counter

พลัง"แม่เหล็กรักษาโรค"

เรื่องจริงหรือเรื่องอวดอ้าง

แม่เหล็กรักษาโรค

ในปัจจุบันเราจะเห็นสินค้ามากมายหลายยี่ห้อที่นำ แม่เหล็ก มาเป็นตัวกระตุ้นทางการตลาด อาทิเช่น กำไล ปลาสเตอร์ ที่นอน ผ้าห่ม สร้อยคอ รองเท้า อาหารเสริม หรือแม้กระทั่งน้ำพลัง แม่เหล็กรักษาโรค ผู้ผลิตสินค้าเหล่านี้ต่างก็อ้างว่าสินค้าของตนสามารถรักษาโรคได้สารพัด ครอบจักรวาล ไม่ว่าจะเป็น มะเร็ง เบาหวาน ความดัน อัมพฤกษ์ อัมพาต ปวดหัว ไมเกรน เกาต์ รูมาติซึ่ม ปวดข้อ ปวดหลัง ฯลฯ ด้วยคุณสมบัติในการรักษาโรคที่สุดยอดของ พลังแม่เหล็ก คงทำให้หลายคนสงสัยว่า แม่เหล็ก หรือแท่งแข็งๆ ที่เราคุ้นตากันอยู่นี้สามารถนำมารักษาโรคได้จริงหรือไม่ วันนี้เราจะมาทำความรู้จักกับ "แม่เหล็กรักษาโรค" กันค่ะ

แม่เหล็กคืออะไร?

แม่เหล็ก คือวัตถุที่สามารถส่งแรงดูด หรือ ส่งแรงผลัก ระหว่างแท่งแม่เหล็กด้วยกันเองได้ โดยปกติจะมี 2 ขั้วคือ ขั้วเหนือ และ ขั้วใต้ เนื่องจากว่าถ้าเราแขวนแม่เหล็กไว้อย่างอิสระ ขั้วแม่เหล็กจะชี้ไปที่ทิศเหนือ และ ทิศใต้ เสมอ เมื่อเรานำแม่เหล็กมาวางไว้ใกล้กันภายในบริเวณที่แม่เหล็กส่งแรงไปถึง หรือ ที่เรียกกันว่าสนามแม่เหล็ก ซึ่งแม่เหล็กจะดูดขั้วที่เหมือนกัน และผลักขั้วที่ต่างกันออกไปเสมอ

ประวัติแม่เหล็กกับการรักษาโรค

ในปัจจุบันยังไม่สามารถระบุหรือพิสูจน์ได้ชัดเจนว่า การนำแม่เหล็กมาใช้รักษาโรคนั้นได้ผลจริง แต่ก็ยังมีการแพทย์ทางเลือกที่นำ แม่เหล็กมาทำการรักษาโรคต่างๆ ได้แก่ ลดอาการบวม อาการอักเสบ ลดการเจ็บปวด หรือนำ แม่เหล็กมาเป็นส่วนประกอบในเครื่องมือแพทย์ อันที่จริงมนุษย์เราได้มีการนำแม่เหล็ก มาใช้ในการรักษาโรคตั้งแต่ 300 ปี ก่อนคริสตกาล จากบันทึกของปราชญ์ อริสโตเติล ซึ่งมีการนำ แม่เหล็กรักษาโรค มีการใช้อย่างแพร่หลาย ทั้งในวัฒนธรรม จีน อินเดีย อียิปต์ ฮิบรู อาระเบีย ก็ได้มีการกล่าวถึงการบำบัดโรคด้วยพลังแม่เหล็กกันทั้งนั้น

ผลการวิจัยกับ การรักษาโรคของพลังแม่เหล็ก

อย่างที่ได้กล่าวไปแล้วว่ายังไม่มีเอกสารทางวิทยาศาสตร์ชิ้นไหนที่ยอมรับว่า พลังแม่เหล็กรักษาโรคต่างๆ ได้หายจริง แต่ก็ยังมีการทำวิจัยถึงประสิทธิภาพของพลังแม่เหล็ก อย่างต่อเนื่องทั้งในเอเชีย และ ยุโรป ซึ่งเมื่อเร็วๆ นี้ นักวิทยาศาสตร์ได้ค้นพบว่า สนามแม่เหล็กภายนอก มีผลกระทบต่อระบบการทำงานภายในร่างกายคนเราทั้งทางบวกและทางลบ จึงได้นำไปสู่กระบวนการพัฒนาเครื่องมือการรักษาทางการแพทย์โดยใช้พลังแม่เหล็กไฟฟ้า

