counter

5 เทคนิคสำหรับคนอ้วน...ปั่นจักรยานลดน้ำหนัก

ปั่นจักรยานลดน้ำหนัก

ในปัจจุบันถ้าพูดถึงการปั่นจักรยานเพื่อลดความอ้วนแล้วล่ะก็ คิดว่าคงเป็นสิ่งที่ใครๆ หลายคนทำกันและได้ผลดีเลยทีเดียว ซึ่งจักรยานถือว่าเป็นพาหนะที่เหมาะกับการออกกำลังกาย ช่วยทำให้กล้ามเนื้อขาแข็งแรง ช่วยยืดกล้ามเนื้อบริเวณเอวและสะโพก จึงช่วยป้องกันปัญหาการปวดกล้ามเนื้อที่ขาได้ ประโยชน์อีกประการหนึ่งที่ช่วยในเรื่องการลดน้ำหนักได้ดีเพราะการปั่นจักรยานถือเป็นการออกกำลังกายที่ช่วยในการเผาผลาญพลังงานในร่างกายและลดไขมันที่สะสมได้เป็นอย่างดี หากเราปั่นอย่างต่อเนื่อง วันนี้เรามีเทคนิคในการปั่นจักรยานลดน้ำหนักสำหรับคนอ้วนมือใหม่หัดปั่นมาฝากกันค่ะ

5 เทคนิค ปั่นจักรยานลดน้ำหนัก

1 อบอุ่นร่างกายก่อนปั่น การวอร์มอัพร่างกายหรือการอบอุ่นร่างกายก่อนปั่นจะทำให้ร่างกายพร้อมที่จะขี่จักรยานได้อย่างปลอดภัย ลดอาการปวดเมื่อยเนื้อตัว อาจจะทำด้วยวิธีง่ายๆ เช่น การวิ่งเยาะๆ หรือวิ่งอยู่กับที่ประมาณ 5 นาที เพื่อให้หัวใจสูบฉีดเลือดหลังจากนั้นให้เริ่มปั่นจักรยานลดน้ำหนักโดยปั่นช้าๆ ประมาณ 5 กิโลเมตรก่อนเพิ่มความเร็ว เพื่อช่วยลดปัญหาการเป็นตะคริวระหว่างปั่น

2 ปั่นในตอนเช้าก่อนมื้ออาหารช่วยคุณได้ การปั่นจักรยานในตอนเช้าจะกระตุ้นให้ร่างกายเผาผลาญไขมันได้เป็นอย่างดี เพราะในเวลาเช้าร่างกายเราจะอยู่ในสภาวะอดอาหารชั่วคราว ใช้ระยะทางในการปั่นประมาณ 30 นาทีถึงหนึ่งชั่วโมง โดยใช้ระดับความเร็วที่หัวใจระดับ Zone 2 หรือ tempo เป็นอีกเทคนิคดีๆ สำหรับการปั่นจักรยานเพื่อลดน้ำหนัก

3 ใช้เกียร์เบาๆ ในการปั่น การปั่นจักรยานลดน้ำหนักให้ได้ผลสำหรับคนอ้วนควรใช้เกียร์เบาๆ ในการปั่น เน้นการซอยรอบขาให้ถี่ๆ วิธีนี้นอกจากจะทำให้สามารถปั่นออกกำลังกายได้นานแล้ว ยังช่วยไม่ให้ขาใหญ่อีกด้วย

4 ใช้เวลาปั่นอย่างน้อย 30 – 60 นาที การปั่นจักรยานเพื่อลดน้ำหนักนั้น ควรใช้เวลาในการปั่นอย่างน้อย 30 – 60 นาที เพราะหากคุณใช้เวลาน้อยกว่า 30 นาทีแล้วล่ะก็จะเป็นเพียงแค่การวอร์มร่างกายเท่านั้น ร่างกายจะยังไม่เผาผลาญพลังงานและไม่ดึงพลังงานออกมาใช้ ดังนั้นหากอยากให้น้ำหนักลดหรือสามารถลดความอ้วนได้ต้องปั่นให้มากกว่า 30 นาที แต่ถ้าเป็นระยะเริ่มต้นของการปั่น เพื่อป้องกันไม่ให้ร่างกายบาดเจ็บ คุณควรปั่นในวันแรกๆ เพื่อวอร์มร่างกายก่อนโดยใช้เวลาประมาณ 30 นาที หลังจากนั้นวันต่อมาค่อยๆ เพิ่มระยะเวลาและระยะทางในการปั่นให้มากขึ้นทีละนิด เพื่อให้ร่างกายสามารถปรับตัวได้

5 เพิ่มรอบเมื่อปั่นจนชำนาญ หากคุณปั่นจนชำนาญให้ใช้เทคนิคปั่นแบบสลับรอบ คือ ปั่น 80 – 90 รอบต่อนาที สลับกับการปั่นแบบธรรมดา 15 นาที และปั่นแบบชัน 15 นาที สลับกับแบบธรรมดาอีก 15 นาที โดยให้คุณปั่นแบบนี้ประมาณ 3 – 4 ครั้งต่อสัปดาห์ ก่อนที่จะปรับเปลี่ยนระดับให้มากขึ้นเมื่อชินกับระดับพื้นฐานแล้ว ถือเป็นเทคนิคที่สำคัญมากๆ สำหรับการปั่นจักรยานเพื่อลดน้ำหนัก

ทั้งนี้ การปั่นจักรยานเพื่อลดน้ำหนัก ลดความอ้วน ต้องอาศัยความพยายามและทำอย่างต่อเนื่องไม่ต่างจากการออกกำลังกายชนิดอื่น และสิ่งที่สำคัญคือการควบคุมอาหารที่รับประทานให้พอดี งดของมันหวานทุกชนิด รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ โดยให้ความสำคัญกับอาหารมื้อเช้าเป็นมื้อหลักเพื่อให้ร่างกายได้ใช้พลังงานอย่างเต็มที่ จากนั้นค่อยลดปริมาณอาหารลงในมื้อกลางวัน และมื้อเย็น ตามลำดับ เพียงเท่านี้คุณก็จะมีรูปร่างที่สมส่วนตามที่ตั้งเป้าหมายไว้แล้ว

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการปั่นจักรยาน