counter

เรื่องชวนยี้จากสายฉีดชำระ...พบอุจจาระปนเปื้อนอันดับ 1

เชื้อโรคปนเปื้อนในสายชำระ

ในสังคมบ้านเรามักจะติดนิสัยใช้สายชำระเมื่อทำธุระในห้องน้ำ เพราะมีความคิดที่ว่าน้ำช่วยชำระล้างทำความสะอาดได้เป็นอย่างดี แต่ถ้าเราเล่าให้ฟังต่อไปนี้คุณอย่าอึ้งจนช็อกก็แล้วกัน!!

สายชำระแหล่งเพาะเชื้อโรค

สายชำระล้าง ช่วยทำให้เรารู้สึกสะอาด แต่ลืมไปรึเปล่าจ๊ะ ว่ามันไม่ใช่ของคุณคนเดียว แล้วก่อนหน้านี้ล่ะใช้มาแล้วกี่คน นอกจากมีขนเอ๊ย! แบคทีเรียติดมาแล้ว มันยังจะมีอะไรแถมมาอีกด้วย ถ้าบอกว่ายังมีอีกสารพัดโรคที่เข้าจ่อคิว คุณจะเชื่อมั้ย?

ที่จับเปื้อนอุจจาระมากที่สุด

ผลสำรวจของกรมอนามัยปี 2555 พบว่า บริเวณที่จับของสายฉีดก้นมีการปนเปื้อนของอุจจาระสูงถึง 85% รองลงมาเป็นบริเวณพื้นห้องน้ำ และฝารองนั่ง ความสกปรกชวนยี้! ไม่แพ้กัน คนส่วนใหญ่จึงสังเกต ที่จับสายฉีด ฝา และพื้นห้องน้ำก่อนทำธุระยังไงล่ะ และมักจะราดน้ำลงพื้นก่อนก้าวเข้าไป ถ้าเห็นไม่ไหวก็เดินออกมาหาห้องใหม่ จริงๆ แล้ว ห้องที่พื้นสะอาด ผนังดูดี แต่มีสิ่งที่น่ายี้กว่านั้นแฝงอยู่ ก็แบคทีเรียมมันหมักหมมที่สายฉีดมากกว่าพื้น ผนัง หรือฝาชักโครกอีก

อุจจาระก่อโรคยังไง?

สาวๆ หลายคนคงสงสัย ว่าสาเหตุการป่วยมาจากอะไร ทั้งๆ ที่กินอาหารดี ออกกำลังกาย แถมยังรักษาความสะอาดดีเยี่ยมแต่ก็ยังป่วยจนต้องไปหาหมอ งั้นให้คุณลองสังเกตต่อไปนี้ดูสิ ว่าตัวเองเข้าข่ายหรือไม่ บางทีโรคภัยอาจมากับ สิ่งน่ายี้ที่มองข้ามก็ได้นะ

ในอุจจาระของคนเรามีสารชื่อว่า “อีโคไล” และ “โคลิฟอร์ม” เมื่อสายฉีดมีการปนเปื้อนของอุจจาระ เจ้าสารตัวนี้ก็เพาะพันธุ์ แพร่พันธุ์อยู่ในนั้นนั่นแหละ ถึงบอกว่าห้องน้ำบางน้ำพื้นสะอาด ต่อให้ราดน้ำแต่แบคทีเรียฝูงใหญ่มันก็อาศัยอยู่ในที่ฉีด

เจ้าสารอิโคไล เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคกรวยไตอักเสบนั่นเอง โรคสุดฮิตที่สาวๆ เป็นกันเยอะ แม้แต่ตัวผู้เรียบเรียงเองก็เคยนอนโรงพยาบาลเป็นว่าเล่นเพราะโรคนี้ ทั้งๆ ที่มั่นใจว่ารักษาความสะอาดดีแล้วเชื้อโรคมันมาได้อย่างไร กระทั่งคุณหมอได้อธิบายให้ฟังว่า เคยมีการสำรวจพบว่ามีคนเข้าไปใช้ห้องน้ำสาธารณะ และใช้สายชำระตามปกติ แต่ไม่นานก็มีอาการของโรคกรวยไตอักเสบ จึงสันนิษฐานว่าเกิดจากการได้รับเชื้อโรคเข้าสู่ร่างกายผ่านทางเดินปัสสาวะ จนกลายเป็นโรคกรวยไตอักเสบในที่สุด

ทำไมต้องกรวยไตอักเสบ?

นั่นก็เป็นเพราะว่ากรวยไตเป็นส่วนที่รวมน้ำและของเสียที่ไตกรองออกมา อาการเริ่มต้นจะหนาวสั่นอย่างแรง ปวดสีข้างเอวด้านใดด้านหนึ่ง เริ่มปัสสาวะติดขัด แสบ คันที่บริเวณอวัยวะเพศ ถ้ามีอาการแบบนี้ให้รีบไปหาหมอทันที ขอแอบกระซิบว่าทรมานสุดๆ แต่ก็อย่าเพิ่งตกใจไปจนไม่กล้าใช้สายชำระ เพราะมีการศึกษาเหมือนกันนะว่า พบผู้หญิงที่จะเกิดโรคเหล่านี้จากการใช้สายชำระ มีเพียง 5-7% เท่านั้น และกลุ่มคนที่เป็นก็จะเป็นกลุ่มรักสวยรักงามเกินไป คือไม่ใช้น้ำเปล่าในการชำระล้างจุดซ่อนเร้น แต่ใช้น้ำยาและสารเคมีต่างๆ จึงทำให้ภูมิคุ้มกันในจุดนี้ลดลงไป แบคทีเรียจึงเข้าไปอาละวาดได้ง่ายๆ ยังไงล่ะ

วิธีป้องกันโรคกรวยไตอักเสบ จากการใช้สายชะระ

หากจำเป็นต้องใช้สายชำระจริงๆ ควรฉีดน้ำออกก่อนสักเล็กน้อย จากนั้นใช้ทิชชูซับให้แห้งและทำการฉีดชำระล้างตามปกติ แต่มีข้อแม้ว่า...ห้ามให้หัวฉีดสัมผัสกับอวัยวะเพศโดยเด็ดขาด เพราะอาจมีเชื้อหนอง และตกขาวของคนอื่นอยู่ก่อนหน้า ฟังแบบนี้แล้วอยากจะร้องยี้จริงๆ แต่ถ้าจะให้ดีและมั่นใจควรพกทิชชูเปียกในการเข้าห้องน้ำทุกครั้ง ใช้มันแทนสายฉีดไปเลยยิ่งดี และก็ควรล้างจุดซ่อนเร้นด้วยน้ำเปล่าเพื่อรักษาแบคทีเรียชนิดดีเอาไว้ (ไม่ต้องใช้น้ำยา) แบคทีเรียชนิดดีจะได้ต่อสู้กับเชื้อโรคร้ายได้ยังไงล่ะจ๊ะ

สรุป: ป้องกันโรคแบบง๊าย ง่าย ก็คือ พกทิชชูเปียก รักษาความสะอาดจุดซ่อนเร้นด้วยน้ำเปล่า ไม่ใช้น้ำยาหรือสารเคมี ไม่ให้หัวฉีดสัมผัสโดยตรงกับจุดซ่อนเร้น ไม่สวมกางเกงรัดๆ ฟิตๆ พวกสเตย์ สกินนี ไม่ปล่อยให้จุดซ่อนเร้นอับชื้น แฉะ เพื่อป้องกันเชื้อโรคร้าย และก่อนนอนควรดื่มโยเกิร์ตเพื่อเพิ่มจุลินทรีย์ชนิดดีสักวันละขวดก็เยี่ยมเหมือนกันนะ

ที่มา: กรมอนามัย, www.saradd.com

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องน่ารู้...คู่สุขภาพดี