counter

วิธีแก้ส้นเท้าแตก...แบบเคล็ด(ไม่)ลับ

วิธีแก้ส้นเท้าแตก

ในทุกๆ วันเราทุกคนตื่นขึ้นมาก็ดูแลร่างกายเกือบทุกส่วน แต่คงยกเว้นที่ "เท้า" ไม่ว่าจะเป็นการทำความสะอาดและบำรุงผิวพรรณบริเวณนั้นให้เนียนนุ่มน่าสัมผัสก็ตาม จนกระทั่งนานวันเข้าก็เกิดอาการของส้นเท้าแตก ปัญหานี้คนทุกเพศทุกวัยสามารถเป็นกันได้ บางคนเป็นแล้วดูแลรักษาจนหาย ทว่าสุดท้ายพอปล่อยปละละเลยก็กลับมาเป็นอีก ส่วนบางคนพยายามแก้ไขอย่างไรก็ไม่หายสักที สร้างความปวดหัวทำให้รำคาญใจเพราะไม่รู้จะจัดการกับปัญหานี้อย่างไรดี?

สาเหตุสำคัญของ "ปัญหาส้นเท้าแตก"

ก่อนอื่นเราต้องทำความเข้าใจกันให้ดีๆ ว่า "เท้" ประกอบด้วยหนังแท้และหนังกำพร้าซึ่งแต่ละคนมีสภาพผิวไม่เหมือนกัน บางคนผิวหนังเท้าหนาหรือผิวบาง คนนั้นอาจมีผิวของหนังเท้าแห้ง แต่คนนี้มีผิวหนังเท้าที่ชุ่มชื้นแม้ไม่ได้บำรุงผิวเท้าเลย อย่างไรก็ดี เท้าเป็นอวัยวะที่ต้องทำงานทั้งวันและทุกวัน ปัญหาส้นเท้าแตกจึงเกิดได้กับทุกคนตลอดเวลา โดยเฉพาะหากแต่ละวันเราใช้เท้าไปในแนวทางที่สุ่มเสี่ยงกับการจะทำให้เกิดอาการส้นเท้าแตกดังต่อไปนี้

  • ชอบใส่รองเท้าแตะ รองเท้าเปิดส้น รองเท้าส้นสูงเป็นประจำ ซึ่งอาจมีคุณภาพไม่ดี มีพื้นรองเท้าแข็งมาก
  • อยู่บ้านก็ไม่ใส่รองเท้าทั้งในบ้านและนอกบ้าน ทำให้เท้าต้องสัมผัสกับความร้อน ความเย็น และฝุ่นบนพื้นบ่อยๆ
  • ใส่รองเท้าที่คับหรือหลวมเกินไป ไม่พอดีกับเท้าของตัวเอง นานวันส้นเท้าจะเริ่มหนาและแตก
  • ผิวบริเวณรอบเท้าสูญเสียน้ำและความชุ่มชื้นจากสาเหตุ เช่น อากาศเย็นทำให้ผิวแห้งและแตกได้ ฯลฯ
  • มีน้ำหนักตัวมากซึ่งมีผลทำให้ส้นเท้าแตกเช่นกัน เพราะเท้าต้องรับน้ำหนักมากขึ้น
  • การเดินและยืนเป็นเวลานานๆ หลายชั่วโมง ซึ่งจะทำให้น้ำหนักตัวทั้งหมดถูกถ่ายเทไปที่เท้า
  • เพราะพันธุกรรมหรือป่วยเป็นโรค อาทิ โรคเบาหวาน หรือร่างกายมีความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ เป็นโรคผิวหนังบางชนิดที่ทำให้ผิวแห้ง ขาดวิตามินและแร่ธาตุบางชนิด

เมื่อประกอบกับการไม่ดูแลเอาใจใส่เท้าส่งผลให้ผิวหนังเท้ายิ่งขาดความชุ่มชื้น จึงทำให้เกิดปัญหาส้นเท้าแตก เท้าแห้ง เป็นตุ่มแข็ง เป็นตาปลาหรือไตบ้างล่ะ แล้วถ้าปล่อยทิ้งไว้ไม่ดูแลรักษาส้นเท้าแตก ฝ่าเท้าก็จะเริ่มหนาขึ้นและมีอาการบวมแดง หนังกำพร้าเกิดรอยแตกเล็กๆ เป็นร่องลึกซึ่งอาจถึงขั้นมีรอยเลือดซึมให้เห็น เวลาเดินจะรู้สึกแสบและเจ็บเป็นอย่างมาก แถมยังอาจมีแบคทีเรียเข้าไปสะสมส่งผลร้ายให้เกิดเชื้อราได้

รวมเด็ดกลเม็ด...วิธีแก้ส้นเท้าแตก

แล้วถ้าปัจจุบันเรากำลังเจอกับปัญหาส้นเท้าแตกอยู่ล่ะ จะมีหนทางไหนที่สามารถช่วยป้องกันและรักษาส้นเท้าแตกกันบ้างไหม...

1. ทุกครั้งขณะอาบน้ำให้ใช้สบู่ถูส้นเท้าร่วมกับหินขัดเท้าขัดเอาส่วนที่แข็งๆ ออกไปอย่างเบามือ เสร็จแล้วบำรุงผิวเท้าด้วยโลชั่น จัดเป็นวิธีแก้ส้นเท้าแตกที่ทำได้ง่ายๆ ไม่ยุ่งยากเลย

2. แช่เท้าในน้ำอุ่นประมาณ 15 นาที จากนั้นใช้หินขัดเท้าขัดส้นเท้าเบาๆ เพื่อให้เซลล์ที่ตายแล้วหลุดออก เช็ดเท้าให้แห้ง ทาครีมบำรุงหรือแก้ส้นเท้าแตก ควรทำติดต่อกันทุกวัน 2-3 สัปดาห์

3. ใช้น้ำมันมะกอกหรือน้ำมันงามาทาเท้าและนวดประมาณ 15-20 นาที โดยไม่ต้องล้างออก ทำเป็นประจำทุกวันจะช่วยรักษาอาการส้นเท้าแตกได้

4. ก่อนนอนทุกคืนควรดูแลเท้าเป็นประจำโดยเฉพาะบริเวณส้นเท้า ด้วยการใช้โลชั่น ครีมทาส้นเท้าแตกหรือปิโตรเลียมเจล รอจนเท้าแห้งแล้วใส่ถุงเท้าเพื่อช่วยรักษาความชุ่มชื้นให้คงอยู่

เป็นอย่างไรบ้างกับ วิธีแก้ส้นเท้าแตก แบบทำได้ด้วยตัวเองทั้ง 4 วิธี...แต่หากทำแล้วยังไม่ได้ผล หรือยุ่งยาก ใช้เวลานานเกินไปสำหรับคุณ...ผลิตภัณฑ์ที่ช่วยแก้ปัญาหาส้นเท้าแตกที่มีคุณภาพ เห็นผลจริง จากผู้ใช้จริง ก็เป็นอีกหนึ่งทางเลือกที่ดีเลยทีเดียว แต่...เอ จะเลือกใช้ครีมอะไรดี ยี่ห้ออะไรดี...เรามีผลิตภัณฑ์ดีๆ มาแนะนำค่ะ

AL MORUS FOOT CRACKED HEELS CREAM หนึ่งเดียวของวิธีแก้ส้นเท้าแตกและเท้าเหม็น

สำหรับโลชั่นหรือครีมที่ใช้ทาตัวก็สามารถใช้ทาผิวหนังเท้าได้เช่นกัน แต่ควรเลือกประเภทที่มีความเข้มข้นมากๆ ส่วนครีมทาส้นเท้าแตกควรจะพิจารณาเลือกที่มีคุณสมบัติให้ความชุ่มชื้นแก่ผิวหนังเท้า พร้อมกับช่วยป้องกันส้นเท้าแตกได้เป็นอย่างดี ซึ่งมีอยู่ในผลิตภัณฑ์  “Al Morus Foot Cracked Heels Cream (อัล มอรัส ฟุต แคร็ก ฮีล ครีม)” ครีมบำรุงผิวเท้าเพื่อช่วยฟื้นฟูส้นเท้าแตกและสามารถป้องกันโรคเท้าเหม็นได้ในหนึ่งเดียว ด้วยสูตรพิเศษจากเทคโนโลยีไมโครฟลูอิด

Al Morus Foot Cracked Heels Cream ครีมทาส้นเท้าแตก

- ช่วยเติมความชุ่มชื้นให้แก่ผิวเท้าทันทีที่ใช้ และป้องกันการระเหยของน้ำในชั้นผิวได้นานถึง 24 ชั่วโมง

- แม้ส้นเท้าแตกและแห้งเพียงใดจะช่วยสมานผิวให้เป็นเนื้อเดียวอย่างรวดเร็ว

- จะกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิวที่หนา แข็ง ให้หลุดออก และสร้างเซลล์ผิวใหม่ที่นุ่มนวลแทน

- สามารถป้องกันอาการอักเสบ ลดโอกาสติดเชื้อและอาการคันของผิวเท้าที่แห้ง แตก

- ยับยั้งเชื้อแบคทีเรียที่เป็นสาเหตุของเท้าเหม็น ป้องกันโรคเท้าเหม็น

วิธีการใช้ไม่ยุ่งยากเลย หลังการอาบน้ำทำความสะอาดผิวกายจนทั่วตั้งแต่ศีรษะจดเท้า เช็ดเท้าให้แห้งทาครีม Al Morus Foot Cracked Heels Cream ให้ทั่วเท้าและหนาพอประมาณ อย่างน้อยวันละ 2 ครั้ง เช้า-เย็น เพื่อให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ควรใส่ถุงเท้าหลังจากทาครีมเพื่อการฟื้นฟูที่ดีและลดการสูญเสียน้ำ ดื่มน้ำให้เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย รวมทั้งหลีกเลี่ยงสาเหตุต่างๆ ที่ทำให้เกิดปัญหาส้นเท้าแตก เรียกว่า เป็นวิธีแก้ปัญหาส้นเท้าแตก และเท้าเหม็นในหลอดเดียว จบจริงๆ

ได้รู้วิธีแก้ส้นเท้าแตก พร้อมผลิตภัณฑ์ดีๆ กันไปแล้ว หวังว่าทุกคนคงจะตระหนักกันแล้วว่า ปัญหาส้นเท้าแตกเป็นเรื่องจำเป็นที่เราต้องหมั่นดูแลอย่างสม่ำเสมอเช่นเดียวกับอวัยวะส่วนอื่นของร่างกาย

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการดูแลร่างกายเพื่อสุขภาพที่ดี