hit tracker “นัตโตะ” ถั่วหมักญี่ปุ่น แค่กินสิ่งนี้ก็ไม่ต้องกินยาต้านเกร็ดเลือดตลอดชีวิต!! • สุขภาพดี
  • Home  / 
  • เคล็ดลับสุขภาพ
  •  /  “นัตโตะ” ถั่วหมักญี่ปุ่น แค่กินสิ่งนี้ก็ไม่ต้องกินยาต้านเกร็ดเลือดตลอดชีวิต!!

นัตโตะ” ถั่วหมักญี่ปุ่น แค่กินสิ่งนี้ก็ไม่ต้องกินยาต้านเกร็ดเลือดตลอดชีวิต!!

นัดโตะ ถั่วเน่า ถั่วหมักญี่ปุ่น

ใครบ้างที่มีปัญหาและหมอสั่งให้กินยาต้านเกร็ดเลือดจงยกมือขึ้น! คุณอาจจะเกิดข้อสงสัยว่าต้องกินไปตลอดชีวิตหรือไม่ วันนี้คุณร้องเฮดังๆ ได้แล้ว...เพราะมีวิธีที่ทำให้คุณไม่ต้องทรมานไปกับการกินยา แต่ก่อนอื่นต้องมาทำความเข้าใจก่อนว่า เราเกิดโรคเพราะนำอาหารเข้าปาก การจะรักษาคือต้องไม่นำตัวต้นเหตุเข้าสู่ร่างกาย พูดง่ายๆ ก็คือให้อาหารเป็นยารักษานั่นเอง

“ถั่วเน่า” หรือ “นัตโตะ” มีประโยชน์อย่างไร?

รู้กันหรือไม่ว่านัตโตะ หรือถั่วเน่านั้น เป็นอาหารที่ชาวญี่ปุ่นรับประทานมานานนับพันปี และมีคุณสมบัติช่วยสลายลิ่มเลือดได้ดีกว่ายาใดๆ บนโลกนี้ แถมยังช่วยลดความดันได้อย่างรวดเร็วอีกด้วยนะ มันจะเข้าไปช่วยยับยั้งความหนาของหลอดเลือดแดง

นัตโตะมีลักษณะทั้งข้น และเหนียวหนืด ส่วนกลิ่นไม่ต้องบรรยายมาก...ให้จินตนาการถึงถุงเท้าเน่าๆ ก็คงพอเห็นภาพ นัตโตะเกิดจากการหมักถั่วเหลืองกับเชื้อแบคทีเรียที่ชื่อว่า Bacillus subtiis เป็นแบคทีเรียชนิดดี ที่ช่วยทำให้ลำไส้ของคุณทำงานได้ดีและถูกต้อง คนญี่ปุ่นนิยมกินกับข้าวสวยร้อนๆ นักแล

จากผลการวิจัยพบว่านัตโตะ (ถั่วหมักญี่ปุ่น) ไม่ใช่แค่อาหารธรรมดาๆ แต่ยังช่วยรักษาโรคหัวใจและหลอดเลือดแดงได้อย่างมหัศจรรย์ แม้กระทั่งผู้ป่วยเป็นโรคกระดูกพรุน มะเร็ง และอื่นๆ ก็ยังรักษาได้อีกด้วย ก็เพราะเจ้านัตโต๊ะมีประโยชน์เยอะขนาดนี้ มิน่าถึงได้เป็นที่นิยมของชาวญี่ปุ่นจนถูกบริโภคถึง 7.5 ล้านแพ็คต่อปี นี่แหละที่ถูกกล่าวขานกันว่าเป็น "ยาอายุวัฒนะของคนญี่ปุ่น" แถมที่ญี่ปุ่นยังมีคนป่วยเป็นโรคหัวใจวายน้อยและกระดูกแข็งแรงฟิตเปรี๊ยะกว่าคนชาติอื่นๆ อีกด้วย

“นัตโตะ” เอนไซม์สุดยอดแห่งมหัศจรรย์

นัตโตะถูกยกย่องว่าเป็นเอนไซม์ที่มหัศจรรย์ เพราะมันได้รับการพิสูจน์ทางวิทยาศาสตร์แล้วว่า...เป็นหนึ่งในการป้องกันโรคหัวใจได้มีประสิทธิภาพที่สุด เรียกได้ว่าเทียบเท่ากับการใช้ยาด้วยซ้ำ แถมยังช่วยทำลายไฟบรินที่เป็นเหมือนเส้นด้ายรอบๆ เซลล์เม็ดเลือดแดงที่ได้รับบาดเจ็บ เจ้าไฟบรินถูกสร้างขึ้นเมื่อร่างกายได้รับบาดเจ็บ ประเด็นมันอยู่ที่ถ้าร่างกายขับออกไม่หมด มันก็จะนำไปสู่โรคอื่นๆ ที่ร้ายแรง เช่นหัวใจขาดเลือดเฉียบพลัน โรคหัวใจ และโรคหลอดเลือดในสมอง แต่มีงานวิจัยออกมาเปิดเผยแล้วว่า เจ้านัตโตะสามารถสลายไฟบรินส่วนเกินได้ เท่ากับเราสามารถยับยั้งโรคเกี่ยวกับหัวใจได้ด้วยคุณสมบัติที่สำคัญของ “นัตโตะ” คือ

