counter โทษของ “แคลเซียม” เกิดขึ้นได้…หากกินมากไป • สุขภาพดี

โทษของ "แคลเซียม" เกิดขึ้นได้...หากกินมากไป

โทษของแคลเซียม

หากจะพูดถึงสารอาหารที่ช่วยในเรื่องของการเจริญเติบโต ทั้งมวลกระดูกและเพิ่มความแข็งแรงของฟันด้วยแล้ว หลายคนคงนึกถึง "แคลเซียม" เป็นอย่างแรกๆ ซึ่งก็จริงอย่างที่หลายๆ คนได้รับข้อมูลมาว่า "แคลเซียม" เป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อคนทุกเพศทุกวัย โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ โดยแคลเซียมช่วยป้องกันโรคกระดูกพรุน ช่วยบรรเทาอาการนอนไม่หลับ ช่วยลดความเสี่ยงของมะเร็งลำไส้อีกทั้งยังช่วยพัฒนาระบบประสาทได้ดีอีกด้วย

แต่ก็อย่างที่ทราบขึ้นชื่อว่า ‘อาหาร’ ต่อให้มีประโยชน์มากแค่ไหน หากรับประทานมากเกินไป ย่อมส่งผลร้ายต่อร่างกายได้เช่นกัน วันนี้ตาม ‘สุขภาพดี’ ไปล้วงข้อมูลเกี่ยวกับโทษของแคลเซียม แบบเจาะลึกกันเลยดีกว่าค่ะ รับรองว่าผู้อ่านหลายต้องตกใจกับข้อเสียของการรับประทานแคลเซียมไม่มากก็น้อยอย่างแน่นอน

โทษของแคลเซียม 5 ประการ หากทานมากไป

1. เกิดความผิดปกติต่อมารดาและทารกในครรภ์ (โทษของแคลเซียม) ในช่วงตั้งครรภ์คงมีคุณแม่หลายๆ ท่านที่พากันใส่ใจเรื่องอาหารการกินเป็นพิเศษ เพราะเป็นช่วงที่ต้องเตรียมร่างกายให้แข็งแรงอยู่เสมอ โดยเชื่อกันว่าอาหารที่คุณแม่รับประทานจะส่งต่อไปยังลูกโดยตรง หลายคนจึงเลือกรับประทานอาหารเสริมอย่างแคลเซียม เพื่อเพิ่มความแข็งแรงให้กับกระดูกของตนเองและลูกน้อย

หารู้ไม่ว่าการที่มีแคลเซียมในร่างกายมากเกินไปจะทำให้คุณแม่เกิดอาการแพ้อย่างรุนแรง เช่น ปัสสาวะบ่อยผิดปกติ กระหายน้ำตลอดเวลา บางรายก็มีอาการท้องเสีย ในขณะที่บางรายกลับท้องผูก นอกจากนั้นยังมีอาการกล้ามเนื้ออ่อนแรงและความจำเสื่อมอีกด้วยในส่วนของลูกน้อยหากได้รับปริมาณแคลเซียมตั้งแต่อยู่ในท้องเป็นจำนวนมาก เมื่อคลอดออกมาต่อมพาราไทรอยด์ที่ทำหน้าที่เพิ่มระดับแคลเซียมในเลือดจะไม่ยอมทำงาน เนื่องจากเคยชินกับการที่ร่างกายได้รับแคลเซียมจากปัจจัยภายนอกอยู่แล้ว เด็กที่คลอดออกมาจึงมีภาวะขาดแคลเซียมและอาจเกิดอาการชักหลังคลอดได้ 2-3 วัน

2. ทำให้เกิดนิ่วในไตและไขข้อผิดรูป (โทษของแคลเซียม) การรับประทานแคลเซียมมากๆ ในแต่ละวันเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เกิดอาการนิ่วในไต เนื่องจากแคลเซียมเป็นสารที่ดูดซึมค่อนข้างยาก เมื่อร่างกายไม่สามารถดูดซึมได้หมดก็จะไปตกตะกอนสะสมบริเวณไตทำให้เกิดนิ่ว นอกจากนั้นปริมาณแคลเซียมส่วนเกินที่ร่างกายนำไปใช้ไม่หมดจะไปเกาะตามกระดูกส่วนต่างๆ ของร่างกาย เมื่อเกาะมากๆ เข้าจะทำให้กระดูกและข้อมีลักษณะผิดปกติและอาจมีอาการปวดอย่างรุนแรงตามมา

3. แคลเซียมมีผลต่อโรคหัวใจ (โทษของแคลเซียม) จากงานวิจัยแบบ Meta-analysis ของสหรัฐอเมริกาเปิดเผยว่า การรับประทานแคลเซียมโดยปราศจากวิตามินดี (ที่ได้จากาการรับประทานปลา เนย นมและถั่วชนิดต่างๆ รวมไปถึงการได้รับแสงแดดในตอนเช้าตรู่) จะทำให้เกิดความเสี่ยงเกี่ยวกับภาวะหัวใจล้มเหลว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในผู้สูงอายุที่รับประทานแคลเซียมแบบเม็ด ดังนั้นการรับประทานแคลเซียมควรรับประทานควบคู่กับวิตามินดีเพื่อให้ได้ประสิทธิภาพสูงสุดและลดอัตราการเกิดโรคหัวใจ

4. มีผลข้างเคียงทำให้หลอดอาหารอักเสบหรือทะลุได้ (โทษของแคลเซียม) การที่ร่างกายได้รับแคลเซียมในปริมาณสูงจนเกินไป ก็เป็นอีกหนึ่งสาเหตุที่ทำให้หลอดอาหารตีบและอักเสบได้ นอกจากนั้นหากมีการสะสมแคลเซียมส่วนเกินในร่างกายเป็นเวลานานยังเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะหลอดอาหารทะลุซึ่งสร้างความทรมานให้กับผู้ป่วยเป็นอย่างมาก ซึ่งแคลเซียมที่ว่ามานี้ส่วนใหญ่มักเป็นแคลเซียมที่ได้จาการสกัดในรูปแบบของยาแคปซูล ดังนั้นหากผู้ที่ร่างกายขาดแคลเซียมและจำเป็นต้องให้ยา แนะนำว่าให้รับประทานยาสลับกับการรับประทานอาหารธรรมชาติที่ให้แคลเซียมสูง เพื่อลดความเข้มข้นของปริมาณแคลเซียมที่ได้รับและลดโรคเกี่ยวกับระบบทางเดินอาหารด้วย

5. ลดการดูดซึมสารอาหารที่มีประโยชน์ชนิดอื่น (โทษของแคลเซียม) การรับประทานแคลเซียมร่วมกับอาหารชนิดอื่นเป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้ร่างกายไม่สามารถดูดซึมอาหารที่มีประโยชน์ชนิดอื่นได้ ยกตัวอย่างเช่นหากรับประทานผักร่วมกับแคลเซียม แคลเซียมจะไปจับตัวกับผักทำให้กระเพาะไม่สามารถย่อยผักที่มีวิตามินและเกลือแร่นานาชนิดได้ ก็เท่ากับว่าการรับประทานผักในมื้อนั้นๆ ไม่มีความหมาย นอกจากนั้นผักหรืออาหารอื่นที่จับตัวกันกับแคลเซียมจะไปอุดตันบริเวณลำไส้ทำให้เกิดภาวะท้องอืดและเป็นโรคเกี่ยวกับระบบขับถ่ายในที่สุด

ทานแคลเซียมอย่างไร ให้ได้ประโยชน์ไม่เกิดโทษ

จะเห็นว่าการรับประทานแคลเซียมในปริมาณมาก จะเกิดการสะสมจนทำให้มีผลข้างเคียงที่อันตรายต่อร่างกายมากมายดังนั้นหากต้องการรับประทานแคลเซียมควรเลือกรับประทานแคลเซียมธรรมชาติ ที่ได้จากปลา เนย นมและถั่วดีกว่าการรับประทานแคลเซียมเสริมแบบเป็นเม็ดๆ (ยกเว้นผู้ที่มีภาวะขาดแคลเซียมและรับประทานตามความควบคุมของแพทย์) นอกจากนั้นควรรับประทานแคลเซียมหลังจากรับประทานอาหารจำพวกผักหรือโปรตีนต่างๆ อย่างน้อย 40 นาที ทั้งนี้เพื่อป้องกันไม่ให้แคลเซียมไปยับยั้งการดูดซึมสารอาหารที่เป็นประโยชน์ชนิดอื่นๆ สุดท้ายศึกษาข้อมูลการรับประทานแคลเซียมให้ดีก่อน เช่นในหนึ่งวันควรรับประทานแคลเซียมประมาณ 800-1500 มิลลิกรัม เพราะหากรับประทานไปมากกว่านี้แคลเซียมส่วนเกินจะไปสะสมในส่วนต่างๆ ของร่างกายจนเกิดโทษต่อร่างกายได้

จากโทษของแคลเซียมที่กล่าวไปข้างต้นเชื่อว่าผู้อ่านหลายๆ ท่านคงทราบถึงอันตรายจากการบริโภคแคลเซียมเกินขนาดและแนวทางในการบริโภคแคลเซียมอย่างไรให้ได้ประโยชน์ไปแล้ว ที่เหลือก็อย่าลืมนำไปปฏิบัติตามกันเพื่อสุขภาพที่แข็งแรงในทุกๆ วันด้วยนะคะ

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องน่ารู้...คู่สุขภาพดี