counter

วิธีลดน้ำหนักแบบไม่ง้อ ยาลดความอ้วน

เคยสังเกตกันไหมค่ะว่า มองไปทางไหน ก็จะเจอแต่คนอวบ คนท้วม คนอ้วน หรือมีรูปร่างไม่สมส่วน ต้นขาใหญ่ สะโพกใหญ่บ้าง มีไขมันหน้าท้องบ้าง น้อยคนที่จะมีรูปร่างสมบูรณ์ได้มาตรฐานไม่อ้วนหรือผอมเกินไป

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นสิ่งที่เราเห็นไม่ใช่เรื่องแปลกเลยสำหรับสังคมไทยในยุคปัจจุบันที่คนอดอยากมีให้เห็นน้อยซะเหลือเกิน จะมีก็แต่คนมีอันจะกิน (หรือไม่มีกิน ก็ดิ้นรนเพื่อให้ได้กิน) กินจนเกินความจำเป็น เกินความพอดีที่ร่างกายต้องการ มีภาวะโภชนาการที่ไม่สมดุล ผลสุดท้ายก็ต้องมากลุ้มอกกลุ้มใจกับการตามใจปากแต่ลำบากหุ่นกลายเป็นโรคอ้วนในที่สุด

โรคอ้วน

เป็นสภาวะที่ร่างกายมีไขมันสะสมไว้ตามอวัยวะต่างๆ มากจนเกินไป ซึ่งหลายคนอาจสงสัยว่าตัวเราเป็นโรคอ้วน หรือจัดว่าเป็นคนอ้วนหรือไม่? จริงๆ แล้วไม่ต้องให้ใครมาบอกเลย เพียงแค่เราหัดสังเกตร่างกายของเราเองว่าส่วนต่างๆ ในร่างกาย เกิดไขมันสะสมมากน้อยเพียงใด มีพฤติกรรมเฉื่อยชา อืดอาด อึดอัด หนักตัว ขาดความคล่องแคล่ว ทำอะไรนิดๆ หน่อยๆก็เหนื่อย เมื่อย ปวดหลัง ปวดตามข้อกระดูกหรือไม่ เพราะอาการเหล่านี้จะเกิดกับคนที่เป็นโรคอ้วน โดยสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคอ้วนโดยทั่วไปคือ

  • การรับประทานอาหารที่ให้พลังงานสูง และทานมากเกินกว่าที่ร่างกายจะนำออกไปใช้จนเกิดการสะสมเป็นไขมัน
  • การรับประทานอาหารที่มีน้ำตาลเป็นส่วนผสมเป็นประจำ เช่น น้ำหวาน น้ำอัดลม ชา กาแฟ และเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์
  • ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ ซึ่งเป็นความบกพร่องของระบบภายในร่างกายเช่น ต่อมไทรอยด์ ต่อมใต้สมอง หรือต่อมหมวกไต
  • การทานยาบางประเภทที่มีผลต่อการเผาผลาญและระดับฮอร์โมนภายในร่างกาย เช่น ยาคุมกำเนิด ยารักษาเบาหวาน ยาแก้หอบหืด ยาสเตียรอยด์ หรือยาชุด เป็นต้น
  • กรรมพันธุ์ ซึ่งเป็นยีนที่ถูกถ่ายทอด และก่อให้เกิดความบกพร่องของการทำงานในร่างกาย ทำให้เป็นโรคอ้วนได้ง่าย

โรคอ้วนจัดเป็นโรคเรื้อรังที่เป็นสาเหตุของโรคแทรกซ้อนอื่นๆตามมา ได้แก่ โรคความดันโลหิตสูง โรคไขมันในเลือดสูง โรคเบาหวาน และโรคหลอดเลือดหัวใจ ซึ่งโรคอ้วนจัดเป็นปัญหาสุขภาพระดับชาติที่เราทุกคนควรหันมาใส่ใจและช่วยกัน ป้องกัน เพราะทรัพยากรและเงินทองที่ต้องสูญเสียไปกับการรักษาทั้งของผู้ป่วยและรัฐบาลในแต่ละปีเป็นมูลค่ามหาศาล สำหรับบางประเทศ รัฐบาลจะทำการรณรงค์กึ่งบังคับให้คนในประเทศลดการทานอาหารรสจัด ไม่ว่าจะหวานจัด เค็มจัด หรือเผ็ดจัด ซึ่งส่งผลเสียต่อร่างกายทั้งนั้น จากที่เห็นตามร้านก๋วยเตี๋ยวจะไม่มีเครื่องปรุงวางบนโต๊ะให้ลูกค้าปรุงรสเพิ่มเหมือนกับบ้านเรา รสชาติอาหารมาอย่างไรก็ทานอย่างนั้น จะมีก็แต่พริกหยวกซอยหมักกับซีอิ้วขาวซึ่งทำมาจากถั่วเหลืองที่ดีต่อสุขภาพ

ยาลดความอ้วนหรือยาชุดลดความอ้วน

หลายคนมักได้ยินข่าวเกี่ยวกับอันตรายของยาชุด ที่มีคนซื้อทานด้วยตนเอง สุดท้ายต้องจบชีวิตอย่างน่าเสียดายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์กับอันตรายของยาชุดลดความอ้วนเหล่านั้นที่พยายามโฆษณาชวนเชื่อเรื่องของการลดความอ้วนที่เห็นผลรวดเร็ว ดังนั้นก่อนที่จะตัดสินใจผิดๆ ซื้อยาลดความอ้วนมาลอง เรามาทำความรู้จักกับอันตรายของยาลดความอ้วนกันก่อนนะคะ

ยาลดความอ้วน หรือยาลดน้ำหนัก มักมีสารสังเคราะห์ สารเคมีที่มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง กดความอยากอาหาร จึงสังเกตว่าเมื่อทานยาลดความอ้วนแล้วจะไม่รู้สึกหิว นั่นเป็นการหลอกให้ร่างกายเชื่อว่าไม่มีความหิวจากสารเซโรโทนิน หรือคาเทโคลามิน สารในสมองที่ควบคุมอารมณ์และความอยากอาหาร ดังนั้นการทานยาลดความอ้วนมีโอกาสเสี่ยงต่ออาการข้างเคียง ได้แก่ ใจสั่นเพราะการเต้นของหัวใจผิดปกติ คอแห้ง ปากแห้ง นอนไม่หลับ ท้องผูก หรือมึนงง ปวดศีรษะรวมถึงความดันโลหิตสูงกว่าปกติได้อีกด้วย

จากการสำรวจพบว่ายาชุด หรือยาลดน้ำหนัก ยาลดความอ้วนนั้นมีตัวยาหลายชนิดที่สามารถก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงถึงขั้นเสียชีวิตหากใช้ผิดวิธี เกินขนาด และขาดความเข้าใจ

สารประกอบส่วนใหญ่ในยาลดน้ำหนัก

  • ยาธัยรอยด์ฮอร์โมน เพื่อเร่งอัตราการเผาผลาญพลังงานในร่างกาย ซึ่งจะมีผลข้างเคียงทำให้เกิดการทำลายโปรตีนของกล้ามเนื้อ ทำให้ใจสั่น หัวใจเต้นผิดจังหวะ
  • ยาขับปัสสาวะ เพื่อทำให้บริมาณน้ำในร่างกายลดลงจึงเข้าใจว่าน้ำหนักลดลง ซึ่งจริงๆแล้วเป็นการขับน้ำในร่างกายออกทางปัสสาวะมากกว่าปกติ เป็นผลทำให้ร่างกายสูญเสียแร่ธาตุที่จำเป็นไปกับปัสสาวะด้วย ทำให้เกิดอาการผิดปกติของหัวใจ สมอง ถึงขั้นหัวใจวาย หรือหมดสติได้
  • สารเฟนเทอร์มีน (phentermine) ที่มีผลต่อระบบประสาท ควบคุมความอยากอาหาร จัดเป็นสารเสพติดอย่างหนึ่ง จึงมีการควบคุมการซื้อขายเฉพาะโรงพยาบาล หรือคลินิกให้แก่ผู้ป่วยในระยะสั้นๆ เท่านั้น หากรับประทานนานๆ หรือมากเกินไปจะส่งผลต่อระบบประสาทอาจมีอาการไม่ต่างจากคนติดยา เช่น กระวนกระวาย หงุดหงิด เห็นภาพหลอน หูแว่วและหวาดระแวงได้