นอกจากนั้นพวกเขายังพบว่าพลังของแม่เหล็กมีผลกระทบต่อมนุษย์แตกต่างกันเมื่อสัมผัสในขั้วที่ต่างกัน นายเคียวอิจิ นาคากาวา นายแพทย์นักวิจัยชาวญี่ปุ่นได้ใช้เวลากว่า 20 ปีในการศึกษาเกี่ยวกับ พลังงานแม่เหล็ก จากผลการวิจัยพบว่า ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยในปัจจุบัน เช่น การมีรถไฟความเร็วสูง รถยนต์ และการพัฒนาเครื่องใช้ไฟฟ้าต่างๆ หรือการสร้างอาคารสูง ส่งผลต่อสนาม แม่เหล็ก ของโลก ในช่วง 500 ปีที่ผ่านมา เกิดการดูดซับสนาม แม่เหล็ก โลกในปริมาณที่มาก ทำให้เกิดภาวะ แม่เหล็ก โลกอ่อนแอ ซึ่งส่งผลกระทบต่อร่างกายคนเรา ก่อให้เกิดโรคต่าง ๆ ได้แก่ เจ็บหน้าอก นอนไม่หลับ ท้องผูก เวียนศีรษะ อ่อนเพลีย เป็นต้น

ความสามารถของพลังแม่เหล็กรักษาโรค

นายแพทย์เคียวอิจิ นาคากาวา ได้ใช้พลังของแม่เหล็กในการรักษาโรคดังกล่าว หลังจากที่ใช้วิธีอื่นๆ ไม่ได้ผล จากรายงานระบุว่ามีกลุ่มหนึ่งตอบสนองต่อการใช้ แม่เหล็กรักษาโรค เป็นอย่างดี ซึ่งสันนิษฐานว่ากลุ่มผู้ป่วยกลุ่มนี้ได้รับผลกระทบจากพลังแม่เหล็กโลกจนทำให้เกิดอาการเจ็บป่วย โดยวิธีการรักษาจะใช้แม่เหล็กเป็นตัวช่วยกระตุ้นระบบเซลล์ภายในร่างกาย เนื่องจากตัวแม่เหล็กจะสร้างสนามแม่เหล็กให้มีสภาวะแวดล้อมที่เหมาะสมส่งผลให้เซลล์ในร่างกายดำรงอยู่ได้ในสภาพที่ดีและมีประสิทธิภาพที่สุด นอกจากนั้น การรักษาด้วยแม่เหล็ก จะไปช่วยกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดเนื่องจากภายในเลือดมีประจุไฟฟ้า ที่เป็นประจุบวกและลบ ดังนั้นการใช้พลังแม่เหล็กเพื่อกระตุ้นจึงมีประสิทธิภาพมากเพราะพลังแม่เหล็กสามารถกระจายและแทรกซึมเข้าไปในผิวหนังได้ง่าย ปัจจุบันในญี่ปุ่นมีการอนุมัติให้ใช้พลังแม่เหล็กเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บต่างๆ โดยกระทรวงสวัสดิการของญี่ปุ่น แต่ในสหรัฐอเมริกายังคงมีกฎหมายห้ามใช้

เครื่องประดับแม่เหล็กรักษาโรค

พลังแม่เหล็กรักษาโรค

ดังจะเห็นจากรายงานวิจัยและข้อมูลต่างๆ จะเห็นว่าการรักษาโรคด้วยพลังแม่เหล็ก ล้วนอยู่ในความดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญทั้งสิ้น อีกทั้งยังไม่มีการรับรองทางการแพทย์ที่แน่ชัดเกี่ยวกับความสามารถในการรักษาโรคของพลังแม่เหล็ก ส่วนการที่มีสินค้าที่เกี่ยวกับ พลังแม่เหล็กรักษาโรค ออกมาขายกันมากมายนั้น ผู้บริโภคควรใช้วิจารณญาณในการตัดสินใจ ว่าสมควรที่จะจ่ายเงินซื้อสินค้าเหล่านี้หรือไม่ ทั้งนี้ขึ้นอยู่กับเงินในกระเป๋า และความสบายใจของแต่ละคน

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการรักษาโรคด้วย ธรรมชาติบำบัด