hit tracker “มันสำปะหลัง” สรรพคุณ-ประโยชน์ของพืชเศรฐกิจสำคัญของโลก • สุขภาพดี

"มันสำปะหลัง" สรรพคุณ-ประโยชน์ของพืชเศรฐกิจสำคัญของโลก

สรรพคุณ ประโยชน์มันสำปะหลัง

ใครชอบทานมันปิ้งสีเหลืองยาวๆ ตามมันร้านกล้วยปิ้ง-มันปิ้ง ยกมือขึ้นนน....รู้มั้ยว่ามันปิ้งที่เห็นนั้นทำมาจาก "มันสำปะหลัง" ดูเหมือนเป็นมันธรรมดาๆ ชนิดหนึ่งแต่ว่ากลับมีความสำคัญมากจนเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของโลกเลยทีเดียว ใครอยากรู้ว่าสำคัญอย่างไร สรรพคุณ ปละประโยชน์ของมันสำปะหลัง มีดีมากแค่ไหน ตามมาดูกันได้เลยค่ะ

ที่มา และต้นกำเนิดของมันสำปะหลัง​​​​

มันสำปะหลัง เป็นพืชที่อยู่ในวงศ์ยางพารา มีถิ่นกำเนิดในพื้นที่ลุ่มโซนร้อน แต่พื้นที่ใดไม่ปรากฏหลักฐานแน่ชัด ซึ่งสันนิษฐานว่าน่าจะมาจาก 4 แหล่งคือ กัวเตมาลาและเม็กซิโก, ทิศตะวันตกเฉียงเหนือของทวีปอเมริกาใต้, ทิศตะวันออกของประเทศบราซิล, ทิศตะวันออกของประเทศโบลิเวียและตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศอาร์เจนตินา บางประเทศอย่างเวเนซุเอลามีหลักฐานว่ามีการปลูกมันสำปะหลังมานานหลายพันปีแล้ว

มันสำปะหลังมีชื่อท้องถิ่นแตกต่างกันไปเช่น ต้าวบ้าน ต้าวน้อย (ภาคเหนือ), มันสำโรง (ภาคกลาง), มันเทศ มันไม้ (ภาคใต้) เป็นต้น

ชนิดของมันสำปะหลัง

มันสำปะหลังแบ่งออกเป็น 2 ชนิด คือ

1. มันสำปะหลังชนิดหวาน เป็นชนิดที่เพาะปลูกไว้สำหรับรับประทานโดยตรง จะมีรสหวาน เนื่องจากมีกรดไฮโดรไซยานิคต่ำ จึงไม่ขม เหมาะสำหรับนำไปประกอบอาหาร เช่น ต้ม ปิ้ง นึ่ง ทอด เป็นต้น

2. มันสำปะหลังชนิดขม มีกรดไฮโดรไซยานิคสูง จึงขมมาก ไม่นิยมนำมารับประทานเพราะขมจัดและเป็นพิษต่อร่างกาย หากจะทานต้องผ่านกระบวนการแปรรูปก่อน แต่ในวงการอุตสาหกรรมนิยมใช้ชนิดขมมากกว่าชนิดหวาน

ลักษณะของมันสำปะหลัง

ราก หรือส่วนหัวของมันสำปะหลัง โดยหัวมันนั้นเกิดจากการขยายตัวบริเวณข้อของลำต้นที่ใช้ปลูก ระบบรากเป็นระบบรากฝอย เนื้อในของหัวสีขาว เป็นส่วนที่ใช้สะสมสารอาหาร ส่วนประกอบหลักเป็นแป้ง มันสำปะหลัง 1 ต้นมีรากหรือหัวมันประมาณ 5-10 ราก

ลักษณะของมันสำปะหลัง

ลำต้น เป็นไม้พุ่ม เนื้อแข็ง ลำต้นตั้งตรง เปลือกลำต้นสีเขียว ก้านใบสีแดง ลำต้นจะมีแผลที่เกิดจากการหลุดร่วงของใบ เหนือแผลใบจะมีตาไม้

ใบ เป็นใบเดี่ยว เรียงสลับแบบบันไดเวียน ใบเป็นแฉกลึก 3-9 แฉก แฉกใบมีลักษณะเป็นรูปไข่กึ่งหอก ขอบใบเรียบ ปลายใบแหลม โคนใบสอบแคบ ผิวใบเกลี้ยงสีเขียว อาจจะผสมสีแดงเล็กน้อย ท้องใบเป็นสีขาวนวล เส้นใจอาจจะมีขนเล็กน้อย ก้านใบกลม เรียวยาว สีแดง

ดอก ดอกออกเป็นช่อตามซอกหรือปลายกิ่ง ในหนึ่งช่อประกอบไปด้วยดอกย่อยจำนวนมาก ช่อดอกมีทั้งเพศผู้และเพศเมียในต้นเดียวกัน ดอกเพศผู้มีกลีบเลี้ยงดอกที่ติดกันคล้ายระฆัง แต่ปลายกลีบแยกออก และไม่มีกลีบดอก ด้านในดอกประกอบไปด้วยอับละอองเกสร เกสรตัวผู้ อับเรณู ส่วนดอกเพศเมียก็จะคล้ายกับดอกเพศผู้แต่จะมีขนาดใหญ่กว่าแต่กลีบเลี้ยงจะติดกันเล็กน้อยเท่านั้น ส่วนด้านในก็จะมีรังไข่ 3 อัน

ผล ผลมีลักษณะกลมเป็นแคปซูล ผิวเกลี้ยง มีปีกเตี้ยๆ 6 ปีก ยาวตลอดทั้งผล ผลอ่อนและแก่มีสีเขียว ผลแห้งสีดำ

เมล็ด มีลักษณะรี สีน้ำตาลอ่อนลายจุดสีน้ำตาลเข้ม ผิวเรียบเป็นมัน ส่วนล่างของเมล็ดจะมีลักษณะนิ่มเบา คล้ายกับฟองน้ำ

สรรพคุณของมันสำปะหลัง

1. ลดระดับไขมันในเลือด จากการศึกษาทดลองกับกระต่ายและหนูพบว่า มีฤทธิ์ช่วยลดคอลเรสเตอรอล ลดไขมันในเลือดให้ต่ำลง

2. ต่อต้านเชื้อโรค โดยช่วยยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อไวรัสและแบคทีเรีย

3. ช่วยเพิ่มวิตามินบี 1 ให้ร่างกาย โดยการนำใบอ่อนมันสำปะหลังมาต้มให้สุกแล้วรับประทาน

ประโยชน์ของมันสำปะหลัง

1. มันสำปะหลังเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของโลก เนื่องจากหัวมันสำปะหลังสามารถนำมาปรุงอาหารได้อย่างอย่าง ทั้งยังนำมาแปรรูปเป็นแป้งเพื่อส่งออกหรือนำไปทำอาหารอย่างอื่น รวมทั้งนำมาทำเป็นแผ่นบางๆเป็นมันสำปะหลังทอดกรอบ ส่วนใบนำมาแกงหรือต้มจิ้มน้ำพริกได้

2. มันสำปะหลังนำมาเป็นอาหารสัตว์ ซึ่งสามารถใช้ได้ทั้งส่วนหัว ใบและลำต้น โดยนำไปตากแห้งแล้วบดหรือหั่นหยาบ จากนั้นนำไปผสมกับอาหารสัตว์สำเร็จรูป แล้วใช้เลี้ยงสัตว์ เพิ่มคุณค่าทางอาหารให้สัตว์ได้เป็นอย่างดี

3. มันสำปะหลังถูกใช้ในวงการอุตสาหกรรมหลายประเภท เช่น อาหาร แอลกอฮอล์ มันเส้น มันอัดเม็ด เครื่องปรุงรส เบียร์ กระดาษ ไม้อัด กาว เป็นต้น สำหรับประเทศไทย มันสำปะหลังสามารถทำรายได้ให้กับเกษตรกรไทยได้จำนวนมหาศาลต่อปีและยังเป็นผู้ที่ส่งออกผลิตภัณฑ์มันสำปะหลังมากที่สุดในโลก

4. เมล็ดมันสำปะหลัง นำไปสกัดจะได้น้ำมันคุณภาพดี ใช้เป็นส่วนประกอบของยารักษาโรคได้

ข้อควรระวัง-โทษของมันสำปะหลัง

มันสำปะหลังดิบ มีสารพิษที่ชื่อว่าไซยาไนต์ ซึ่งจะได้ทุกส่วนของพืชชนิดนี้ แต่จะพบมากในเปลือกและราก หากทานแบบดิบๆ จะได้รับสารชนิดนี้เข้าไปและส่งผลอันตรายอย่างรุนแรงต่อระบบไหลเวียนเลือด โดยจะทำให้ออกซิเจนเข้าสู่สมองน้อยลง คลื่นไส้อาเจียน มึนงง สมองขาดออกซิเจน กล้ามเนื้ออ่อนแรงและทำงานไม่ประสานกัน ตัวอาจจะเขียวหรือชักได้ หากได้รับในปริมาณมาก อันตรายร้ายแรงจนถึงแก่ชีวิต ดังนั้นก่อนรับประทานมันสำปะหลังไม่ว่าจะส่วนประกอบใด ต้องทำให้สุกก่อน ส่วนใครที่รับประทานแบบดิบๆ เข้าไปให้รีบทำให้อาเจียน จากนั้นนำส่งโรงพยาบาลให้เร็วที่สุด

มันสำปะหลังเป็นพืชที่สามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้เกือบทุกส่วน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหัวมัน ซึ่งอุดมไปด้วยสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย อีกทั้งยังแปรรูปและนำไปใช้ในวงการอุตสาหกรรมได้อย่างหลากหลาย จึงไม่น่าแปลกใจว่าทำไม "มันสำปะหลัง" ถึงกลายเป็นพืชเศรษฐกิจของโลกนั่นเอง