hit tracker ประโยชน์ของ “เนื้อกบ” อาหารป่าสุดอร่อยที่คุณต้องลิ้มลอง • สุขภาพดี

ประโยชน์ของ “เนื้อกบ” อาหารป่าสุดอร่อยที่คุณต้องลิ้มลอง

ประโยชน์ของเนื้อกบ

ขึ้นชื่อว่า "กบ" หลายๆ คนพอได้ยินชื่อคงรู้สึกไม่ชอบด้วยหน้าตาที่ไม่น่ารักเท่าไรนักของมัน แต่หากใครที่ใช้ชีวิตตามชนบทมาก่อนหรือชอบรับประทานอาหารป่า คงคุ้นเคยกับกบเป็นอย่างดี เพราะกบจัดเป็นอาหารและกับแกล้มชั้นดีเลยทีเดียวสำหรับคนคอทองแดงนั่นเอง

มารู้จัก "กบ" อ๊บ อบ กันดีกว่า

กบ เป็นสัตว์สี่เท้า ซึ่งอยู่ได้ทั้งบนบกและน้ำหรือเป็นสัตว์สะเทินน้ำสะเทินบกนั่นเอง ลักษณะทั่วไปของกบคือ มีผิวหนังขรุขระ ไม่มีเกล็ดหรือขน ผิวหนังกบจะสร้างเมือกเพื่อปกป้องผิวจากความแห้งและรักษาผิวหนังให้ชุ่มชื้นอยู่เสมอ จึงทำให้มักพบกบอยู่ทั่วไปตามแหล่งน้ำหรือที่ชุ่มชื้นต่างๆ กบไม่มีคอและหาง ขาหน้าสั้น ขาหลังยาวและแข็งแรงทำให้กระโดดได้ไกล นิ้วเท้ากบมีพังผืดบางๆ ช่วยให้ว่ายน้ำได้เป็นอย่างดี กบมีตาที่กลมโตและโปนชัดเจน ที่หนังตามีเยื่อทำหน้าที่คอยปิดเปิดดวงตา มีหูข้างหลังดวงตาและมีจมูกอยู่ด้านหน้า สามารถหายใจได้โดยใช้ปอดและผิวหนัง

ในประเทศไทยพบกบมากถึง 38 ชนิดแต่ชนิดที่พบโดยทั่วๆ คือ กบบัว กบนา กบจานและกบภูเขา ปัจจุบันกบจัดเป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดหนึ่งเพราะคนไทยเองก็รับประทานกบมาอย่างช้านาน และยังมีต่างประเทศหลายๆ ประเทศนิยมรับประทานกบอีกเช่นกัน จึงทำให้กบเป็นสินค้าส่งออกที่สร้างรายได้ให้เกษตรกรเป็นอย่างดี จนบางครั้งมีความต้องการเนื้อกบมากจนขาดตลาดกันเลยทีเดียว

ชนิดของกบที่ทานได้

กบในประเทศมีมากกว่า 30 ชนิดแต่ชนิดที่นิยมเพาะเลี้ยงและนำมารับประทานมีหลักๆ เพียงแค่ 3 ชนิดคือ

1. กบนา เป็นกบขนาดกลาง น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่ประมาณ 200-400 กรัม มีสีน้ำตาลปนดำ ตัวเมียมีขนาดใหญ่กว่าตัวผู้ มักพบตามนาข้าว โดยพบได้ทุกภาคในประเทศไทย ถือเป็นสัตว์เศรษฐกิจชนิดหนึ่งที่นิยมบริโภคมาช้านาน

2. กบจาน มีขนาดใหญ่กว่ากบนา น้ำหนักเมื่อโตเต็มที่อยู่ที่ประมาณ 250-450 กรัม มีสีน้ำตาลปนเขียว น้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 49 ตัวต่อหนึ่งกิโลกรัม ปัจจุบันมีการเพาะเลี้ยงส่งออกไปขายยังต่างประเทศเป็นจำนวนมาก

3. กบภูเขา เป็นกบขนาดใหญ่ที่สุดที่พบได้ในประเทศไทย และใหญ่เป็นอันดับสองของโลก ยาวประมาณ 1 ฟุตและหนักมากกว่า 5 กิโลกรัม พบได้ตามภูเขาสูง ผิวสีน้ำตาลแดง ชอบหากินตอนกลางคืน ปัจจุบันเป็นกบที่หายากชนิดหนึ่งในสภาพธรรมชาติ จึงจัดเป็นสัตว์ป่าคุ้มครอง แต่สามารถเพาะพันธุ์จนเป็นสัตว์เศรษฐกิจได้แล้วตอนนี้

สรรพคุณทางยาของกบ

คณะนักวิทยาศาสตร์ที่มหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในไอร์แลน์ค้นพบโปรตีนหรือเปบไทด์ 2 ชนิดจากยางในหนังกบ ซึ่งโปรตีนนี้มีคุณสมบัติในการยับยั้งและป้องกันเส้นเลือดงอกเอง โดยปกติแล้วก้อนเนื้อมะเร็งจำเป็นต้องมีเส้นเลือดเพื่อนำเลือด ออกซิเจนและสารอาหารมาหล่อเลี้ยงให้ก้อนเนื้องอกเจริญเติบโต การที่สามารถยับยั้งการงอกและเจริญเติบโตของเส้นเลือดงอกอาจจะใช้รักษาโรคมะเร็งได้ในอนาคต

นอกจากนี้ผิวหนังของกบยังสามารถผลิตสารที่มีคุณสมบัติในการฆ่าเชื้อรา ต่อต้านเชื้อโรคและไวรัสต่างๆ ซึ่งเป็นค้นพบที่ต่อเนื่องมาจากการทดลงในกบซึ่งสามารถรักษาแผลตัวเองได้อย่างดีโดยไม่มีการติดเชื้อใด ปัจจุบันจึงสารชนิดนี้จึงถูกนำมาศึกษาเพื่อพัฒนาเป็นยาฆ่าที่สามารถใช้กับคนได้นั่นเอง

ประโยชน์ของกบ-เนื้อกบ

1. ประโยชน์ของกบเป็นสัตว์เศรษฐกิจที่สร้างรายได้อย่างดีให้กับประเทศ

2. ใช้ประโยชน์จากกบในการวิทยาศาสตร์และการแพทย์ การนำกบมาทดลองหรือวิจัยยาต่างๆ จากสารบนผิวหนังกบ

3. ประโยชน์จากอวัยวะอื่นๆ ของกบเช่น หนังกบใช้ทำเครื่องดนตรี กระเป๋า รองเท้า กระดูกนำมาบดผสมอาหารสัตว์และทำปุ๋ย เป็นต้น

4. ประโยชน์ของกบเป็นสัตว์เลี้ยง กบบางสายพันธุ์มีสีสันสวยงามจนจนถูกนำมาเลี้ยงเพื่อความเพลิดเพลิน

กบมีสารอาหารอะไรบ้าง?

สำหรับสารอาหารหลักในเนื้อกบก็เหมือนกับเนื้อสัตว์อื่นๆ ซึ่งก็คือ ให้โปรตีนมาก ในเนื้อกบ 100 กรัมให้โปรตีนสูงถึง 22 กรัม แต่กลับมีปริมาณไขมันต่ำมากเพียง 0.4 กรัมเท่านั้น

เนื้อกบ แคลลอรี่สูง?

ในเนื้อกบ 100 กรัม จะให้พลังงานทั้งหมด 99 กิโลแคลอรี โดยได้จากโปรตีน 89.2 กิโลแคลอรี ไขมัน 3.6 กิโลแคลอรีและคาร์โบไฮเดรต 1.2 กิโลแคลอรี ซึ่งเป็นอาหารที่ดีต่อร่างกายไม่น้อยเลยโดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่ออกกำลังกายเพื่อสร้างกล้ามเนื้อหรือผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนัก

 เมนูแสนอร่อยจาก "เนื้อกบ"

เนื้อกบ สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลายอย่าง ตามชนบทและร้านอาหารป่าต่างๆ จึงมีเมนูที่ทำจากกบมากมายให้เลือกรับประทาน วันนี้จึงมาแนะนำเมนูกบอร่อยๆ ที่ทานกับข้าวก็ดี ทานเป็นกับแกล้มก็แซบไม่แพ้กัน

1.ผัดเผ็ดกบ

ส่วนผสม

  • กบ
  • กระชาย
  • พริกไทยอ่อน
  • พริก
  • พริกแกง
  • ใบมะกรูด
  • น้ำปลา
  • ผงชูรส
  • ใบยี่หร่า
  • น้ำมัน
  • น้ำตาล
  • ผงปรุงรส
เนื้อกบทอดกระเทียม

วิธีทำ

1 นำกบมาล้างทำความสะอาด นำมาย่างให้สุกแล้วฉีกเนื้อกบออก พักไว้ให้เย็น

2. ซอยกระชาย หั่นพริก ฉีกใบมะกรูดและเตรียมใบยี่หร่ารอไว้

3. ตั้งกระทะ ใส่น้ำมัน รอจนน้ำมันร้อน นำพริกแกงลงไปผัดจนส่งกลิ่นหอม

4. จากนั้นนำเนื้อกบใส่ลงไป ผัดคลุกเคล้าให้เข้ากับพริกแกง แล้วปรุงรสตามใจชอบ

5. หลังจากนั้นใส่กระชาย พริก ใบมะกรูดที่เตรียมไว้และใส่พริกไทยอ่อนลงไปด้วย ผัดให้เข้ากันอีกครั้ง

6. ใส่ใบยี่หร่า พลิกไปมาเล็กน้อย ตักใส่จาน เสิร์ฟพร้อมข้าวสวยร้อนๆ

2. กบทอดกระเทียม

ส่วนผสม

  • ขากบ
  • กระเทียม
  • รากผักชี
  • เกลือ
  • พริกไทย
  • ซอสปรุงรส
  • แป้งทอดกรอบ
  • น้ำมันพืช
ผัดเผ็ดกบ

วิธีทำ

1. ตำกระเทียมกับรากผักชีแค่พอหยาบๆ

2. ล้างขากบให้สะอาด นำขากบที่ล้างแล้วมาใส่ภาชนะ ใส่กระเทียมและรากผักชีที่จากข้อ 1 ลงไป จากนั้นใส่เกลือเล็กน้อย พริกไทยป่นและซอสปรุงรส แล้วนวดส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากัน

3. หมักขากบไว้ 5-10 นาทีแล้ว

4. ทำมาชุบแป้งแต่ไม่ต้องชุบหนามาก แล้วทอด ทอดโดยใช้ไฟปานกลางเท่านั้น

5. ระหว่างทอดจะมีกระเทียมสุก ลอยขึ้นมาก่อนให้ตักระเทียมออกมาพักให้สะเด็ดน้ำมัน

6. เมื่อขากบเหลืองพอประมาณให้ตักพักไว้เพื่อรอทอดอีกครั้ง

7. การทอดครั้งที่ 2 ใช้ไฟแรง นำกบที่พักไว้มาทอดให้เหลืองตามต้องการ ตักออกพักให้สะเด็ดน้ำมัน จะได้ขากบทอดกระเทียมที่กรอบ อร่อย เคี้ยวเพลิน

ข้อควรระวังในการรับประทานเนื้อกบ

ผู้ที่เป็นโรคไตไม่ควรรับประทานมาก เนื่องจากกบสามารถรับประมาณได้ทั้งกระดูก การรับประทานเนื้อสัตว์ทั้งกระดูกทำให้ได้รับฟอสฟอรัสสูง ผู้ป่วยโรคไตมักมีปัญหาในการขับฟอสฟอรัสออกจากร่างกาย จึงทำให้ฟอสฟอรัสคั่งในเลือด หากมีปริมาณฟอสฟอรัสในร่างกายสูงมากเกินไป อาจจะทำให้กระดูกบางและเปราะ คันตามผิวหนัง หลอดเลือดแดงแข็ง ก้อนแคลเซียมเกาะตามเนื้อเยื่อต่างๆ และเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้

จบกันไปแล้ว สำหรับประโยชน์ของเนื้อกบ สัตว์ที่น่าตาไม่น่ารักแต่กลับอร่อยและมีประโยชน์ทางยาที่น่าสนใจมากๆ หากใครไม่เคยทานแนะนำให้ลองสักครั้ง อาจจะเป็นเมนูกบทอดอร่อยๆ ผัดเผ็ดกบแซบๆหอมๆ หรือต้มยำกบก็ดีไม่น้อย ได้ลองรับประทานสักครั้งรับรองว่าจะติดใจกันเลยทีเดียว แต่อย่าลืมสำหรับผู้ป่วยโรคไต ถึงแม้กบจะอร่อย แต่ถ้าหากจะรับประทานต้องเอากระดูกออกและรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม

loading...