counter

อยากเบิร์นต้องกิน "อาหารรสจัด" ให้เพลินไปเลย ช่วยได้เยอะ!!

อาหารรสจัด เผ็ดร้อน

ใครมีปัญหา อ้วน...หลับๆ ตื่นๆ...เป็นเบาหวาน มีค่าการอักเสบสูง มักปวดเมื่อย...เป็นมะเร็ง เสี่ยงต่อการเป็นเนื้องอก หรือใครมีไทรอยด์ต่ำ ใครเซ็กส์เสื่อม ลองอ่านทางนี้!! บางทีอาจทำให้คุณกินข้าวแซบขึ้นอีกเป็นกอง

เหตุผล 3 ข้อ ที่คุณควรกินอาหารรสจัด เผ็ดร้อน

บางทีอาจถึงคราวที่เราต้องกันมาบริโภคเมนูแซบสะเดิดกันแบบจริงจังแล้วล่ะ เพราะยิ่งศึกษายิ่งพบว่ามีประโยชน์มากจริงๆ ผู้เชี่ยวชาญที่ให้ความรู้ในเรื่องนี่กับเราบอกว่าเขาชอบอาหารรสจัดเผ็ดร้อน นั่นเป็นเพราะเป็นคนใต้จึงชื่นชอบน้ำพริกทุกรูปแบบ นับว่าเป็นเรื่องดีเพราะในความเผ็ดร้อนของพริกมีแคปไซซิน และสารประกอบอื่นๆ ในรสเผ็ดที่ช่วยฟื้นฟูระบบของร่างกาย

แคปไซซินมีอยู่ในพริกเป็นหลัก และเป็นวัตถุดิบหลักของอาหารรสจัดเผ็ดร้อน แต่สิ่งที่น่าสนใจก็คือ ความแสบร้อนเมื่อคุณสัมผัสกับพริก มันถูกออกแบบมาเพื่อไม่ให้คุณอยากกิน มันเป็นการป้องกันตัวเองเพื่อความอยู่รอดและการแพร่พันธุ์ มนุษย์เป็นสัตว์ชนิดเดียวเท่านั้นที่เลือกกินพริกด้วยความเต็มใจ (แต่นกก็กินเพื่อรักษาอาการป่วยของตัวมันเองในบางเวลาเช่นกัน)

1. อาหารรสจัด เผ็ดร้อนช่วยลดความเสี่ยงเนื้องอก สารแคปไซซิน ได้แสดงให้เห็นว่าเป็นตัวเปิดรับเซลล์ในเยื่อบุลำไส้ซึ่งช่วยสร้างปฏิกิริยาที่ช่วยลดความเสี่ยงของการเกิดเนื้องอกได้ จากผลการทดลองกับหนูพบว่า สามารถลดเนื้องอกในหนูได้เมื่อเลี้ยงด้วยแคปไซซิน และแคปไซซินยังมีสารต้านอนุมูลอิสระที่ช่วยต้านการอักเสบได้ เป็นสัญลักษณ์บางอย่างสำหรับการรักษาโรคมะเร็ง ในผลการทดลองยังพบอีกว่าช่วยยับยั้งการเติบโตของเซลล์มะเร็งต่อมลูกหมากของมนุษย์ ในขณะที่ไม่ทำร้ายเซลล์ปกติอีกต่างหาก

2. อาหารรสจัด เผ็ดร้อนช่วยในเรื่องเพศ สำหรับข้อนี้ไม่ใช่มีดีแค่พริกเท่านั้นนะ แต่จากโสมและหญ้าฝรั่นก็มีผลวิจัยชี้ให้เห็นว่า ช่วยเพิ่มพลังทางเพศได้ไม่แพ้กัน ใครอยากปึ๋งปั๋งต้องกินด่วนๆ

3. อาหารรสจัด เผ็ดร้อนช่วยลดน้ำหนัก เนื่องจากอาหารเผ็ดร้อนช่วยเพิ่มความอิ่ม คุณจึงรู้สึกอิ่มเร็วขณะรับประทานอาหาร ส่วนพริกไทยอาจช่วยทำให้ร่างกายของคุณเผาผลาญแคลอรีมากขึ้น จริงๆ แล้วสารแคปไซซินเคยถูกใช้ในการทำลายเส้นใยประสาทที่ส่งข้อมูลจากลำไส้ไปสมอง นี่จึงเป็นเรื่องที่เราจะมาพูดถึงกันในวันนี้

สรรพคุณของสารแคปไซซิน ในอาหารรสจัด เผ็ดร้อน

การที่แคปไซซินเคยถูกใช้ทำลายเส้นประสาทที่ส่งไปยังสมองทำให้มีประโยชน์เด่นมาก ในการลดน้ำหนัก การทำลายเส้นประสาทเหล่านี้อาจส่งผลต่อสุขภาพในระยาว แต่โชคดีจริงๆ ที่แคปไซซิน อาจมีประสิทธิภาพสำหรับการลดน้ำหนัก เมื่อเติมความเผ็ดลงไปในอาหารเมื่อเทียบกับการใช้ผ่านการผ่าตัด

การวิจัยทำให้เห็นว่าแคปไซซินช่วยต่อสู้กับโรคอ้วนได้ โดยการลดปริมาณแคลอรีที่กิน เพิ่มการหดตัวของไขมันและการลดระดับไขมันในเลือด เช่นเดียวกับการต่อสู้กับการสะสมไขมันโดยการเปลี่ยนแปลงโปรตีนในร่างกายของคุณ

ประโยชน์ส่วนหนึ่งของแคปไซซิน คือ ช่วยกระตุ้นความร้อนและกระบวนการเผาผลาญในร่างกาย แม้อาจจะเพิ่มขึ้นเพียงชั่วคราว แต่นั่นก็มีประโยชน์สุดๆ แล้ว ในงานวิจัยชี้ให้เห็นว่าการบริโภคอาหารรสจัดเผ็ดร้อน อาจเพิ่มกระบวนการเผาผลาญอาหารได้มากขึ้นถึงร้อยละ 5 และเพิ่มการเผาผลาญไขมันได้ถึงร้อยละ 16 และมันอาจช่วยรับมือตอนที่อัตราการเผาผลาญที่ลดลงเมื่อน้ำหนักคุณลด

เครื่องเทศมีดีแทบทุกอย่าง

แคปไซซินในพริกอาจจะได้รับความสนใจมากเป็นพิเศษ แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเป็นอาหารรสจัดเผ็ดร้อนชนิดเดียวที่มีประโยชน์ เพราะนอกจากนี้ยังมีเครื่องเทศอื่นๆ อีกมากที่ช่วยเพิ่มรสชาติเผ็ดๆ ให้กับอาหาร และปรับระบบในร่างกายให้ดีขึ้น

1. โสมจีน โสมจีนมีความสามารถในการเพิ่มระดับพลังงาน และเร่งเผาผลาญ โดยเฉพาะโสมเกาหลี ที่มีการศึกษาพบว่ามีส่วนช่วยทำให้น้ำหนักลด แก้ปัญหาโรคอ้วนและโรคเบาหวาน

2. อบเชย เครื่องเทศชนิดนี้ช่วยเพิ่มการเผาผลาญให้คุณได้เป็นอย่างดี โยชน์เจ๋งๆ ของมันคือช่วยควบคุมน้ำตาลในเลือด ไตรกีเซอไรด์ และระดับคอเลสเตอรัลในผู้ป่วยเบาหวาน

3. พริกไทยดำ ในพริกไทยดำมีสารที่เรียกว่า piperine ไม่เพียงแต่ทำให้มีรสชาติฉุน แต่ยังช่วยบล็อกตัวก่อเซลล์ไขมันอีกด้วย เมื่อรวมกับพริกและสารอื่นๆ พบว่าช่วยเพิ่มกระบวนการเผาผลาญได้เยี่ยมยอด

เครื่องเทศ อาหารเผ็ดร้อน

เครื่องเทศ เพิ่มความเผ็ดร้อน

4. มัสตาร์ด มัสตาร์ดเป็นพืชในตระกูลกะหล่ำ เช่นเดียวกับบล็อคโคลี กะหล่ำปลี และกะหล่ำดาว เมล็ดมัสตาร์ดช่วยเพิ่มอัตราการเผาผลาญได้ถึง 25% จริงๆ แล้วแค่กินมัสตาร์ด 3-5 ช้อนชา ก็ช่วยให้คุณเผาผลาญเพิ่มถึง 45 แคลอรี ใน 1 ชั่วโมง เชียวนะ

5. ขิง ขิงเป็นอีกหนึ่งชนิดที่เผ็ดร้อน มีคุณสมบัติต้านการอักเสบและช่วยทำให้ลำไส้ทำงานได้ดีขึ้น การวิจัยชี้ให้เห็นว่าขิงมีคุณสมบัติช่วยเพิ่มการเผาผลาญเช่นเดียวกับการกดความอยากอาหาร งานนี้ไม่ผอมให้รู้ไป

6. กระวาน เป็นเครื่องเทศที่มีกลิ่นหอม ช่วยเพิ่มการเผาผลาญได้ดีไม่น้อย แถมยังมีการใช้ในแพทย์แผนโบราณของการรักษาแบบธรรมชาติของอินเดียอีกด้วย

ได้ฟังอย่างนี้แล้วใครที่มีปัญหาเรื่องอ้วน มันเยอะ ไม่รู้จะหาตัวช่วยยังไงดี เครื่องเทศเหล่านี้ก็สนใจไม่น้อยยิ่งกินควบคู่ไปกับการควบคุมอาหารและออกกำลังกายด้วยล่ะก็ ไม่อยากจะเซด ว่าจะได้ผลดีขนาดไหน คนป่วยลำไส้และโรคกระเพาะควรรักษาให้หายสัก4 เดือนก่อนนะ แล้วค่อยจัดเต็ม!! กับอาหารรสจัด เผ็ดร้อนนะค่ะ

ที่มา: www.saradd.com, รายการหมอนอกกะลา

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องน่ารู้...คู่สุขภาพดี