hit tracker “พริกหม่าล่า” พริกสำหรับเมนูปิ้งย่างรสเผ็ด อร่อยเด็ดจนหยุดไม่อยู่ • สุขภาพดี

"พริกหม่าล่า" พริกสำหรับเมนูปิ้งย่างรสเผ็ด อร่อยเด็ดจนหยุดไม่อยู่

พริกหม่าล่า-สรรพคุณ ประโยชน์

หม่าล่า” เมนูปิ้งย่างที่ดูเผินๆ ก็เหมือนอาหารปิ้งย่างๆ ทั่วไปแต่ทำไมถึงมีชื่อเสียงและฮอตฮิตเป็นอย่างมาก สำหรับคนเชียงใหม่และเชียงรายคงคุ้นเคยกับเมนูที่ว่าเป็นอย่างดี แต่สำหรับใครที่ยังไม่เคยรับประทาน อยากรู้ว่า หม่าล่าเป็นอย่างไร? พริกหม่าล่าจี๊ดจ๊าดแค่ไหน? สามารถหาคำตอบได้ที่นี่ค่ะ

ความนิยม ฮอตฮิตของพริกหม่าล่า

หากจะพูดถึงเมนูปิ้งย่างอร่อยๆ ตอนนี้ เมนูแรกๆ ที่หลายคนนึกถึงคงหนีไม่พ้น "หม่าล่า" โดยเฉพาะอย่างยิ่งจังหวัดเชียงใหม่ เชียงราย เดินไปทางไหนก็จะเห็นร้านปิ้งย่างหม่าล่าอยู่แทบทุกหัวมุมถนน แต่เดิมหม่าล่าเป็นเครื่องเทศของชาวจีน ด้วยรสชาติอันมีเอกลักษณ์จึงเริ่มมีคนนำมาเข้าในประเทศไทยและเริ่มฮอตฮิตขึ้นมาเรื่อยๆ และเนื่องจากรสชาติที่แปลกใหม่ของหม่าล่า ปัจจุบันนี้จึงเริ่มเห็นจังหวัดอื่นๆ ที่ไม่ได้อยู่ในโซนภาคเหนือเปิดร้านขายปิ้งย่างหม่าล่าแล้วเช่นกัน เพราะรสชาติอร่อยๆ ของหม่าล่านั้นเข้ากันเป็นอย่างดีสำหรับคอแอลกอฮอล์และถึงไม่ใช่ทานเป็นกับแกล้ม ก็สามารถทานเล่นอร่อยๆ ได้เช่นกัน

โดยปกติแล้วพริกหม่าล่าสามารถนำมาปรุงอาหารได้เกือบทุกชนิด แต่สำหรับประเทศไทยนั้นนิยมนำมาใช้กับเมนูปิ้งย่างเป็นหลัก ซึ่งอาจจะใช้ เนื้อสัตว์ ลูกชิ้น หรือผักต่างๆ ตามชอบใจ ส่วนใหญ่จะเข้ากันกับรสชาติหม่าเป็นอย่างดี แต่ตอนนี้ผู้ผลิตเครื่องเทศหม่าล่าบางรายเริ่มปรับสูตรเครื่องเทศหม่าล่าให้หลากหลายมากขึ้น ในอนาคตคงจะได้เห็นชาบูหม่าล่า จิ้มจุ่มหม่าล่าหรือน้ำพริกหม่าก็เป็นได้

ต้นกำเนิดของพริกหม่าล่า

หม่าล่าเป็นสูตรเครื่องเทศชนิดหนึ่ง มีลักษณะคล้ายพริกป่น ส่วนประกอบหลักได้มาจากเครื่องเทศชนิดหนึ่งที่มีชื่อว่า "ฮวาเจียว" มีรูปร่างหน้าตาคล้ายกับพริกไทยดำของไทย มีต้นกำเนิดอยู่ที่มลฑลเสฉวน ประเทศจีน ในประเทศไทยก็มีสมุนไพรอีกชนิดหนึ่งที่ลักษณะและรสชาติคล้ายๆ กับฮวาเจียวซึ่งก็คือ มะแขว่น เป็นสมุนไพรที่มักพบในภาคเหนือ เป็นพืชที่อยู่ในตระกูลเดียวกันกับฮวาเจียวนั่นเอง

สำหรับเมนูอาหารหม่าล่าในไทยอดนิยมคือ ปิ้งย่างหม่าล่า น่าจะมีต้นกำเนิดมาจากชาวจีนยูนนานในพื้นที่ภาคเหนือเพราะคนจีนชอบนำเครื่องเทศชนิดนี้ไปปรุงอาหาร พอปรุงแล้วรสชาติถูกใจคนรับประทานความนิยมก็เริ่มขึ้นและแพร่กระจายไปยังพื้นที่ต่างๆในเวลาต่อมา

รสชาติเป็นอย่างไร?

รสของฮวาเจียวหรือรสหม่านั้นมีรสเผ็ดและชาที่ลิ้น ที่ประเทศจีนนิยมประกอบอาหารเกือบทุกประเภทให้มีรสหม่าล่า ไม่ว่าจะต้ม ผัด แกง ทอดหรือปิ้งย่างต่างๆ สำหรับบางคนที่รับประทานช่วงแรกๆ อาจจะไม่ชอบเนื่องจากอาจจะทำให้ลิ้นชาจนไม่รู้รสชาติอื่นๆ แต่สำหรับคนชอบอาหารเผ็ดๆรสหม่าล่าน่าจะเป็นที่ถูกใจไม่น้อย

ความแตกต่างจากพริกชนิดอื่นๆ

พริกหม่าล่า (Sichuan pepper) ไม่เหมือนพริกชนิดอื่นๆ ตรงที่ พริกหม่าล่าเกิดขึ้นจากเครื่องเทศหลายๆ ชนิดมาผสมกัน รสชาติเผ็ดก็ไม่ใช่เผ็ดอย่างเดียวเหมือนพริกทั่วไปแต่จะชาๆ ที่ลิ้นด้วย หม่าล่าเวลานำมาปรุงอาหารจะช่วยให้อาหารมีกลิ่นหอม น่ารับประทานมากขึ้น ทั้งยังช่วยดับกลิ่นคาวเนื้อสัตว์ได้เป็นอย่างดี

พริกหม่าล่าคือ?

ประโยชน์ และสรรพคุณของพริกหม่าล่า

1. พริกหม่าล่ามีสรรพคุณช่วยขับลม ทั้งในกระเพราะอาหารและลำไส้ ช่วยย่อยอาหาร ทำให้เจริญอาหารมากยิ่งขึ้น แก้ปวดท้อง ช่วยกระตุ้นการเคลื่อนไหวของลำไส้ ทำให้ระบบย่อยอาหารทำงานดีขึ้น

2. สรรพคุณของพริกหม่าล่าใช้สูดดม แก้อาการวิงเวียนศีรษะ แก้หวัด คัดจมูก ช่วยขับเสมหะ บรรเทาอาการอักเสบในลำคอ แก้ไข้และช่วยดับพิษร้อนในร่างกาย

3. ประโยชน์ของพริกหม่าล่าช่วยบำรุงหัวใจ บำรุงเลือด ลดความดันโลหิต

4. พริกหม่าล่ามีฤทธิ์ช่วยขับระดูในสตรี ช่วยให้ประจำเดือนมาเป็นปกติ

เมนูปิ้งย่างรสเด็ดจากพริกหม่าล่า

สำหรับคนที่ซื้อรับประทานแล้วไม่อิ่มหรือรสชาติไม่ถูกใจ เรามีสูตรปิ้งย่างหม่ารสเด็ดมาฝากซึ่งสามารถทำตามได้ยาก ดังนี้ค่ะ

ส่วนผสม

  • ฮวาเจียว 1 ช้อน (หากใครหาไม่ได้สามารถใช้มะแขว่นแทนได้)
  • พริกขี้หนูแห้ง 4 เม็ด
  • พริกไทยดำ 1 ช้อน
  • พริกป่น 1 ช้อน
  • กระเทียม
  • ยี่หร่า
  • ขิง
  • ผงพะโล้
  • ซีอิ้วขาว
  • น้ำมันมะกอก
  • ฮอยชินซอส
  • น้ำตาลทราย
  • เนื้อสัตว์หรือผักตามต้องการ
  • วิธีทำ

    1. ล้างเนื้อสัตว์และผักให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็กๆ รอเสียบไม้

    2. ทำหม่าล่าโดยนำฮวาเจียวหรือมะแขว่น พริกป่น พริกขีหนู กระเทียม ขิง พริกไทยดำและผงพะโล้มาตำผสมกันให้ละเอียด

    3. หลังจากตำจนละเอียดแล้วใส่ซีอิ้วขาว น้ำมันมะกอก น้ำตาลทรายแดง และฮอยซินซอสลงไป คนให้เข้ากัน

    4. นำเนื้อสัตว์มาหมักกับหม่าจนเข้ากันดี ทิ้งไว้สักพักให้หม่าเข้าเนื้อแล้วนำไปเสียบไม้ ส่วนผักไม่ต้องหมัก สามารถเสียบไม้รอได้เลย

    5. นำเนื้อเนื้อสัตว์และผักที่เสียบไม้แล้วมาปิ้งให้สุก เนื้อสัตว์เมื่อสุกสามารถทานได้เลย ส่วนผักเมื่อสุกแล้วทาด้วยหม่าล่าก่อน ค่อยนำไปรับประทาน

    ข้อควรระวังในการทานพริกหม่าล่า

    ถึงแม้ว่าเมนูที่มีส่วนผสมของพริกหม่าล่าจะอร่อยถูกใจและมีคุณค่าทางสมุนไพรมากมาย แต่ว่าอะไรที่มากไปมักจะไม่ดี หม่าล่าก็เช่นกัน หากรับประทานมากอาจจะทำให้เกิดอาการร้อนใน ท้องเสียหรือท้องผูกได้ ดังนั้นควรรับประทานในปริมาณที่เหมาะสม

    จากสรรพคุณและประโยชน์ของพริกหม่าล่า ถือเป็นเมนูใหม่ๆ ที่น่าจับตามองไม่น้อยเลยทีเดียว เมนูที่ดูเหมือนอาหารปิ้งย่างธรรมดาๆ กลับมีรสชาติที่เป็นเอกลักษณ์และอร่อยถูกปากใครหลายๆ คน โดยเฉพาะใครที่ชอบอาหารเผ็ดๆ คงถูกใจไม่น้อยเลยทีเดียว สำหรับใครที่ยังไม่เคยทานหม่าล่า แนะนำให้ลองทานสักครั้ง รับรองติดใจจนไม่อยากหยุดทานแน่ๆ ค่ะ