จากสารประกอบในยาลดความอ้วนอาจเกิดผลข้างเคียงและเป็นอันตรายต่อผู้ทาน ดังนั้นเพื่อความปลอดภัยของผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักด้วยการทานยาลดความอ้วน จำเป็นต้องปรึกษาแพทย์ที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญโดยต้องให้แพทย์เป็นผู้จ่ายยาให้เท่านั้น ไม่ควรหาซื้อยาทานเองตามร้านขายยาหรือร้านค้าในอินเตอร์เน็ต และไม่ควรรับประทานยาติดต่อกันเป็นเวลานานๆเพราะคุณอาจติดยา หรือดื้อยา (ทานเท่าไหร่ก็ไม่ช่วยลดความอ้วนได้ มีแต่จะทำให้ตับไตทำงานหนัก) และเมื่อหยุดทานก็ทำให้เกิดอาการ “โยโย่เอฟเฟ็กซ์” คือยิ่งทำให้หิว อยากทานมากกว่าปกติ และสุดท้ายกลับมาอ้วนยิ่งกว่าเดิม

อาหารเสริมลดน้ำหนัก/ ลดความอ้วน

สำหรับอาหารเสริมมีความแตกต่างกับยาลดน้ำหนักคือ เป็นสารสกัดจากธรรมชาติที่มีประสิทธิภาพในการช่วยเผาผลาญ การขับถ่าย ระบบไหลเวียนในร่างกาย และช่วยดักจับไขมัน จึงช่วยลดน้ำหนักได้โดยไม่มีผลข้างเคียงหรืออันตรายต่อร่างกาย พืชพรรณที่นำมาสกัดเป็นส่วนประกอบในอาหารเสริมลดน้ำหนักที่นิยมได้แก่

  • สารสกัดจากถั่วขาว ที่มีสารเฟซาโอรามีน โดยมีคุณสมบัติในการยับยั้งการดูดซับแป้ง ลดการสะสมของไขมัน แป้งและน้ำตาล
  • สารสกัดจากส้มแขก ที่มีกรดไฮดรอกซีซิติก ช่วยยับยั้งกระบวนการเปลี่ยนน้ำตาลเป็นไขมัน และช่วยให้ร่างกายขับถ่ายของเสียได้ดี
  • สารสกัดจากดอกคำฝอย ที่มีสารช่วยเร่งกระบวนการเผาผลาญ ลดการสะสมไขมันในเลือด บำรุงเลือด ขับเหงื่อ อีกทั้งเป็นยาระบายช่วยให้ขับถ่ายสะดวกจึงนำมาสกัดเป็นสารประกอบในอาหารเสริมลดความอ้วน หรือนำมาชงดื่มเพื่อลดความอ้วน
  • สาหร่ายเคลป์ ที่ช่วยควบคุมความหิว เร่งการเผาผลาญน้ำตาล ลดคอเลสเตอรอล และเสริมสร้างกล้ามเนื้อให้กระชับ เต่งตึง
  • สารสกัดจากชาเขียว ช่วยยับยั้งเอนไซม์ไลเปสในกระเพาะอาหารและตับอ่อน โดยทำให้การย่อยไขมันมันลดลง ทำให้ไขมันถูกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้น้อยลง จึงเป็นการลดการสะสมของไขมันที่เกิดขึ้นใหม่ และช่วยกระตุ้นระบบการเผาผลาญในร่างกายได้ดี
  • สารสกัดจากพริกไทยดำ เพราะสารไพเพอรีนในพริกไทยดำที่มีความเผ็ดร้อนจะทำหน้าที่ควบคุมการก่อตัวของเซลล์ไขมันใหม่ไม่ให้เกิดขึ้น พร้อมทั้งทำลายเซลล์ไขมันเก่าที่สะสมในร่างกาย จึงช่วยให้ผอมลง ป้องกันไม่ให้อ้วนขึ้นได้ง่ายๆ

นี่เป็นเพียงตัวอย่างสารสกัดธรรมชาติที่ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย ดังนั้นการหาอาหารเสริมมาช่วยลดน้ำหนักจึงเป็นทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำหนัก หรือลดน้ำหนัก แต่ควรปฏิบัติควบคู่กับการลดปริมาณอาหาร และออกกำลังกายด้วยจึงจะเห็นผลรวดเร็ว ที่สำคัญอีกอย่างคืออาหารเสริมลดน้ำหนักต้องผ่านการตรวจสอบและรับรองจาก องค์การอาหารและยา (อย.) ด้วยจึงจะปลอดภัย 100% นะคะ

วิธีลดน้ำหนัก ลดความอ้วนที่ถูกต้อง

ก่อนอื่นเลย ผู้ที่ต้องการลดความอ้วน ลดน้ำหนักต้องเข้าใจว่าการที่คนเรามีไขมันสะสมในร่างกายจนกลายเป็นคนอ้วนนั้น มิใช่เกิดจากการทาน การสะสมแค่เพียงวันเดียว แต่เป็นการสะสมไขมัน เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ อาจเป็นเดือน เป็นปี ดังนั้นการกำจัดไขมันเหล่านี้ออกไปได้ จึงจำเป็นต้องใช้เวลาในการกำจัดออกไปเรื่อยๆ ส่วนจะออกมากหรือน้อย ใช้เวลานานมากน้อยเพียงใด ก็ขึ้นอยู่กับความขยันของแต่ละบุคคล แต่สิ่งสำคัญที่ผู้ลดน้ำหนักต้องมีคือ ความมุ่งมั่นตั้งใจ มีระเบียบวินัยที่จะปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจริงๆ อยากลดน้ำหนักจริงๆ ไม่ใช่วันนี้ควบคุมการกิน การออกกำลังกายของตัวเองได้ แต่วันพรุ่งนี้เกิดความขี้เกียจซะแล้ว เห็นอาหารอร่อย ขนมหวานถูกใจ ก็อดใจไม่ไหว ทานก่อนค่อยลดทีหลัง หากเป็นอย่างนี้ขอบอกว่า คุณไม่มีทางลดน้ำหนักได้สำเร็จอย่างแน่นอน จงจำไว้ว่า ถ้าอยากสวย อยากสมส่วน อยากมีสุขภาพดี อย่าขี้เกียจ อย่าใจร้อน อย่าผลัดวันประกันพรุ่ง หรือหาข้ออ้างเพื่อหลบเลี่ยงการลดน้ำหนัก หากคุณอดทน ตั้งใจลดน้ำหนักไปสักอาทิตย์และเริ่มเห็นความเปลี่ยนแปลงในทางที่ดีขึ้น คุณจะเริ่มมีกำลังใจและอยากจะเห็นความเปลี่ยนแปลงเพิ่มขึ้นโดยอัตโนมัติ รับรองว่าจะเลิกสนใจอยากทานอาหารหวานๆ อาหารฟาสฟู้ด (แป้งและน้ำตาลล้วนๆ) และนิสัยเดิมๆ ที่นำมาซึ่งความอ้วนอย่างแน่นอน

สำหรับเคล็ดลับที่จะแนะนำนี้เป็นการทดลองทำด้วยตนเองโดยใช้เวลาเพียง 40 วัน และเห็นผลอย่างน่าพอใจ จากที่เป็นคนต้นขาใหญ่ สะโพกใหญ่ (ทานเยอะทีไรก็ลงส่วนนี้ทุกที ใส่กางเกงยีนส์ หรือกางเกงขาสั้นทีไรไม่มั่นใจทุกที) หลังจากเคร่งครัดกับตัวเอง เมื่อผ่านไป 14 วัน ก็สังเกตว่ามีสะโพกเล็กลง กระชับขึ้น ขาเรียว และผิวพรรณสดใส เปล่งปลั่งจนคนรอบข้างเริ่มทักถึงความเปลี่ยนแปลง จึงอยากนำเอาวิธีการที่ได้จากประสบการณ์โดยตรงของตนเองมาแนะนำแก่ผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักอย่างปลอดภัย และเห็นผลจริงๆโดยไม่ต้องพึ่งยาลดความอ้วน จากตอนที่ 2 ต่อไปนะคะ

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับ การลดความอ้วน

Click here to add a comment

Leave a comment: