counter

"ฟักทอง" สรรพคุณ-ประโยชน์ไขมันต่ำ ไฟเบอร์สูง บำบัดความเครียด

สรรพคุณ ประโยชน์ของฟักทอง

"ฟักทอง" เป็นพืชผักที่สามารถนำมาทำอาหารได้ทั้งคาวและหวาน จึงอาจถือได้ว่าฟักทองนั้นเป็นทั้งผักและผลไม้ แต่นอกจากเราจะทราบถึงประโยชน์ของฟักทองที่เป็นอาหารแล้ว ยังทราบหรือไม่ว่ามันมีคุณค่าทางโภชนาการอะไรบ้าง หรือมีสรรพคุณทางยาที่เป็นประโยชน์ต่อสุขภาพอย่างไร

ฟักทองพันธุ์ที่นิยมปลูกกันไทยในไทย

ฟักทองจัดเป็นพืชผักชนิดหนึ่งที่ได้รับการยอมรับว่ามีคุณค่าทางอาหารสูงมาก สามารถนำมาประกอบอาหารได้หลากหลายทั้งคาวหวาน จึงทำให้ฟักทองเป็นที่ต้องการของตลาดอย่างสม่ำเสมอตลอดทั้งปี เกษตรกรจึงให้ความสนใจที่จะปลูกกันมาก แหล่งปลูกฟักทองที่ดีมีหลายพื้นที่ในประเทศไทย ในภาคอีสานเช่น อุบลราชธานี สกลนคร ศรีษะเกษ ภาคกลางเช่น ราชบุรี ลพบุรี ฉะเชิงเทรา ภาคเหนือและภาคใต้ในบางจังหวัด โดยแหล่งปลูกฟักทองที่จัดว่ามีชื่อเสียงในด้านคุณภาพมากที่สุดคือ อ.ปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช เพราะที่นี่มีลักษณะภูมิประเทศเป็นที่ราบลุ่มน้ำท่วมถึง ดินมีความอุดมสมบูรณ์ไปด้วยสารอาหาร การปลูกฟักทองต้องน้ำถึง และปุ๋ยถึง ดังนั้นฟักทองจากที่นี่จึงมีคุณภาพดี รสชาติหวานมัน เนื้อแน่น

ฟักทองพันธุ์ที่นิยมปลูกในไทยเป็นฟักทองพันธุ์ลูกผสมซึ่งก็คือ พันธุ์ศรีเมือง และ ทองอำไพ ถูกพัฒนาสายพันธุ์มาจากฟักทองพันธุ์คางคกซึ่งเป็นพันธุ์พื้นเมือง ลักษณะเด่นของฟักทองสองสายพันธุ์นี้จะคล้ายๆกันคือ มีผิวเขียวเข้มจัดและผิวหยิกหยักเหมือนผิวคางคก ลูกค่อนข้างใหญ่ ถ้าปลูกในพื้นที่ที่อุดมสมบูรณ์เมื่อผลแก่เต็มที่ แต่ละผลจะหนักได้เฉลี่ยถึงผลละ 6-8 กิโลกรัม เนื้อฟักทองจะเหนียวแน่นและมัน รสชาติอร่อยจึงเหมาะกับการประกอบอาหารต่างๆเป็นอย่างยิ่ง

"ฟักทอง" ผัก-ผลไม้สีเหลือง แหล่งรวมสารอาหารชั้นยอด

สำหรับฟักทองนั้นเป็นพืชสมุนไพรที่อุดมไปด้วยสารอาหารที่ร่างกายต้องใช้งานหลากหลายชนิด แต่ที่โดดเด่นคือ เป็นพืชผักที่มีกากใยอาหารหรือไฟเบอร์สูงมากๆ แถมยังมีแคลอรีและไขมันต่ำมากๆ ด้วย ดังนั้น คงไม่ต้องบอกก็น่าจะทราบกันดีกว่า ฟักทองจึงเป็นอาหารที่คนรักสุขภาพโปรดปรานมากทีเดียว เพราะสามารถช่วยควบคุมน้ำหนักได้เป็นอย่างดี หรือในกลุ่มคนที่มีน้ำหนักเกินมาตรฐานก็ช่วยในการลดน้ำหนักได้ดีเช่นกัน

นอกจากนี้ในฟักทองยังเป็นแหล่งของวิตามินและเกลือแร่ชนิดต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นวิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินบี 3 วิตามินบี 5 วิตามินบี 6 วิตามินซี วิตามินอี รวมไปถึงแร่ธาตุสำคัญอย่างธาตุแคลเซียม ธาตุฟอสฟอรัส ธาตุแมงกานีส ธาตุโซเดียม ธาตุเหล็ก และซิงก์ ซึ่งล้วนเป็นเหล่าสารอาหารที่ร่างกายต้องการทั้งสิ้น

แต่เดี๋ยวก่อนใช่ว่าเห็นฟักทองมีคุณประโยชน์มากมายขนาดนี้แล้วเราจะกินมากจนเกินไป เนื่องจากฟักทองมีฤทธิ์อุ่น หากร่างกายได้รับในปริมาณที่มากก็อาจก่อให้เกิดอาการท้องอืด ท้องเฟ้อ หรือไม่สบายท้องได้ โดยเฉพาะคนที่มีภาวะของกระเพาะอาหารร้อน อาทิ มักกระหายน้ำบ่อย ท้องผูก ปัสสาวะเหลือง หรือเหงือกบวมเป็นประจำ ยิ่งควรกินฟักทองแต่น้อยหรืออย่าบ่อยจนเกินไป เท่านี้ร่างกายก็ได้ประโยชน์จากฟักทองอย่างเต็มที่แล้ว

11 สรรพคุณของฟักทอง ประโยชน์ในการรักษาโรค

1. ฟักทองเป็นพืชที่มีเส้นใยอาหารสูง ไขมันน้อย และมีพลังงานต่ำ ซึ่งจะช่วยให้ระบบการย่อยอาหารทำงานดีขึ้น การขับถ่ายไม่มีปัญหา เหมาะกับคนที่มีต้องการควบคุมหรือลดน้ำหนัก และยังทำให้อิ่มท้องนาน ไม่หิวในระหว่างมื้อ

2. ฟักทองมีสรรพคุณในการช่วยบำบัดความเครียดได้เป็นอย่างดี เพราะฟักทองมีกรดอะมิโนทริปโตฟานที่มีคุณสมบัติช่วยให้ร่างกายผ่อนคลาย สามารถนอนหลับได้สนิท และยังมีบทบาทช่วยผลิตสารที่จะทำให้อารมณ์ของคนเราสงบได้ดี มีอารมณ์ดีขึ้น

3. ฟักทองช่วยเสริมสร้างระบบภูมิคุ้มกันโรค ในฟักทองนั้นอุดมไปด้วยสารพัดวิตามินซึ่งมีส่วนสำคัญในการทำให้ร่างกายแข็งแรง ป้องกันไม่ให้ร่างกายอ่อนแอและไม่เจ็บป่วยง่ายๆ

4. ฟักทองมีคุณสมบัติช่วยฟื้นฟูร่างกายที่เมื่อยล้าจากการออกกำลังกาย หรืออ่อนเพลียจากการทำงานหนัก สามารถกินฟักทองเป็นอาหารเสริมกำลังที่ดี เพราะมีธาตุโพแทสเซียมซึ่งจะเข้าช่วยบำรุงสภาพร่างกาย ทำให้กล้ามเนื้อกลับมาทำงานได้อย่างเต็มประสิทธิภาพ

5. ฟักทองมีประโยชน์ต่อผิวพรรณ เพราะมีสารต้านอนุมูลอิสระสูงทั้งวิตามินซีและสารแคโรทีนอยด์ที่จะช่วยชะลอไม่ให้ผิวพรรณเหี่ยวย่นก่อนวัย ปกป้องให้ผิวผ่องใส เปล่งปลั่ง มีน้ำมีนวล

6. ฟักทองเป็นแหล่งของวิตามินเอ จึงมีคุณสมบัติช่วยบำรุงสายตาและรักษาโรคเกี่ยวกับสายตา สามารถมองเห็นได้ชัดแม้จะอยู่ในที่มืด และช่วยลดความเสื่อมสภาพของเซลล์ในดวงตาไม่ให้เสื่อมเร็ว

7. ฟักทองมีสรรพคุณช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดให้เป็นปกติ โดยจะกระตุ้นการหลั่งอินซูลินไม่ให้สูงเกินไปจนเป็นบ่อเกิดของโรคเบาหวานได้ รวมทั้งยังสามารถช่วยควบคุมความดันโลหิตสูง และบำรุงกำลัง บำรุงเซลล์และอวัยวะต่างๆ ภายในร่างกายไม่ให้เสื่อมสภาพเร็ว ช่วยสร้างเซลล์ใหม่ขึ้นทดแทนเซลล์เก่าได้อีกด้วย

8. ฟักทองมีฤทธิ์ในการช่วยบำรุงหัวใจ สามารถป้องกันโรคหัวใจและโรคหลอดเลือดหัวใจได้เป็นอย่างดี โดยเฉพาะในส่วนของเมล็ดฟักทองที่จัดอยู่ในกลุ่มของธัญพืชนั้นมีสารชื่อว่า ไฟโตสเตอรอล ที่มีประสิทธิภาพช่วยลดปริมาณของคอเลสเตอรอลที่ไม่ดีลงได้

9. ฟักทองมีส่วนป้องกันการเกิดโรคมะเร็งได้อย่างมาก เพราะมีทั้งสารต้านอนุมูลอิสระและกรดโปรไพโอนิกซึ่งจะช่วยทำให้เซลล์มะเร็งอ่อนแอลง โดยเฉพาะมะเร็งต่อมลูกหมากหรือต่อมลูกหมากโต ป้องกันการเป็นหมันได้ด้วย บรรดาคุณผู้ชายจึงไม่ควรมองข้ามจริงๆ

10. ฟักทองยังมีฤทธิ์ในการป้องกันโรคผิวหนัง บรรเทาอาการปวดเมื่อยตามข้อเข่าหรือบั้นเอวได้เป็นอย่างดี รวมทั้งมีสรรพคุณช่วยลดอาการปวดและอาการอักเสบ

11. ประโยชน์ของฟักทองช่วยฆ่าพยาธิ ในฟักทองมีสารอีกชนิดที่ชื่อว่า คิวเคอร์บิติน ที่จะอยู่ในเมล็ดฟักทองและมีฤทธิ์ในการฆ่าพยาธิตัวตือ ช่วยป้องกันการเกิดโรคนิ่วและโรคมะเร็งกระเพาะปัสสาวะได้ เพราะจะช่วยขับปัสสาวะได้ดีนั่นเอง

ฟักทองช่วยลดความอ้วน?

สำหรับสาวๆ ที่กำลังมองหาวิธีลดความอ้วนอยู่นั้น ฟักทองจัดเป็นตัวเลือกที่ดี เนื่องจากฟักทองเป็นอาหารที่มีไขมันต่ำ ใยอาหารสูง หวานน้อย แต่พลังงานต่ำมากๆ การทานฟักทองจึงช่วยให้อยู่ท้อง อิ่มนาน เป็นอาหารที่เหมาะสำหรับผู้ที่กำลังลดน้ำหนัก นอกจากฟักทองจะช่วยในเรื่องการควบคุมน้ำหนักแล้วใยอาหารในฟักทองยังทำให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดีอีกด้วย อย่างไรก็ตามฟักทองสามารถนำมาทำอาหารหวานได้และเมนูหวานๆที่ทำจากฟักทองนี้มักมีไขมันและน้ำตาลในปริมาณสูงมาก ดังนั้นหากจะทานฟักทองเพื่อช่วยลดน้ำหนักควรทำโดยวิธีต้ม นึ่ง หรือทำซุปจะช่วยได้ควบคุมน้ำหนักได้ดีกว่า

ทานฟักทองอย่างไรให้ได้ประโยชน์​สูงสุด

นอกจากประโยชน์มากมายที่ได้จากเนื้อฟักทองแล้ว ส่วนอื่นๆ ของฟักทองก็มีประโยชน์เช่นกัน เช่นเมล็ดช่วยขับปัสสาวะและบำรุงร่างกาย ยอดอ่อน ดอกและเปลือกฟักทองก็อุดมไปด้วยสารอาหารเช่น ฟอสฟอรัส แคลเซียม แคโรทีนอยด์ ให้คุณประโยชน์ที่คล้ายคลึงกับเนื้อคือช่วยบำรุงผิวพรรณ บำรุงเซลล์ ตับและดวงตา กระตุ้นการหลั่งอินซูลินและควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด เป็นต้น ส่วนรากฟักทองมีสรรพคุณทางยาสามารถนำมาต้มดื่มแก้ไอได้ ดังนั้นควรทานฟักทองในหลายๆ ส่วน เช่น เมื่อนำเนื้อฟักทองมาประกอบอาหาร อาจจะเหลือเปลือกเอาไว้บ้างไม่ต้องปอกหมด เม็ดที่เหลือก็ไม่ต้องทิ้ง นำไปล้างให้สะอาด ตากแห้งนำมาคั่วเป็นอาหารทานเล่นได้ หรือดอกและยอดอ่อนสามารถนำมาต้มทานคู่กับน้ำพริกก็อร่อยค่ะ

ประโยชน์และสรรพคุณทางยาของฟักทองนั้นมีไม่น้อยไปกว่าพืชผักชนิดอื่นเลย เพราะฉะนั้นอย่ารอช้าที่จะให้ฟักทองมาเป็นอีกหนึ่งอาหารเพื่อการดูแลสุขภาพ จะกินเป็นอาหารคาวก็ดี หรือกินเป็นของหวานก็อร่อย ไม่ต้องกลัวว่าจะมีไขมันส่วนเกินมากวนใจ และที่สำคัญยังช่วยทำให้เป็นคนอารมณ์ดีอีกด้วยนะ

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวกับผักน่ารู้...คู่สุขภาพดี