็นเพื่อนด้วยเพื่อช่วยเหลือในยามฉุกเฉิน

7. การโดยสารเครื่องบินหลายชั่วโมง คุณแม่อาจสวมใส่ถุงเท้าแบบที่ใช้เฉพาะบนเครื่องบิน เพื่อช่วยลดการเกิดลิ่มเลือดในเส้นเลือดได้

8. หากมีความจำเป็นต้องใช้ยาก็ควรเตรียมไปให้เพียงพอกับการเดินทาง

9. ควรหาข้อมูลและศึกษารายละเอียดเกี่ยวกับข้อกำหนด เงื่อนไข ข้อห้าม และมีเอกสารอะไรที่จำเป็นต้องใช้บ้างของสายการบินนั้นๆ อย่างละเอียด จะช่วยให้ประหยัดเวลารวมทั้งคุณแม่และทารกในครรภ์จะได้รับความปลอดภัยเพิ่มขึ้น

บรรดาคุณแม่ที่ตั้งครรภ์ลูกน้อยอยู่โดยเฉพาะคุณแม่มือใหม่ทั้งหลาย คงจะเข้าใจและสบายใจกันมากขึ้นแล้วนะว่า ถึงจะตั้งครรภ์อยู่แต่ก็ยังสามารถขึ้นเครื่องบินได้เป็นปกติ เพียงแต่หากมีอายุครรภ์มากแล้วจำเป็นต้องงดการเดินทางโดยเครื่องบินอย่างเด็ดขาดเท่านั้น และในระหว่างการเดินทางก็ควรดูแลตัวเองเป็นพิเศษ เพราะคุณแม่ยังมีอีกหนึ่งชีวิตที่ต้องร่วมเดินทางไปด้วย