counter

140 เหตุผลที่คนต้องเลิกกิน “น้ำตาล” เพราะมันคือยาพิษ

อันตราย โทษของน้ำตาล

ได้เกริ่นไว้หลายบทความแล้วว่า น้ำตาลไม่ได้นำมาซึ่งสาเหตุของโรคอ้วนและโรคเบาหวานเท่านั้นนะ แต่เป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดหลายๆ โรค แต่ก็ยังไม่ได้ลงรายละเอียดสักทีว่าทำไมควรเลิก! กิน วันนี้จึงได้รวบรวมเหตุผลที่ชี้ชัดว่า “น้ำตาลคือยาพิษ” และควรหยุดกินเสียตั้งแต่วันนี้ เพราะอะไร มาดู

โทษของน้ำตาล ที่รู้แล้ว...ต้องขยาด

1. น้ำตาลกดระบบภูมิคุ้มกัน

2. น้ำตาลทำให้แร่ธาตุในร่างกายแปรปรวน

3. น้ำตาลสามารถก่อให้เกิดการกระทำผิดของเด็กและเยาวชน (เป็นสารเสพติด)

4. เมื่อกินน้ำตาลในระหว่างการตั้งครรภ์และให้นมบุตรจะมีผลต่อการสร้างแรงของ กล้ามเนื้อในเด็ก

5. น้ำตาลมีผลต่อผู้ใช้ยาคุมกำเนิด

6. น้ำตาลสามารถทำปฏิกิริยาที่ทำลายเซลล์และเนื้อเยื่อ

7. น้ำตาลอาจทำให้เกิดสมาธิสั้น ความวิตกกังวล ไม่สามารถที่จะมีสมาธิและ อารมณ์ร้าย ฉุนเฉียวในเด็ก

8. น้ำตาลสามารถเพิ่มไตรกลีเซอไรด์ TG

9. น้ำตาลอาจทำให้ทารกมีน้ำหนักแรกเกิดต่ำ

10. น้ำตาลลดความสามารถของร่างกายในการป้องกันการติดเชื้อแบคทีเรีย

11. ยิ่งกินน้ำตาลมากความยืดหยุ่นและการทำงานตามหน้าที่ของเนื้อเยื่อก็สูญเสียมากขึ้น

12. น้ำตาลลดไขมันดี

13. น้ำตาลทำให้ร่างกายขาดโครเมียม

14. น้ำตาลนำไปสู่โรคมะเร็งรังไข่

15. น้ำตาลเพิ่มระดับกลูโคสในร่างกาย

16. น้ำตาลทำให้เกิดการขาดทองแดง

17. น้ำตาลรบกวนการดูดซึมแคลเซียมและแมกนีเซียม

18. น้ำตาลอาจทำให้ดวงตาเสี่ยงต่อการเสื่อมสภาพ

19. น้ำตาลเพิ่มระดับของสารสื่อประสาท

20. น้ำตาลอาจทำให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดต่ำ

21. น้ำตาลสามารถนำไปสู่ภาวะทางเดินอาหารที่เป็นกรด

22. น้ำตาลสามารถทำให้เกิดการเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็วของระดับฮอร์โมนชนิดหนึ่งของร่างกายจะหลั่งเมื่อรู้สึกอันตรายหรือตกอยู่ในความเครียด ฮอร์โมนชนิดนี้เพิ่มความดันเลือดและทำให้ใจเต้นเร็ว ในเด็ก

23. น้ำตาลทำให้การดูดซึมสารอาหารผิดพลาดในผู้ป่วยที่มีโรคเกี่ยวกับลำไส้

24. น้ำตาลสามารถก่อให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย

25. น้ำตาลสามารถนำไปสู่โรคพิษสุราเรื้อรัง

26. น้ำตาลสามารถก่อให้เกิดฟันผุ

27. น้ำตาลสามารถนำไปสู่โรคอ้วน

28. น้ำตาลเพิ่มความเสี่ยงของโรคลำไส้อักเสบเรื้อรัง และโรคลำไส้ใหญ่อักเสบเป็นแผลเรื้อรัง

29. น้ำตาลอาจทำให้เกิดโรคกระเพาะอาหารหรือลำไส้เล็กส่วนต้น

30. น้ำตาลสามารถทำให้เกิดโรคข้ออักเสบ

31. น้ำตาลอาจทำให้เกิดความผิดปกติของการเรียนรู้ในเด็กนักเรียน

32. น้ำตาลช่วยลดการควบคุมการเจริญเติบโตของการติดเชื้อยีสต์

33. น้ำตาลสามารถก่อให้เกิดโรคนิ่ว

34. น้ำตาลสามารถก่อให้เกิดโรคหัวใจ

35. น้ำตาลอาจทำให้เกิดไส้ติ่งอักเสบ

36. น้ำตาลสามารถก่อให้เกิดโรคริดสีดวงทวาร

37. น้ำตาลอาจทำให้เกิดเส้นเลือดขอด

38. น้ำตาลสามารถนำไปสู่โรคปริทันต์หรือ โรคเหงือกอักเสบ

39. น้ำตาลสามารถนำไปสู่โรคกระดูกพรุน

40. น้ำตาลส่งเสริมความเป็นกรดของน้ำลาย

41. น้ำตาลลดความไวต่ออินซูลิน

42. น้ำตาลสามารถลดปริมาณของวิตามินอีในเลือด

43. น้ำตาลสามารถลดปริมาณฮอร์โมนการเจริญเติบโตในร่างกาย

44. น้ำตาลสามารถเพิ่มคอเลสเตอรอล

45. น้ำตาลเพิ่ม glycation end products (AGEs), ซึ่งเป็นแหล่งที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระเมื่อน้ำตาลผูกโปรตีน ที่ไม่ใช่เอนไซม์

46. น้ำตาลสามารถรบกวนการดูดซึมของโปรตีน

47. น้ำตาลทำให้เกิดการแพ้อาหาร

48. น้ำตาลสามารถนำไปสู่โรคเบาหวาน

49. น้ำตาลสามารถทำให้เกิดโรคโลหิตเป็นพิษในระหว่างตั้งครรภ์

50. น้ำตาลสามารถนำไปสู่กลากในเด็ก

51. น้ำตาลสามารถก่อให้เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือด

52. น้ำตาลสามารถทำให้โครงสร้างของดีเอ็นเอเสียหาย

53. น้ำตาลสามารถเปลี่ยนโครงสร้างของโปรตีน

54. น้ำตาลสามารถทำให้เกิดริ้วรอยแห่งผิวโดยการเปลี่ยนโครงสร้างของคอลลาเจน

55. น้ำตาลทำให้เกิดต้อกระจก

56. น้ำตาลทำให้เกิดถุงลมโป่งพอง

57. น้ำตาลทำให้เกิด โรคท่อเลือดแดงและหลอดเลือดแดงแข็ง

58. น้ำตาลส่งเสริมการเกิดไขมันเลว

59. น้ำตาลสามารถทำให้เสียสมดุลทางสรีรวิทยาของระบบต่างๆในร่างกาย

60. น้ำตาลลดความสามารถในการทำงานของเอนไซม์

61. น้ำตาลเกี่ยวข้องกับการพัฒนาของโรคพาร์กินสัน

62. น้ำตาลสามารถเพิ่มขนาดของตับโดยการแบ่งเซลล์ภายในตับ

63. น้ำตาลสามารถเพิ่มปริมาณของไขมันในตับ

64. น้ำตาลสามารถเพิ่มขนาดของไตและเปลี่ยนแปลงพยาธิสภาพในไต

65. น้ำตาลสามารถสร้างความเสียหายต่อตับอ่อน

66. น้ำตาลสามารถเพิ่มการเก็บน้ำของร่างกาย

67. น้ำตาลเป็นศัตรูหมายเลขหนึ่งของของลำไส้

68. น้ำตาลทำให้สายตาสั้น

69. น้ำตาลสามารถสร้างความเสียหายต่อเยื่อบุของเส้นเลือดฝอย

70. น้ำตาลสามารถทำให้เส้นเอ็นเปราะมากขึ้น

71. น้ำตาลอาจทำให้เกิดอาการปวดหัวไมเกรน

72. น้ำตาลมีบทบาทในการเป็นมะเร็งตับอ่อนในผู้หญิง

73. น้ำตาลอาจมีผลต่อเกรดของเด็ก ๆ ในโรงเรียน

74. น้ำตาลอาจทำให้เกิดภาวะซึมเศร้า

75. น้ำตาลเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

76. น้ำตาลอาจทำให้เกิดอาการอาหารไม่ย่อย

77. น้ำตาลสามารถเพิ่มความเสี่ยงการพัฒนาของโรคเกาต์

78. น้ำตาลสามารถเพิ่มระดับของน้ำตาลในเลือด

79. น้ำตาลลดความสามารถในการเรียนรู้

80. น้ำตาลลดประสิทธิภาพการทำงานของโปรตีนในเลือด ในการจัดการกับไขมันและคอเลสเตอรอล

81. น้ำตาลสามารถนำไปสู่การเกิดโรคอัลไซเมอร์

82. น้ำตาลอาจทำให้เกิดความเหนียวของเกล็ดเลือดและทำให้เกิดการอุดตันในหลอดเลือด

83. น้ำตาลอาจทำให้เกิดความไม่สมดุลของฮอร์โมน

84. น้ำตาลสามารถนำไปสู่การก่อตัวของนิ่วในไต

85. น้ำตาลก่อให้เกิดอนุมูลอิสระ

86. น้ำตาลสามารถนำไปสู่โรคมะเร็งทางเดินน้ำดี

87. น้ำตาลเพิ่มความเสี่ยงของหญิงตั้งครรภ์วัยรุ่นในการส่งมอบ (SGA)ให้ทารก

88. น้ำตาลสามารถนำไปสู่การคลอดก่อนกำหนดในวัยรุ่น

89. น้ำตาลทำให้การเดินทางของอาหารผ่านทางระบบทางเดินอาหารช้าลง

90. น้ำตาลผลิตสารที่ก่อให้เกิดโรคมะเร็งและโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่

91. น้ำตาลเพิ่มฮอร์โมนเพศหญิงในผู้ชาย

92. น้ำตาลทำให้การย่อยอาหารยากขึ้น

93. น้ำตาลเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคมะเร็งถุงน้ำดี

94. น้ำตาลเป็นสารเสพติด

95. น้ำตาลสามารถทำให้มึนเมาคล้ายกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะเหล้าก็คือน้ำตาลดี ๆ นี่เองตามโครงสร้างโมเลกุล

96. น้ำตาลสามารถทำให้โรค premenstrual (PMS) รุนแรงขึ้นป่วยก่อนมีรอบเดือน

97. น้ำตาลสามารถลดความมั่นคงทางอารมณ์

98. น้ำตาลส่งเสริมการบริโภคอาหารมากเกินไปในคนอ้วน

99. น้ำตาลสามารถชะลอความสามารถในทำงานของต่อมหมวกไต

100. น้ำตาลสามารถตัดออกซิเจนที่ไปยังสมองเมื่อได้รับการฉีดเข้าเส้นเลือดดำ

101. น้ำตาลเป็นปัจจัยเสี่ยงสำหรับโรคมะเร็งปอด

102. น้ำตาลเพิ่มความเสี่ยงของโรคโปลิโอ

103. น้ำตาลก่อให้เกิดอาการชัก

104. น้ำตาลเพิ่มความดันโลหิต

105. น้ำตาลเหนี่ยวนำให้เกิดการตายของเซลล์

106. น้ำตาลเพิ่มปริมาณของอาหารที่คุณกิน

107. น้ำตาลทำให้เกิดพฤติกรรมต่อต้านสังคมในเยาวชน

108. น้ำตาลนำไปสู่การเกิดโรคมะเร็งต่อมลูกหมาก

109. น้ำตาลทำให้ทารกแรกเกิดขาดน้ำ

110. น้ำตาลเพิ่มระดับ homocysteine ในกระแสเลือด

111. น้ำตาลเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งเต้านม

112. น้ำตาลเป็นปัจจัยเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งลำไส้เล็ก

113. น้ำตาลทำให้เกิดมะเร็งกล่องเสียง

114. น้ำตาลทำให้เกิดการเก็บรักษาน้ำตาล เกลือและน้ำ

115. น้ำตาลนำไปสู่การสูญเสียความทรงจำที่ไม่รุนแรง

116. ถ้านำน้ำผสมน้ำตาลเมื่อให้เด็กดื่มหลังคลอด ส่งผลให้เด็กเลือกดื่มแทนน้ำปกติตลอดวัยเด็ก

117. น้ำตาลทำให้มีอาการท้องผูก

118. น้ำตาลทำให้เกิดการสลายตัวของสมองในผู้หญิงที่มีโรคเบาหวาน

119. น้ำตาลเพิ่มความเสี่ยงของโรคมะเร็งกระเพาะอาหาร

120. น้ำตาลทำให้เกิดภาวะ metabolic syndrome

121. น้ำตาลเพิ่มความบกพร่องท่อประสาทในตัวอ่อนเมื่อมีการบริโภคโดยหญิงตั้งครรภ์

122. น้ำตาลสามารถก่อให้เกิดโรคหอบหืด

123. น้ำตาลเพิ่มโอกาสของโรคหงุดหงิด

124. น้ำตาลมีผลต่อระบบการให้รางวัลจากระบบสมองส่วนกลาง

125. น้ำตาลสามารถก่อให้เกิดโรคมะเร็งทวารหนัก

126. น้ำตาลทำให้เกิดมะเร็งเยื่อบุโพรงมดลูก

127. น้ำตาลก่อเซลล์มะเร็งในไต

128. น้ำตาลอาจทำให้เกิดเนื้องอกในตับ

129. น้ำตาลสามารถเพิ่มอักเสบใน หลอดเลือด ของคนที่มีน้ำหนักเกิน

130. น้ำตาลเป็นสาเหตุหนึ่งของการเกิดสิว

131. น้ำตาลสามารถทำลายชีวิตทางเพศของทั้งชายและหญิงโดยการปิดยีนที่ควบคุมฮอร์โมนเพศ

132. น้ำตาลอาจทำให้เกิดความเมื่อยล้า, หงุดหงิด, หงุดหงิดและภาวะซึมเศร้า

133. น้ำตาลทำให้สารอาหารที่จำเป็นถูกส่งไปยังเซลล์น้อยลงเป็นจำนวนมาก

134. น้ำตาลสามารถเพิ่มกรดยูริคในเลือด

135. น้ำตาลสามารถนำไปสู่ความเข้มข้นที่สูงขึ้นของ C-เปปไทด์

136. น้ำตาลทำให้เกิดการอักเสบ

137. น้ำตาลอาจทำให้เกิด diverticulitis

138. น้ำตาลสามารถลดการผลิตฮอร์โมนเพศชาย

139. น้ำตาลบั่นทอนพื้นที่หน่วยความจำ

140. น้ำตาลอาจทำให้เกิดต้อกระจก

ทั้งหมดเป็นโทษของน้ำตาลเท่าที่ผู้เชี่ยวชาญค้นพบ เราอาจต้องมาทบทวนกันใหม่ว่าแท้จริงแล้วน้ำตาลให้ประโยชน์หรือโทษกันแน่ แต่ที่แน่ๆ น้ำตาลไม่ได้ก่อให้เกิดแค่โรคอ้วนและโรคเบาหวานอย่างที่เคยเข้าใจมาตลอด

ที่มา: ได้รับการอนุญาตจากคุณหมอเจ้าของบทความแล้ว, รายการหมอนอกกะลาตอนน้ำตาลคือยาพิษ, Dr. Nancy Appleton

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องน่ารู้...คู่สุขภาพ