counter

แวกซ์ผักผลไม้ ปลอดภัยต่อสุขภาพหรือไม่

หลายๆ คนอาจเคยสังเกตว่าผักและผลไม้ในห้างสรรพสินค้าโดยเฉพาะผักผลไม้ที่นำเข้าจากต่างประเทศ มักจะมีสีสวยสดใส จากเปลือกที่มันวาวต่างจากผักผลไม้ในตลาดสดที่มีเปลือกสีด้านๆ เหมือนไม่สด วันนี้จึงจะมาไขข้อสงสัยว่าสารที่เคลือบผิวของผักผลไม้เหล่านั้นคืออะไร และมีความปลอดภัยในการบริโภคหรือไม่

เป็นที่ทราบกันดีว่าผักและผลไม้เป็นแหล่งของใยอาหาร วิตามิน และเกลือแร่ต่างๆ นอกจากนี้ยังมีสารต้านอนุมูลอิสระและสารพฤกษเคมีอื่นๆ ที่ดีต่อสุขภาพด้วย โดยนักโภชนาการให้คำแนะนำในการบริโภคผักและผลไม้ว่าควรทานอย่างน้อยวันละ 400 กรัมเพื่อให้ได้รับสารที่เป็นประโยชน์ต่างๆ ในปริมาณที่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย โดยควรเลือกผักและผลไม้สดที่ไม่ผ่านกระบวนการแปรรูป เพราะกระบวนการแปรรูปอาจทำให้สารบางชนิดสลายตัวหรือสูญเสียไป ดังนั้นหากเป็นไปได้ควรบริโภคทั้งเปลือก เพราะที่เปลือกมีใยอาหารและสารพฤกษเคมีต่างๆ อยู่จำนวนมาก

เหตุใดต้องแวกซ์ผักผลไม้

เทคโนโลยีหลังการเก็บเกี่ยวที่ทันสมัยในปัจจุบันทำให้ผักผลไม้หลายชนิดที่วางขายมักจะผ่านการเคลือบผิวหรือที่เรียกว่า การแวกซ์ (Waxing) อันที่จริงแวกซ์ไม่ใช่สิ่งแปลกปลอมในผักผลไม้ เพราะโดยธรรมชาติผักและผลไม้จะสร้างแวกซ์เคลือบผิวหรือเปลือกนอกเพื่อป้องกันการสูญเสียน้ำจากการคายน้ำออกที่ผิวอยู่แล้ว แวกซ์ตามธรรมชาตินี้ทำให้เปลือกแอปเปิล มะนาว หรือพริกหวานมีความมันวาว และทำให้เปลือกองุ่นหรือบลูเบอรี่ดูคล้ายมีแป้งสีขาวๆเคลือบอยู่ซึ่งเกิดจากการแวกซ์ตามธรรมชาติที่สัมผัสกับอากาศร้อน หรือความชื้น

อย่างไรก็ตามถึงแม้ผักผลไม้จะมีแวกซ์ธรรมชาติในตัวเองอยู่แล้วแต่ก็ไม่สามารถปกป้องผลไม้ที่ต้องขนส่งไปขายยังที่ไกลๆ หรือเก็บรักษาไว้เป็นเวลานานๆได้ เพราะแวกซ์ตามธรรมชาติจะถูกชะออกไปกับน้ำในระหว่างขั้นตอนการล้างทำความสะอาดก่อนบรรจุลงกล่องหรือบรรจุภัณฑ์ เมื่อไม่มีการแวกซ์เพื่อป้องกันก็จะทำให้เกิดการสูญเสียน้ำจากการคายน้ำออกมาที่ผิวของผักผลไม้ซึ่งยังหายใจอยู่หลังการเก็บเกี่ยว ทำให้เนื้อสัมผัสกระด้างและแห้งเหี่ยวในที่สุด

การเคลือบผิวผักผลไม้ด้วยแวกซ์หรือสารเคลือบผิวจึงเป็นการทดแทนแวกซ์ตามธรรมชาติ ซึ่งนอกจากจะช่วยลดการสูญเสียน้ำแล้วยังช่วยปกป้องผักผลไม้ไม่ให้เกิดรอยช้ำและความเสียหายอื่นๆ ที่อาจเกิดจากการกระแทกระหว่างขนส่ง ทำให้สามารถเก็บรักษาไว้ได้นานขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยคงคุณภาพของผักผลไม้ที่นำไปวางขายให้มีลักษณะภายนอกที่สวยงาม คงความสดใหม่ไว้ได้นานและไม่เหี่ยวเร็ว

ผักผลไม้ใดบ้างที่ต้องแวกซ์

การเคลือบผักและผลไม้ทำกันอย่างแพร่หลายทั่วโลก ในเมืองไทยที่เราคุ้นเคยกันดีคือส้มและแอปเปิลในต่างประเทศมีการแวกซ์ผักและผลไม้แทบทุกชนิด โดยเฉพาะประเทศในเขตหนาวซึ่งต้องขนส่งผลิตผลทางการเกษตรมาจากแหล่งปลูกที่อยู่ไกลหรือนำเข้าจากประเทศอื่น ผลไม้เคลือบแวกซ์ที่พบเห็นได้บ่อยๆ คือ อะโวคาโด มะนาว เลมอน เมลอน องุ่น กล้วย เสาวรส พีช และสัปปะรด รวมถึงพืชผักทั่วๆ ไปอย่างเช่น ฟักทอง มันเทศ พริกหวาน มะเขือเทศ และแตงกวา นอกจากผักผลไม้แล้วยังใช้แวกซ์และสารเคลือบผิวในผลิตภัณฑ์อาหารประเภทอื่นๆ อีก เช่น ลูกอม ลูกกวาด หมากฝรั่ง เพสตรี

แวกซ์ทำจากอะไร ปลอดภัยแค่ไหน

แวกซ์จัดเป็นไขมันประเภทหนึ่งที่มีขนาดโมเลกุลใหญ่กว่าไขมันปกติที่เราบริโภคมาก ทำให้ระบบทางเดินอาหารของเราไม่สามารถย่อยได้ ซึ่งจะถูกขับออกจากร่างกายได้ทั้งหมดโดยไม่มีการเปลี่ยนรูปหรือดูดซึม ตกค้าง แวกซ์และสารเคลือบผิวที่ใช้กับผักผลไม้นั้นมีทั้งแวกซ์ธรรมชาติที่ได้จากพืชหรือแมลง เช่น ขี้ผึ้ง เชลแลค แวกซ์จากใบของต้นปาล์มคาร์นาวบา (Carnauba Wax หรือ Brazil Wax) และสารที่เป็นสารสังเคราะห์จากผลิตภัณฑ์ปิโตรเลียมซึ่งกินได้

แวกซ์และสารเคลือบผิวเหล่านี้ได้รับการรับรองจากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกา (USFDA) ให้เป็นวัตถุเจือปนอาหารประเภท GRAS (Generally Recognized as Safe) ซึ่งมีหลักฐานการศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่พิสูจน์ได้ว่ามีความปลอดภัยต่อการบริโภคและสามารถเติมลงในอาหารได้โดยไม่จำกัดประมาณการใช้เช่นเดียวกับน้ำส้มสายชู เครื่องเทศและสมุนไพรต่างๆ

ขั้นตอนการแวกซ์หรือเคลือบผิวผักผลไม้นั้นเริ่มจากล้างทำความสะอาดผิวของผักผลไม้ จากนั้นจึงพ่นหรือจุ่มสารลงในสารเคลือบผิว ซึ่งอาจเติมสารบางชนิดเพื่อช่วยให้สามารถเคลือบเป็นชั้นฟิล์มบางๆ ได้ในทางปฏิบัตินั้น การแวกซ์ผักผลไม้ใช้สารเคลือบผิวปริมาณน้อยมาก ตัวอย่างเช่นการใช้แวกซ์เพียงครึ่งกิโลกรัมสามารถใช้เคลือบผิวแอปเปิลได้ถึง 160,000 ผล นั่นหมายความว่าแอปเปิล 1 ผลจะมีแวกซ์เคลือบอยู่เพียง 1-2 หยดเท่านั้น สิ่งที่ควรให้ความสำคัญที่สุดคือ ผักผลไม้ที่จะนำมาเคลือบผิวควรผ่านการทำความสะอาดอย่างดี เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่มีสิ่งสกปรกรวมถึงยาฆ่าแมลงและจุลินทรีย์ต่างๆ ตกค้างอยู่บนผิว เพราะแวกซ์จะเป็นการเคลือบกักสิ่งแปลกปลอมเหล่านี้เอาไว้ด้วย

ควรทานผักผลไม้อย่างไรให้มั่นใจ และปลอดภัยแน่นอน

ถึงแม้ผลการทดลองจะยืนยันว่าแวกซ์ไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย แต่หากเป็นไปได้ควรเลือกซื้อผักผลไม้ที่เปลือกด้านๆ ไม่มันวาว หรือผักผลไม้ออร์แกนิก หรืออาจต้องปอกเปลือกออก แต่หากต้องการกินทั้งเปลือกเพื่อให้ได้คุณค่าจากใยอาหารและสารพฤกษเคมีครบถ้วนโดยปราศจากการแวกซ์ ก็ทำได้โดยการล้างในน้ำอุ่น ใช้แปรงขนอ่อนขัดเบาๆ ที่ผิวหรือเช็ดด้วยน้ำส้มสายชูก่อนแล้วล้างน้ำตามอีกที แต่ไม่ควรล้างด้วยผงซักฟอก หรือน้ำยาที่มีสารเคมีโดยเฉพาะผลไม้ที่มีลักษณะเนื้อพรุนแบบแอปเปิล เพราะอาจมีสารตกค้างจากการล้าง หรือถูกดูดซึมเข้าไปในเนื้อของผักผลไม้ อย่างไรก็ตาม การจะล้างแวกซ์ออกให้หมดไม่ใช่เรื่องง่าย เพราะแวกซ์ที่ใช้เคลือบผิวผักผลไม้มักจะยึดติดกับแวกซ์ตามธรรมชาติอย่างแน่นหนา แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นการล้างขัดอย่างพิถีพิถันก็ช่วยลดปริมาณสารแวกซ์ออกไปได้ในระดับนึง เพื่อให้ผู้บริโภคเกิดความสบายใจ และมั่นใจที่จะทานผักผลไม้ได้อย่างปลอดภัยค่ะ

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องน่ารู้...คู่สุขภาพดี

Click here to add a comment

Leave a comment: