counter

เม็ดแมงลัก ลดน้ำหนักได้จริงเหรอ?

เม็ดแมงลัก ลดน้ำหนัก

เม็ดแมงลัก มีชื่อวิทยาศาสตร์ว่า Ocimum americanum Linn  เมล็ดของต้นแมงลัก จะมีเยื่อหุ้มเมล็ด (Husk) ซึ่งจะให้เส้นใยอาหารที่มีคุณสมบัติดูดซับนํ้าได้ถึง 25 เท่าของนํ้าหนักมันเอง และเมื่อดูดซับนํ้าไว้แล้ว เส้นใยอาหารจากเมล็ดแมงลัก ก็จะมีลักษณะเป็นเยื่อเมือกลื่นที่เรียกว่า Mucillage และส่วนนี้เองที่ทางการแพทย์ได้นำมาใช้ประโยชน์ และใช้เป็นอาหารลดความอ้วนกันอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน แต่ก็มีคนสงสัยว่า เม็ดแมงลักลดน้ำหนักได้จริงหรือไม่? เราไปดูกันเลยค่ะ

เม็ดแมงลัก ลดน้ำหนักได้จริงเหรอ?

เมื่อทานอาหารที่มีเส้นใยอาหาร เส้นใยอาหารชนิดละลายนํ้าได้ จะเคลือบที่ผิวกระเพาะอาหาร โดยไปทำปฏิกิริยากับกรดในกระเพาะอาหารได้  สารคล้ายเจลาตินซึ่งจะทำให้รู้สึก อิ่มเร็ว และอิ่มนาน ทำให้ความอยากอาหารลดลง ทานได้น้อยลง จึงมีประโยชน์อย่างมากกับผู้ที่ต้องการลดความอ้วน นอกจากนี้เมือกในเส้นใยอาหารชนิดละลายนํ้า ยังทำหน้าที่ขัดขวางการดูดซึมของคอเรสเตอรอลผ่านผนังลำไส้อีกด้วย ส่วนเส้นใยอาหารชนิดไม่ละลายนํ้า จะไม่ทำปฏิกิริยากับกรดในกระเพาะอาหาร จึงเป็นเสมือนกากอาหารที่ช่วยเติมกระเพาะให้เต็ม ทำให้อาหารในหนึ่งมื้อมีกากมากขึ้นแต่ให้พลังงานลดลง จึงเป็นเหตุผลที่เม็ดแมงลักลดน้ำหนัก ช่วยลดความอ้วนได้ เนื่องจากมันทำให้เรารับประทานได้เท่าเดิมแต่ได้พลังงานน้อยลง เพราะเส้นใยอาหารเป็นสารที่ไม่ให้พลังงาน แต่ทำให้รู้สึกอิ่มได้เช่นกัน อาหารที่มีเส้นใยอาหารสูงมักจะใช้เวลาในการเคี้ยวมากกว่า ทำให้ร่างกายมีเวลาที่จะรับรู้ว่าเราไม่หิวได้นานขึ้น การทานช้าๆ จะช่วยป้องกันการทานอาหารมากเกินไปได้ ดังนั้นการรับประทานอาหารที่มีเส้นใยอาหารสูงจึงเป็น อีกทางเลือกหนึ่งสำหรับผู้ที่ต้องการลดนํ้าหนัก

แต่ก็ใช่ว่าจะมีแค่เม็ดแมงลักลดน้ำหนักเท่านั้นที่มีใยอาหารทำให้เรารู้สึกอิ่มเร็ว ผักผลไม้ชนิดอื่นก็มีใยอาหารเช่นเดียวกัน หากอยากเพิ่มปริมาณใยอาหารในร่างกาย เราควรปฏิบัติดังนี้

1 รับประทานอาหารประเภทพืชตระกูลถั่ว ผัก และผลไม้สดที่ไม่ต้องปอกเปลือกให้มากขึ้น และควรับประทานผักสดที่สะอาดให้ได้อย่างน้อยวันละ 1-2 ถ้วย

2 หลังอาหารมื้อหลัก ให้รับประทานผลไม้ต่างๆ แทนขนมหวาน โดยผักผลไม้ต่างๆ ก็จะมีปริมาณเส้นใยอาหารที่แตกต่างกัน ดังนี้

  • อาหารที่มีปริมาณเส้นใยอาหารตํ่า คือ น้อยกว่า 4 กรัมต่ออาหาร 100 กรัม กลุ่มนี้ได้แก่ ผัก และผลไม้ที่มีนํ้ามาก เช่น แตงโม สับปะรด
  • อาหารที่มีปริมาณเส้นใยอาหาร ปานกลาง คือ อยู่ระหว่าง 4-14 กรัมต่ออาหาร 100 กรัม กลุ่มนี้ได้แก่ ผักและผลไม้ เช่น หัวปลี แครอท มะเขือพวงทั้งเมล็ด สะเดา ใบชะพลู ละมุด ฝรั่ง มะม่วงดิบ
  • อาหารที่มีปริมาณเส้นใยอาหารสูง คืออยู่ระหว่าง 19-28 กรัมต่ออาหาร 100 กรัม กลุ่มนี้ได้แก่ เมล็ดถั่วต่าง ๆ และเมล็ดธัญพืช เช่น ถั่วเขียว ถั่วแดง ถั่วดำ ถั่วแดงหลวง ถั่วเหลือง ถั่วลิสง งา และรำข้าว

ข้อควรระวังในการรับประทานเส้นใยอาหาร

แม้ว่าใยอาหารรวมถึงเม็ดแมงลักลดน้ำหนักจะเป็นประโยชน์ต่อร่างกายมาก แต่ถ้ารับประทานมากเกินกว่า35 กรัมต่อวัน จะมีผลเสียต่อร่างกาย เช่น

1 ลดการดูดซึมของสารอาหารบางชนิด เช่น แคลเซียม แมกนีเซียม เหล็ก ทองแดง และสังกะสี เป็นต้

2 ผลเสียต่อทางเดินอาหาร เช่น มีแก๊สในกระเพาะและลำไส้ อาเจียน ลำไส้ เคลื่อนไหวเร็วกว่าปกติและปวดท้อง เป็นต้น

3 ในแต่ละวัน ร่างกายควรได้รับปริมาณเส้นใยอาหาร 20-30 กรัม

จะเห็นได้ว่า เส้นใยอาหารโดยหลักแล้ว (รวมถึงเม็ดแมงลักลดน้ำหนัก) จะมีทั้งคุณและโทษ (หากรับประทานในปริมาณที่มากเกินไป) อย่างไรก็ตามการรับประทานอาหารที่มีกากหรือเส้นใยสูง จะส่งผลดีต่อร่างกายของคนเรามากกว่า เพียงแค่เปลี่ยนนิสัยการรับประทานจากข้าวขาวมาเป็นข้าวกล้องทุกมื้อร่วมกับผักสด ผลไม้สดก็ใช้ได้แล้ว เพียงเท่านี้ เราก็จะมีสุขภาพที่ดีขึ้นได้ สุขภาพกายดีก็ส่งผลให้มีสุขภาพจิตที่ดีด้วย

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวกับอาหารลดน้ำหนัก