counter

เลือกทาน...ต้านเครียด

บ่อยครั้งความเครียดเป็นตัวการผลักดันทำให้งานลุล่วงสำเร็จด้วยดีด้วยซ้ำ แต่ก็นั่นแหละ อะไรที่มากเกินไปจะให้ผลตรงกันข้าม อารมณ์เครียดก็เช่นกันหากสะสมเป็นเวลานานหลายสัปดาห์ หรือหลายเดือนก็จะทำให้ภูมิคุ้มกันลดลง ความดันสูง อ่อนล้า ซึมเศร้าหรือกระวนกระวาย ในช่วงเวลาที่เครียด

หลายคนอาจไม่รู้ตัว หรือรู้ตัวแต่ก็ไม่แน่ใจว่าเครียดระดับรุนแรงแค่ไหน เอาเป็นว่าหากเครียดมากๆ ร่างกายจะแสดงออกมาให้รู้ เช่น ไม่มีสมาธิ ไม่สบายบ่อยๆ อาจเป็นหวัดบ่อย และหายช้า ปวดเมื่อยเนื้อตัว ภูมิแพ้กำเริบ ปวดศีรษะ นอนไม่หลับ ซึม เบื่ออาหาร ฉุนเฉียว หงุดหงิดง่าย ไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร แต่ในบางรายพอเกิดความเครียดก็ระบายด้วยการกินไม่เลือก การกินแบบสะใจอาจช่วยคลายเครียดได้ชั่วครู่ชั่วยาม แต่ผลข้างเคียงที่ตามมาคือดัชนีมวลกายเพิ่มขึ้น ที่สำคัญ อาหารบางชนิดเป็นตัวกระตุ้นให้เกิดความเครียดซะงั้น

ดังนั้น หากต้องการบรรเทาความรู้สึกแย่ๆ ก็ต้องรู้จักเลือกอาหารที่รับประทานด้วย หลักการเลือกอาหารในยามเครียด คือเน้นอาหารที่มีวิตามินและแร่ธาตุสูง เช่น ผัก ผลไม้โดยเฉพาะที่มีสีสันเนื่องจากมีสารต้านอนุมูลอิสระที่จะทำให้เพิ่มภูมิคุ้มกันร่างกาย ขณะที่ผลไม้รสเปรี้ยวมีวิตามินซีสูงก็ช่วยเพิ่มภูมิต้านทานเช่นกัน นอกจากนั้น ควรเลือกรับประทานแป้งมากกว่า โปรตีน แนะนำว่าเป็นคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อน เช่น เผือก มัน ข้าวโพด ธัญพืชไม่ขัดสี เพราะคาร์โบไฮเดรตประเภทนี้แปรเป็นพลังงานไปเลี้ยงสมองและกระตุ้นให้ร่างกายสร้างฮอร์โมนซีโรโทนินที่ช่วยทำให้จิตใจผ่อนคลาย

าหารที่ช่วยลดระดับความเครียดได้ดีประกอบด้วย ผักผลไม้สดแทบทุกชนิด โปรตีนจากปลา โยเกิร์ต อาหารอ่อนๆ อย่างซุปหรือต้มจืด รวมถึงสมุนไพรบางชนิด เช่น คาร์โมไมล์ แดนดีไลน์ และมินต์ ในผักผลไม้มีวิตามินและแร่ธาตุที่ช่วยลดความเครียด ส่วนในปลาโดยเฉพาะปลาทะเลก็อุดมด้วยกรดไขมันโอเมก้าและสารโคลีนที่ช่วยเรื่องความจำ ขณะที่โยเกิร์ตมีจุลินทรีย์ช่วยระบบขับถ่าย และยังมีแคลเซียมสูงที่จำเป็นต่อการทำงานของระบบประสาท นอกจากอาหารที่ควรรับประทานแล้ว ยังมีข้อแนะนำเกี่ยวกับอาหารที่ควรหลีกเลี่ยงหรือรับประทานให้น้อยที่สุดในช่วงที่จิตใจไม่ปกติ ได้แก่ ชา กาแฟ โกโก้ อาหารฟาสต์ฟู้ด อาหารประเภทเนื้อแดง เนย ชีส อาหารน้ำตาลสูง เครื่องดื่มแอลกอฮอร์ และน้ำหวาน น้ำอัดลมทั้งหลาย

อย่างชา กาแฟอาจทำให้กระปรี้กระเปร่าแต่มีคาเฟอีนที่กระตุ้นให้ประสาทตื่นตัวจนอาจทำให้นอนไม่หลับ ขณะที่อาหารฟาสต์ฟู้ดที่อุดมไปด้วยโซเดียมและไขมัน ขนมหวานจำพวกเค้กและเบเกอรีที่มีน้ำตาลและไขมันสูง และน้ำหวาน น้ำอัดลมเป็นอาหารที่ให้พลังงานสูงแต่คุณค่าทางโภชนาการต่ำมาก อีกทั้งยังทำให้เพิ่มภาวะความเป็นกรดในเลือดอีกต่างหาก เวลาที่เราเครียด ระดับกลูโคสในเลือดจะเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว หากกินน้ำตาลเสริมเข้าไปเรื่อยๆ ก็มีโอกาสจะทำให้เกิดโรคเบาหวานตามมาได้ อาหารอาจช่วยลดความเครียดได้ระดับหนึ่ง แต่สิ่งที่ควรทำร่วมไปด้วยคือการออกกำลังกาย ใช้เวลากับครอบครัวและคนรอบข้าง ไม่หมกมุ่นกับตัวเอง ที่สำคัญมากๆ คือฝึกการควบคุมอารมณ์และรู้เท่าทันจิตใจ เพราะไม่ว่าจะสุขหรือทุกข์ จิตเราต่างหากที่เป็นตัวกำหนด

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องน่ารู้...คู่สุขภาพดี

Click here to add a comment

Leave a comment: