counter

โรคภูมิแพ้ “มันมากับอาหาร”

ทุกวันนี้มีอาหารเมนูใหม่ ๆ เพิ่มมากขึ้นทุกวัน ทำให้ผู้คนสนุกกับการรับประทานและตระเวนชิมไปในที่ที่ขึ้นชื่อว่ามีของอร่อย แต่ทราบหรือไม่ว่าอาหารอร่อยอาจทำให้เราเกิดอาการแพ้อาหารขึ้นมาได้

อาการแพ้อาหารเป็นอย่างไร

อาการแพ้อาหารอาจมีสาเหตุจากการถ่ายทอดทางพันธุกรรม ผู้ที่มีอาการแพ้จึงมักมีคนในครอบครัวที่มีอาการภูมิแพ้อยู่ อาการแพ้นั้นมีตั้งแต่แพ้เพียงเล็กน้อยจนถึงขั้นรุนแรง คืออาจแค่คัน บวม หรือมีความดันโลหิตลดอย่างเฉียบพลัน และอาจถึงขั้นเสียชีวิตได้ ปฏิกิริยาของการแพ้อาหารที่พบได้บ่อยที่สุด ได้แก่ http://admax.effectivemeasure.net/emnb_1_439799.gif

1 อาการทางผิวหนัง

การแพ้อาหารที่ออกอาการทางผิวหนังจะสามารถสังเกตเห็นได้ชัดเจนที่สุด เช่น เป็นลมพิษ มีผื่นแดงขึ้นบริเวณผิวหนังส่วนต่างๆ ตามร่างกาย  รู้สึกคัน มีผิวหนังสากๆ หรือผิวหนังอาจบวมหรือนูนขึ้นมา รู้สึกแสบร้อน ฯลฯ

2 อาการทางระบบทางเดินหายใจ

อาทิ การไอ หรือหอบ หากเป็นมาก ๆ อาจทำให้ร่างกายขาดอากาศและหมดสติได้ บางรายอาจมีอาการแพ้ที่แสดงออกทางระบบทางเดินอาหาร ทำให้รู้สึกคลื่นไส้ อาเจียน หรือปวดท้อง ซึ่งอาจเป็นอาการแพ้แบบแอบแฝง หรือ Immunoglobulin G หรือ IgG จากการที่ร่างกายได้รับอาหารที่แพ้บ่อย ๆ ทำให้ร่างกายสร้าง IgG อย่างต่อเนื่อง จนถึงจุดที่เม็ดเลือดขาวจะต้านทานไว้ได้ ทำให้เกิดกระบวนการที่ไปกระตุ้นให้ส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายเกิดการอักเสบอย่างต่อเนื่อง เกิดความไม่สมดุล ทำให้เจ็บออด ๆ แอด ๆ อาจพบผู้ที่เกิดอาการแพ้ชนิดนี้ในผู้ป่วยที่เป็นโรคเรื้อรัง เช่น กล้ามเนื้ออักเสบเรื้อรัง หวัดเรื้อรัง ไซนัสเรื้อรัง ฯลฯ จึงควรสังเกตอาการของร่างกายตนเองให้ดี

​อาการแพ้อาหาร เกิดขึ้นได้อย่างไร

อาการแพ้มักจะเกิดกับอาหารที่เคยสัมผัสมาแล้ว เพราะร่างกายคนเราจะสร้างสารต่อต้านหรือภูมิต้านทาน (Antibody) ที่เรียกว่า Immunoglobulin E หรือ IgE ซึ่งเป็นอาการแพ้แบบเฉียบพลัน ในกรณีของการแพ้อาหารเมื่อได้รับประทานอาหารชนิดที่แพ้นั้นอีกครั้ง อาหารจะไปกระตุ้นให้มีการสร้าง IgE ขึ้นมามาก และ IgE นี้จะไปเกาะบนผิวของแมสต์เซลล์ (Mast cell) ซึ่งเป็นเซลล์ขนาดใหญ่ที่อยู่ตามเนื้อเยื่อเกี่ยวพันต่าง ๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเนื้อเยื่อเกี่ยวพันที่ขนานกับหลอดเลือด ทำให้เกิดการหลั่งสารเคมีที่ทำให้เกิดอาการแพ้อย่าง “ฮีสตามีน” (Histamine) ขึ้นมา พูดง่าย ๆ ก็คือ ร่างกายจะสร้างสารต่อต้านก็ต่อเมื่อเคยรู้จักกับสารนั้น ๆ มาแล้ว ถ้ามีการหลั่งของฮีสตามีนบริเวณใดก็จะมีอาการคันหรือบวมที่ตรงนั้น เช่น ที่ปาก คอ ก็จะทำให้หายใจลำบากหรือกลืนอาหารลำบาก ฯลฯ

