counter

โรคภัยของสังคมก้มหน้า

โรค เท็กซ์เนค ไม่ใช่เรื่องใหม่ แต่พูดถึงกันมาตลอด ยิ่งในปัจจุบันโรคภัยสังคมก้มหน้าตอนนี้มันกำลังกลายเป็น โกลบอลซินโดรม ที่ออกอาการกันแพร่หลายไปทั่วโลก โดยการแพร่ระบาดของอุปกรณ์พกพาสารพัด ไม่ว่าจะเป็นสมาร์ทโฟนแท็บเล็ตอีบุ๊ครีดเดอร์โดยอุปกรณ์เหล่านี้ถูกจำกัดการใช้งานด้วยการเชื่อมต่อ แบบทุกที่ทุกเวลา ซึ่งส่วนใหญ่จะมากับหน้าจอที่หลากหลายมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นเกมส์ ไลน์ เฟสบุคไลน์ ฯลฯ สัดส่วนการใช้งานต่อวันก็ยังเป็นการเพิ่มขึ้นมากมายมหาศาล เรียกว่าปัจจุบันไม่ว่าจะเดินทาง ไปไหนมาไหนก็เจอแต่ผู้คนก้มหน้าลงหาจอสี่เหลี่ยมเล็กๆ กันไปหมด ไม่ว่าจะเป็นบนรถไฟฟ้า รถประจำทาง ร้านอาหาร หรือแม้แต่ในรถยนต์ ที่ทำให้เกิดอุบัติเหตุมานักต่อนัก ทำให้สังคมยุคนี้ถูกประณามว่าเป็น "สังคมก้มหน้า" ไปแล้ว ซึ่งภัยจากสังคมก้มหน้ามีผลเสียมากมาย

ที่มาของโรคภัยสังคมก้มหน้า

สังคมก้มหน้าหรือ เท็กซ์เนค เป็นคำที่ นายแพทย์ดีนฟิชแมนซึ่งเป็นแพทย์กายภาพบำบัดผู้เชี่ยวชาญด้านบำบัดอาการของกระดูกสันหลังชาวอเมริกัน ได้มีการคิดขึ้นชื่อนี้ขึ้นมา สำหรับเรียกกลุ่มอาการของโรคที่เกิดขึ้นจาก การที่คนเราก้มหน้าบ่อยๆ และซ้ำๆ จนนานเกินปกตินี้ จะทำให้เกิดอาการต่างๆขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการปวดกล้ามเนื้อบริเวณไหล่ หรือกล้ามเนื้อคอ และปวดศีรษะเรื้อรัง ปวดทุกวัน หากอาการหนักก็อาจพาลไปถึงเกิดการอักเสบของข้อต่อกระดูกสันหลังส่วนบน เรียกได้ว่าอาการสาหัสเลยทีเดียว

โรคจากภัยสังคมก้มหน้า ส่งผลต่อบุคลิก

โรคภัยสังคมก้มหน้า คือการก้มหน้าในลักษณะนี้บ่อยๆ อย่างนานๆ ซึ่งจะส่งผลต่อบุคลิกท่าทาง และการเจริญเติบโตของร่างกายในเด็กและวัยรุ่น ที่ทำให้ออกมาบิดเบี้ยวโค้งงอจนต้องรีบหาทางแก้กันอย่างยุ่งยากในภายหลัง ซึ่งที่มาของโรคนี้ สาเหตุมาจากการก้มหน้าบ่อยๆ แพทย์บอกว่าเพียงแค่การก้มศีรษะลงไปข้างหน้า ซึ่งถือเป็นท่าที่ผิดปกติตามธรรมชาติ เพียงแค่นิ้วเดียว น้ำหนักของศีรษะก็จะมีส่วนทำให้ กล้ามเนื้อ กระดูกเอ็น รวมถึงเส้นประสาทในบริเวณไหล่ คอ จะต้องแบกรับภาระหนักเพิ่มขึ้นมากแล้ว ด้วยน้ำหนักที่เพิ่มขึ้นจากการถ่วงไปข้างหน้า เพื่อที่จะทำการไปดึงรั้งกล้ามเนื้อเส้นเอ็นทั้งหมดให้ต้องแบกรับภาระมากขึ้นตามไปด้วย ทำให้เกิดอาการตึงๆ ยิ่งหากเกิดขึ้นบ่อยๆ เพราะเป็นการก้มหน้าและทำซ้ำๆ หลายๆ ครั้งก็จะเกิดการบาดเจ็บขึ้นได้ทั้งกับกล้ามเนื้อ เอ็น หรือเส้นประสาทในบริเวณดังกล่าวได้

ภัยจากโรคสังคมก้มหน้าทำให้กระดูกผิดปกติ

ผู้ที่ประสบปัญหาโรคจากสังคมก้มหน้า จะทำให้กระดูกสองสามชิ้นที่อยู่บริเวณข้อต่อกระดูกสันหลัง ที่เป็นส่วนบนโค้งงอไปด้านหน้าเป็นแบบผิดธรรมชาติ เพราะเฉลี่ยแล้วศีรษะของมนุษย์หนักประมาณ 5 กิโลกรัม ซึ่งหากมีการก้มไปข้างหน้าทุกๆ 2 เซนติเมตร จะทำให้ไหล่ของคุณจะต้องแบกรับน้ำหนักมากขึ้น 100 เปอร์เซ็นต์ หากก้มลงไป 6 เซนติเมตร น้ำหนักของศีรษะที่ คอ ไหล่ และกระดูกสันหลัง จะต้องรองรับน้ำหนักเพิ่มมากขึ้นเป็น 20 กิโลกรัม มันคือเหตุผลที่ว่าทำไมการก้มนานๆ ซ้ำๆ อยู่ทั้งวัน จึงก่อให้เกิดอาการได้มากมายขนาดนั้น

การป้องกันจากโรคภัยสังคมก้มหน้า

คำแนะนำของแพทย์สำหรับโรคสังคมก้มหน้าเพื่อการป้องกันไม่ให้คุณได้ตกเป็นเหยื่อของเท็กซ์เนคอย่างง่ายๆ สามารถทำได้โดยการ ละสายตาจากจอ เปลี่ยนท่าจากการก้มหน้า ให้เป็นการปล่อยให้ศีรษะกลับคืนสู่ท่าธรรมชาติในทุกๆ 15 นาทีและค่อยๆเงยหน้าขึ้น เหลียวไปรอบๆ หากยังจำเป็นต้องจ้องจออยู่ก็ ลองยกมันให้ขึ้นมาอยู่ในระดับสายตา เพื่อช่วยในการลดการแบกรับน้ำหนักของคอลงเป็นระยะๆ

โรคภัยสังคมก้มหน้า กับการออกกำลังกาย

ถ้าเป็นไปได้หากคุณมีความจำเป็นที่จะต้องก้มหน้าก้มตาอยู่ตลอดเวลา กับการทำกิจกรรมต่างๆ บนโลกออนไลน์ ก็ควรจะหันไปออกกำลังกาย ในท่าที่สามารถที่จะช่วยทำให้กล้ามเนื้อบริเวณคอและไหล่ได้มีการผ่อนคลาย ซึ่งอาจจะหันมาเล่นโยคะเย็น หรือโยคะร้อนก็ได้ หรือจะเป็นกายบริหารแบบพิลาทีสที่เป็นการมุ่งเน้นไปที่การฝึกทำให้ร่างกายของเราอยู่ในท่าทางที่ถูกต้อง ซึ่งการออกกำลังกายแบบนี้สามารถทำให้ได้ทุกวันจะป้องกันปัญหาเหล่านี้ได้ เพราะร่างกายมีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอดเวลา โดยการใช้ทุกส่วนให้สัมพันธ์กัน

ใครที่ใช้วิธีเหล่านี้แล้วยังไม่ได้ผล แสดงว่าเท็กซ์เนค หรือโรคภัยสังคมก้มหน้าของคุณค่อนข้างไปทางรุนแรงแล้ว ควรไปพบแพทย์เพราะอย่างน้อยๆ ก็อาจต้องใช้ยาจำพวกที่จะช่วยคลายกล้ามเนื้อช่วย แต่หากอาการดังกล่าวเกิดไปกระทบทำให้กลุ่มประสาทในบริเวณต่างๆ ถูกบีบและถูกกดอยู่นานๆ จนทำให้เกิดอาการปวดประสาท ซึ่งก็จัดอยู่ในขั้นต้องให้แพทย์ที่เชี่ยวชาญดูแลเป็นการเฉพาะจะดีที่สุด แล้วก็ต้องลดการกระทำที่เป็นส่วนหนึ่งของสังคมก้มหน้า เพื่อให้เหลือน้อยที่สุด

ไม่มีใครห้ามที่จะไม่ให้คุณเล่นอยู่แต่กับจอสี่เหลี่ยมด้วยการก้มหน้า เพราะนั่นอาจจะเป็นส่วนหนึ่งของการทำงานของคุณ หากแต่คิดว่า มันมีความจำเป็นแล้ว การที่รู้จักป้องกันตัวเองตั้งแต่เนิ่นๆ ก็อาจจะช่วยให้คุณอยู่ห่างจากโรคภัยสังคมก้มหน้าได้อย่างปลอดภัยต่อไป โดยที่ไม่เสียสุขภาพและยังสามารถก้มหน้าก้มตาทำงานต่อไปได้