counter

"แป้งฝุ่น"

เป็นอันตรายต่อร่างกายจริงเหรอ?

แป้งฝุ่น talcum

ปฏิเสธไม่ได้ว่าหลังอาบน้ำเสร็จ คนส่วนใหญ่มักจะเลือกทาแป้งฝุ่นโรยตัวก่อนสวมเสื้อผ้าเสมอ ทั้งนี้อาจเพราะเป็นกิจวัตรที่ทำต่อๆกันมา เมื่อเรายังเด็กพ่อแม่จะจับเราอาบน้ำพร้อมปะแป้งแบบขาวโพลนเพื่อให้ตัวหอม...แต่หากมีคนมาบอกว่า "แป้งฝุ่น" เป็นอันตรายต่อสุขภาพร่างกายได้ หลายคนคงจะตกอกตกใจและอยากรู้ว่าเป็นความจริงหรือ? และควรใช้แป้งฝุ่นต่อไปหรือไม่? สุขภาพดีจึงนำเอาเรื่องราวที่เกี่ยวกับแป้งฝุ่น ไม่ว่าจะเป็นส่วนผสมในแป้งฝุ่น หรืออันตรายจากการใช้แป้งฝุ่น พร้อมวิธีการใช้แป้งฝุ่นให้ปลอดภัยมาไขข้อข้องใจคนใช้แป้งฝุ่นประจำจนขาดไม่ได้กันค่ะ

ส่วนผสมสำคัญในแป้งฝุ่น

ในอุตสาหกรรมการผลิตแป้งส่วนใหญ่จะมีการใช้แร่ทัลคัม หรือ Talcum ซึ่งเป็นสารอนินทรีย์ มีลักษณะเป็นผงสีขาวและพบได้ทั่วไปตามธรรมชาติ ด้วยคุณสมบัติดูดซับความชื้นได้ดี จึงไม่น่าแปลกใจที่แร่ทัลคัมจะถูกนำมาใช้ในกระบวนการผลิตแป้งฝุ่น รวมไปถึงเครื่องสำอางค์ด้วย...แต่ผลการศึกษาพบว่า หากสูดดมแร่ชนิดนี้เข้าไปเป็นจำนวนมากหรือเป็นเวลานานๆ จะเกิดการสะสมจนทำให้เป็นมะเร็งปอด โรคภูมิแพ้ได้ รวมถึงโรคที่เกี่ยวกับระบบทางเดินหายใจอื่นๆด้วย

แร่ทัลคัม

แร่ทัลคัม หรือ Talcum

แป้งฝุ่น อันตรายจริงเหรอ?

สำหรับประเด็นของอันตรายจากแป้งฝุ่นนั้นได้ถูกนำมาวิพากวิจารณ์ ถกเถียงกันอย่างกว้างข้างเมื่อประมาณเกือบสิบปีที่แล้ว แต่เพิ่งได้รับการหยิบยกขึ้นมาพูดคุยกันใหม่เมื่อไม่นานมานี้ โดยล่าสุดนายแพทย์อภิชัย มงคล อธิบดีกรมวิทยาศาสตร์การแพทย์ กระทรวงสาธารณสุขก็ได้ออกมาเปิดเผยข้อมูลที่น่าสนใจว่าจริงๆแล้วแร่ทัลคัมหรือ Talcum จะไม่ก่อให้เกิดอันตราย หากเป็นแร่ทัลคัมบริสุทธิ์ ไม่มีการปนเปื้อนของใยหินหรือวัตถุแปลกปลอมในกระบวนการผลิต ซึ่งทางกระทรวงสาธารณสุขได้ให้ความสำคัญในเรื่องนี้พอสมควร จึงมีการตรวจสอบการผลิตอยู่สม่ำเสมอ ทำให้ผลิตภัณฑ์แป้งฝุ่นโรยตัวที่มีขายตามท้องตลาดค่อนข้างมีความปลอดภัย

แป้งฝุ่นเด็ก

โดยธรรมชาติแล้วแร่ทัลคัมที่พบจากแหล่งหินตามธรรมชาติย่อมมีการปนเปื้อนใยหินอยู่แล้ว จึงไม่สามารถบอกได้ว่าแร่ทัลคัมที่ผสมอยู่ในแป้งฝุ่นรวมถึงแป้งเด็ก จะปลอดภัยร้อยเปอร์เซ็นต์หรือไม่ แต่ที่สำคัญคือแร่ทัลคัมเป็นสารอนินทรีย์ ไม่สามารถย่อยสลายเองได้ ผู้ที่ใช้แป้งฝุ่นโรยตัวยังคงมีความเสี่ยงต่อโรคทางเดินหายใจ ยิ่งไปกว่านั้นจากข้อมูลของกระทรวงวิทยาศาสตร์พบว่า การสูดดมผงแป้งในอากาศจะเพิ่มความเสี่ยงการเป็นภูมิแพ้และมะเร็งปอดในเด็ก ส่วนสตรีที่ใช้แป้งฝุ่นทาจุดซ่อนเร้นเป็นเวลานาน มึความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งรังไข่อีกด้วย

ใช้แป้งฝุ่นอย่างไร ให้ปลอดภัย ห่างไกลโรค

แม้การใช้แป้งฝุ่นจะมีความเสี่ยง แต่ประโยชน์ในเรื่องของการดูดซับความชื้น ลดความมันนั้น อาจทำให้หลายๆ คนยากที่จะเลิกใช้แป้งฝุ่น ดังนั้นเราจึงขอนำเสนอทางเลือกในการใช้แป้งฝุ่นให้ปลอดภัยมากฝากกัน โดยเริ่มจากการเทแป้งกับฝ่ามือและถูกเบาๆ แทนการโรยไปบนตัวโดยตรง เพื่อไม่ให้แป้งฝุ่นคลุ้งกระจายในอากาศ จากนั้นจึงทาเบาๆตามลำตัวและข้อพับ สำหรับผู้หญิงก็ให้งดทาแป้งบริเวณจุดซ่อนเร้นโดยตรงเพื่อป้องกันมะเร็งรังไข่ ส่วนพ่อแม่ท่านใดหลังอาบน้ำอยากทาแป้งลดความชื้นให้ลูกน้อยก็ให้ทาเฉพาะบริเวณลำตัว ซอกขาและรักแร้ หากอยากทาบริเวณใบหน้าต้องทาให้มีฝุ่นกระจายน้อยที่สุดและหลีกเลี่ยงบริเวณตาและจมูก เพียงเท่านี้ก็สามารถลดความเสี่ยงจากละอองแป้งฝุ่นได้แล้วละค่ะ

แป้งฝุ่นเป็นผลิตภัณฑ์ที่อยู่คู่กับคนไทยมาเป็นเวลานาน หลายคนอาจจะคิดว่าก็ทาแบบนี้มาตั้งแต่รุ่นปู่รุ่นย่า ไม่เห็นจะมีอันตรายอะไร แต่ในความเป็นจริงแล้วทุกผลิตภัณฑ์ที่ได้จากกระบวนการผลิตของมนุษย์มีทั้งผลดีและผลเสียเสมอ วันนี้เราอาจยังไม่ได้รับผลเสียของมันแต่ในอนาคตก็ไม่สามารถตอบได้เลยว่าผลิตภัณฑ์ที่เราอุปโภคบริโภคในแต่ละวัน จะกลายเป็นตัวเร่งโรคภัยไข้เจ็บหรือไม่ ดังนั้นทางที่ดีจึงควรป้องกันไว้ก่อนด้วยการใช้ทุกผลิตภัณฑ์ให้ถูกวิธี จะได้ไม่ต้องมานั่งเสียใจกับอันตรายที่เกิดขึ้นในภายหลัง