อาหารใดที่ก่อให้เกิดการแพ้

ทั้งนี้ เมื่อมีอาการไม่มีใครรู้อาการเจ็บป่วยของเราได้ดีกว่าตัวเราเอง จึงควรหมั่นสังเกตดูว่าตนเองมีอาการแพ้เมื่อได้รับประทานอาหารชนิดใด อาหารบางอย่างอาจมีส่วนประกอบหรือส่วนผสมที่ทำให้แพ้ เช่น ขนมปัง มีทั้งข้าวสาลี ไข่ นม เนย ฯลฯ ที่เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วอาจแพ้แค่อย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่างก็ได้ หากไม่ทราบอาจลองไปค้นหาดูสูตรเครื่องปรุงของเมนูจานต่าง ๆ มาดูกันว่ามีอาหารใดที่อาจก่อให้เกิดการแพ้กันบ้าง

1  อาหารจำพวกพืช

ที่มักพบ เช่น งา ถั่ว ไม่ว่าจะเป็นถั่วลิสง เฮเซลนัท ถั่วเหลือง ฯลฯ บางคนอาจแพ้กลูเตนซึ่งเป็นเส้นใยโปรตีนที่อยู่ในพืชอย่างข้าวสาลี ข้าวบาร์เลย์ ข้าวไรย์ พืชที่หมักดอง เช่น ผักดอง หน่อไม้ดอง หรือผงชูรส ฯลฯ ซึ่งผลิตมาจากมันสำปะหลังหรืออ้อย

2 อาหารโปรตีน

อาหารจำพวกโปรตีนที่พบว่ามีคนแพ้มาก คือ ไข่ขาว ไข่แดง นม เนื้อวัว เนื้อไก่ ฯลฯ ส่วนเนื้อหมู และปลาน้ำจืด มีเพียงส่วนน้อยเท่านั้นที่จะมีอาการแพ้ ส่วนใหญ่มักพบผู้ที่แพ้อาหารกับกลุ่มพืชและอาหารทะเลมากกว่าแพ้อาหารกลุ่มโปรตีน

3 อาหารทะเล 

สำหรับกลุ่มอาหารทะเลที่พบเห็นคนแพ้มากก็จะเป็นกุ้ง รองลงมาก็จะเป็น ปลา หอย ปู ฯลฯ 

หากคุณคิดว่าคุณแพ้อาหารใดก็ควรหลีกเลี่ยงอาหารนั้น บางคนคิดว่าถ้าแพ้อาหารอะไรก็ให้กินอาหารนั้นไปเยอะ ๆ ร่างกายจะได้สร้างภูมิคุ้มกัน ซึ่งวิธีการนี้ถือว่าอันตรายอย่างยิ่งเพราะอาการแพ้อาหารนั้นหากมีอาการมากสามารถทำให้เสียชีวิตได้ นอกจากนั้นบางคนตอนเด็ก ๆ ไม่แพ้ แต่โตขึ้นแล้วแพ้ก็สามารถเป็นไปได้เช่นกัน ขณะที่บางคนก็ระมัดระวังเกินไปเพราะคิดว่าตัวเองแพ้ กลัวไปหมดทุกอย่าง ซึ่งอาจทำให้หมดโอกาสลิ้มลองอาหารอร่อยบางอย่างไปตลอด กลายเป็นหมดความสุขในการใช้ชีวิตไปเลย

เพื่อให้ใช้ชีวิตอย่างมีความสุขกับการรับประทาน เราควรศึกษาพฤติกรรมหลังรับประทานและสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นกับตัวเรา รวมถึงการเลือกรับประทานอาหารให้เหมาะสมกับตนเอง หรือหมั่นตรวจเช็คสุขภาพร่างกายอยู่เสมอ เพื่อจะได้รู้วิธีป้องกันสำหรับตนเองไว้เบื้องต้น จะได้มีสุขภาพร่างกายที่ดีในระยะยาว

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวกับอาหารทะเล