counter

ประโยชน์ของ “หอยแมลงภู่” หอยสองฝา ของดี คุ้มค่า คุ้มราคา

ประโยชน์ของหอยแมลงภู่

หอยแมลงภู่” เป็นอาหารทะเลอีกหนึ่งชนิดที่ได้รับความนิยมจากผู้บริโภคเป็นอย่างมาก ด้วยความหวานที่เป็นธรรมชาติและความแน่นเต็มคำของเนื้อหอย นอกจากนั้น “หอยแมลงภู่” ยังสามารถนำมาดัดแปลงได้หลายเมนู โดยจะนำมาลวกกินกับน้ำซีฟู้ดก็ได้หรือนำมาทำผัดขี้เมาก็ดี ยิ่งไปกว่านั้นยังราคาถูกหากเทียบกับหอยแครงหรือหอยลาย จึงไม่น่าแปลกใจที่ “หอยแมลงภู่” จะเป็นอาหารทะเลที่ฮิตมาทุกยุคทุกสมัย

เกริ่นมาขนาดนี้ หลายคนคงอยากทราบแล้วว่านอกจากความอร่อย “หอยแมลงภู่” ยังมีสรรพคุณอะไรที่น่าสนใจอีกไหม อย่ารอช้า...ไปค้นพบคุณประโยชน์ของหอยแมลงภู่ ของดีราคาถูกกับ ‘สุขภาพดี’ กันเลยค่ะ

หอยแมลงภู่กับคุณประโยชน์ดีๆ ที่คุณต้องรู้

1. ประโยชน์ของหอยแมลงภู่อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก หอยแมลงภู่เป็นหอยอีกชนิดหนึ่งที่อุดมไปด้วยสารอาหารหลายชนิด หนึ่งในนั้นคือ ‘ธาตุเหล็ก’ ที่เหมาะกับผู้ที่ร่างกายสูญเสียเลือดมาก ยกตัวอย่างเช่น หญิงในช่วงมีประจำเดือน หรือผู้ที่มีภาวะเลือดจาง โดยการรับประทานหอยแมลงภู่จะเป็นอีกหนึ่งวิธีการที่ช่วยบำรุงเลือดจากภายใน

2. ประโยชน์ของหอยแมลงภู่เหมาะกับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนัก เนื่องจากหอยแมลงภู่เป็นอาหารทะเลไม่กี่ชนิดที่มีแคลอรีต่ำ โดยผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักในช่วงนี้สามารถรับประทานหอยแมลงภู่เพื่อให้พลังงานได้ โดยอาจรับประทานแบบลวกเพื่อลดปริมาณน้ำมันหรือรับประทานเป็นขี้เมาที่ผัดกับพริกไทยอ่อนเพื่อเพิ่มการเผาผลาญก็ดีไม่น้อย

3. ประโยชน์ของหอยแมลงภู่ป้องกันโรคเหน็บชา งานวิจัยจากต่างประเทศหลายฉบับได้เผยแพร่คุณประโยชน์ของหอยแมลงภู่เกี่ยวกับการป้องกันโรคเหน็บชา โดยระบุว่าหอยแมลงภู่ประกอบไปด้วยวิตามิน B ซึ่งมีส่วนช่วยป้องกันอาการเหน็บชาและอาการเกร็งตามนิ้วมือ นิ้วเท้า โดยจากการสำรวจพบว่าผู้ที่รับประทานหอยแมลงภู่จะมีแนวโน้มเป็นโรคเหน็บชาน้อยกว่าผู้ที่ไม่รับประทานเลย

4. ประโยชน์ของหอยแมลงภู่เพิ่มคอลาเจนให้ร่างกาย โดยปกติแล้วอาหารทะเลมักจะมีส่วนประกอบของคอลาเจนอยู่เป็นจำนวนมาก ในหอยแมลงภู่ก็เช่นกัน โดยคอลาเจนในเนื้อหอยจะเป็นตัวช่วยในการต่อต้านอนุมูลอิสระ ทำให้ผิวพรรณอ่อนกว่าวัย

5. ประโยชน์ของหอยแมลงภู่ช่วยบำรุงสายตาและป้องกันมะเร็งบางชนิด โดยหอยแมลงภู่จะมีสารสีส้มเหลืองที่เรียกว่า ‘เบต้า แคโรทีน’ ซึ่งสารประเภทนี้จะมีในหอยแมลงภู่ตัวเมียมากกว่าตัวผู้ เมื่อเบต้า แคโรทีนถูกย่อยที่ตับจะเปลี่ยนสภาพไปเป็นวิตามินเอ ที่ช่วยในการมองเห็นและชะลอการเสื่อมสภาพของเยื่อบุบริเวณลูกตา นอกจากนั้นยังช่วยกระตุ้นการทำงานของเซลล์ภูมิต้านทานโรคให้กำจัดสิ่งแปลกปลอมจำพวกเซลล์มะเร็งในร่างกาย จึงสามารถลดความเสี่ยงของมะเร็งได้ดี

จากข้อมูลข้างต้น คงทำให้ทราบถึงประโยชน์ของหอยแมลงภู่กันไปบ้างแล้ว อย่างไรก็ตามอีกหนึ่งหัวข้อที่สำคัญไม่แพ้กันคงหนีไม่พ้น ‘การรับประทานหอยแมลงภู่อย่างไรให้ปลอดภัยที่สุด’ วันนี้เราชาวสุขภาพดี...จึงไม่ลืมที่จะหยิบยกประเด็นนี้มาเล่าสู่กันฟังอีกหนึ่งประเด็น

กินหอยแมลงภู่อย่างไรให้ปลอดภัย?

เนื่องจากหอยแมลงภู่อาศัยอยู่บริเวณน้ำตื้น จึงทำให้มีการปนเปื้อนของดินโคลนหรือสารเคมีได้มากกว่าหอยชนิดอื่น (ยกเว้นหอยแมลงภู่นิวซีแลนด์ที่อาศัยในน้ำลึก แต่มีราคาค่อนข้างแพง) ดังนั้นการเลือกรับประทานหอยจากแหล่งที่เชื่อถือได้ รวมไปถึงกรรมวิธีการปรุงหอยจึงนับได้ว่าสำคัญมากๆ

1. งดรับประทานหอยแมลงภู่ในช่วงหน้าร้อน หน้าร้อนจะเป็นช่วงที่แพลงตอนพิษเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว โดยหอยแมลงภู่จะกินแพลงตอนและสาหร่ายเป็นอาหาร ซึ่งในช่วงฤดูร้อนนี้หอยแมลงภู่จะสะสมสารพิษในร่างกายค่อนข้างมาก

2. เลือกซื้อหอยแมลงภู่จากแหล่งที่เชื่อถือได้ เนื่องจากหอยแมลงภู่สามารถเจริญเติบโตได้แม้บริเวณที่มันอาศัยอยู่จะมีสิ่งแปลกปลอมเช่น สารเคมีจากโรงงานหรือบริเวณน้ำตื้นที่มีสิ่งปฏิกูลค่อนข้างมาก ดังนั้นการเลือกซื้อหอยแมลงภู่ควรเลือกซื้อจากผู้ผลิตที่ไว้ใจได้ มีการเลี้ยงหอยในแหล่งน้ำที่สะอาดหรือที่ได้รับการรองรับจากกรมประมง

3. ทำความสะอาดหอยให้ดีก่อนนำไปประกอบอาหาร โดยปกติหอยแมลงภู่จะมีอวัยวะที่เรียกว่า ‘หนวดหอย’ โดยอวัยวะนี้จะทำหน้าที่ดักจับสิ่งปฏิกูลและสารพิษ ดังนั้นก่อนนำไปปรุงควรดึงออกให้เรียบร้อย

4. ให้ความร้อนทุกครั้งก่อนรับประทาน โดยปกติหอยแมลงภู่ไม่นิยมนำมารับประทาสดอยู่แล้ว แต่บางรายมักจะลวกหรือนึ่งไม่นานเพราะกลัวหอยจะลีบ แต่ในความเป็นจริงการปรุงหอยแมลงภู่ให้ปราศจากสารพิษนั้น ควรให้ความร้อน 5-7 นาทีในกรณีนึ่งและใช้เวลาไม่ต่ำกว่า 3-5 นาทีในกรณีลวกด้วยน้ำร้อน

จากประโยชน์ของหอยแมลงภู่ และวิธีกินหอยแมลงภู่อย่างปลอดภัยที่ ‘สุขภาพดี’ นำมาเล่าสู่กันฟังวันนี้น่าจะมีประโยชน์กับผู้ที่ชื่นชอบการรับประทานหอยแมลงภู่ไม่มากก็น้อย ถึงแม้ว่าจะมีสารพิษปนเปื้อนอยู่บ้างแต่หากใส่ใจในกรรมวิธีในการปรุง รับรองว่าการรับประทานหอยแมลงภู่ก็ไม่ใช่เรื่องน่ากลัวอะไร

ดังนั้นก่อนจะรับประทานหอยแมลงภู่ก็อย่าลืมทำความสะอาดให้ดี กำจัดขนของหอยซึ่งเป็นอวัยวะสะสมสารพิษออกก่อนทุกครั้งและอย่าลืมน้ำไปลวกหรือนึ่งเพื่อชะล้างสารพิษให้หมดจด เพียงเท่านี้เมนูหอยแมลงภู่ก็จะอร่อย ปลอดภัยและได้คุณค่าทางโภชนาการแล้วล่ะค่ะ

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวกับประโยชน์ของอาหารทะเล