  • นัตโตะช่วยรักษาความเสถียรภาพของความดัน
  • นัตโตะสามารถป้องกันการก่อตัวของเลือดที่อุดตัน
  • นัตโตะช่วยละลายไฟบรินส่วนเกินออกจากร่างกายและเลือดอุดตันที่มีอยู่
  • นัตโตะมีสรรพคุณช่วยละลายลิ่มเลือด

“นัตโตะ” สลายลิ่มเลือดได้มากกว่ายา แต่ค่าใช้จ่ายน้อยกว่า

อันนี้เป็นเรื่องที่สำคัญที่สุดและน่าสนใจ เมื่อสารสังเคราะห์เพื่อสลายลิ่มเลือดมีราคาแพง แสดงผลในระยะสั้น ใช้จ่าย 1500$ แต่มีผลแค่ไม่กี่นาทีเต็มที่อาจจะแค่ชั่วโมง แถมยังมีผลข้างเคียงที่รุนแรงจนคุณคาดไม่ถึง ในขณะที่นัตโตะสามารถทำงานอยู่ในร่างกายถึง 12 ชั่วโมงแต่ใช้จ่ายไม่ถึง 20$ นั่นแปลว่านัตโตะช่วยสลายลิ่มเลือดได้เร็ว แถมยังลดคอเรสเตอรอลและความดันได้ผลดีอีกด้วย

“นัตโตะ” ช่วยต้านมะเร็ง

นอกจากเรื่องสลายลิ่มเลือด และช่วยให้กระดูกแข็งแรงแล้ว นัตโตะยังมีประโยชน์ในเรื่องต้านมะเร็งอีก เพราะนัตโตะอุดมไปด้วยสารฟราโวนอยด์ ที่ช่วยต่อต้านการเกิดมะเร็งจากอนุมูลอิสระ และยังมีสารไบโพรติกที่ช่วยลดการอักเสบ บรรเทาความผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร เช่นโรคท้องร่วง โรคแผลในทางเดินอาหาร เป็นต้น

อยากสุขภาพดี....ให้ลืมความเน่าๆ ของ “นัตโตะ” ไปซะ

เราอาจจะทำใจยาก ถ้าต้องลืมภาพกลิ่นถุงเท้าเน่าๆ แต่เราควรจินตนาการถึงประโยชน์ที่ได้รับดีกว่านะ ผู้เชี่ยวชาญออกมาเล่าว่ากลิ่นของนัตโตะไม่ได้เหมือนถุงเท้าที่คนทั่วไปใส่หรอกน่ะสบายใจได้ แต่มันเหมือนถุงเท้าของคนเป็นโรคน้ำกัดเท้าต่างหาก แถมมันยังเต็มไปด้วยเมือกเหนียวๆ หนืดๆ ข้นๆ วิธีปลอบใจตัวเองแบบง่ายๆ ให้กล้ากลั้นใจชิม คือลองสรรหาสารพัดวิธีที่ดัดแปลงจากนัตโตะดูสิ บางทีคุณอาจจะชอบมันก็ได้

ถ้าต้องพูดถึงเรื่องกลิ่น ใครๆ ก็คงจะทำใจลำบาก บางรายอาจถึงขั้นปวดขมับตุบๆ แต่ลองคิดดูสิว่า ถ้ากลิ่นไม่ดีแต่มีสารพัดประโยชน์ แถมคุณไม่ต้องกินยาต้านเกร็ดเลือดไปตลอดชีวิต แบบนี้เจ๋งแค่ไหน มันไม่ใช่แค่หวานเป็นลม ขมเป็นยาเท่านั้นนะ มันต้องเรียกว่า ‘เหม็นเป็นลม พะอืดพะอมเป็นยาวิเศษ’ ถึงจะถูก ถ้ามันไม่ดีเลิศขนาดนี้คงไม่มีงานวิจัยมากมายออกมารองรับหรอกจริงมั้ย คุณลองปิดจมูกแล้วกลับไปทบทวนข้อดีของมันซะแล้วคุณจะได้คำตอบ ว่าควรกินหรือโยนทิ้ง “นัตโตะ” ให้ไปไกลๆ

ที่มา: รายการหมอนอกกะลา

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องน่ารู้...คู่สุขภาพดี