counter

6 สรรพคุณ...ประโยชน์ของแครนเบอร์รี่ สุดยอดผลไม้ล้ำค่า

สรรพคุณ ประโยชน์ของแครนเบอร์รี่

แครนเบอร์รี่ (Cranberries) เป็นผลไม้ที่ปลูกในแถบอเมริกาและแคนาดา หรือประเทศเมืองหนาว ซึ่งคนในท้องถิ่นที่ปลูกแครนเบอร์รี่ เชื่อว่าเป็นผลไม้ที่จะช่วยให้อายุยืน คงความเป็นหนุ่มสาวได้ยาวนานขึ้น ปัจจุบันแครนเบอร์รี่จึงเป็นผลไม้ที่อยู่ในวิตามินบำรุง และผลิตภัณฑ์เสริมความงามมากมาย ตามมาดูสรรพคุณและประโยชน์ในด้านต่างๆ ของแครนเบอร์รี่กัน

แคนเบอร์รี่...ผลไม้มากสรรพคุณ ประโยชน์ดูแลสุขภาพ

1. แครนเบอร์รี่มีสรรพคุณต้านการอักเสบ แครนเบอร์รี่ช่วยฆ่าแบคทีเรีย และมีสรรพคุณที่ช่วยต้านการอักเสบ เนื่องจากในแครนเบอร์รี่มีสารแทนนิน ที่ช่วยหยุดการเกาะตัวของแบคทีเรีย นักโภชนาการแนะนำว่าผู้ที่เป็นโรคกระเพาะปัสสาวะอักเสบ ดื่มน้ำแครนเบอร์รี่เข้มข้นแบบไม่มีน้ำตาลแก้วละ 250 มิลลิลิตรทุกวัน วันละ 3 แก้ว ถ้าจิบวันละ 1 แก้วจะช่วยป้องกันและเยียวยาการอักเสบได้ และยังช่วยขจัดกลิ่นในปัสสาวะได้ด้วย

2. ประโยชน์ของแครนเบอร์รี่สุดยอดผลไม้แก้หวัด แครนเบอร์รี่เป็นผลไม้ที่มีวิตามินซีสูง จึงช่วยป้องกันไข้หวัด และโรคต่างๆ ที่มาพร้อมอากาศที่เปลี่ยนแปลงได้เหมาะที่จะนำมาทำเป็นน้ำผลไม้ปั่นแก้หวัด แก้เจ็บคอ แก้ร้อนใน และบรรเทาปวด เป็นผลไม้ที่จะช่วยเติมความสดใส ช่วยให้ฟื้นไข้ได้เร็วขึ้น และยังเป็นผลไม้ที่เหมาะกับทุกเพศทุกวัย กินแก้ไข้หวัดนอกจากจะได้ภูมิต้านทานที่แข็งแรงจากวิตามินซีแล้วยังช่วยเพิ่มความสดชื่นด้วยรสเปรี้ยวๆ และกลิ่นหอมๆ ของแครนเบอร์รี่ได้อีกด้วย

3. สรรพคุณของแครนเบอร์รี่ ผลไม้ลดคอเลสเตอรอล และป้องกันหลอดเลือดตีบ/อุดตันได้ แครนเบอร์รี่เป็นผลไม้ตระกลูเบอร์รี่ ที่มีสารต้านอนุมูลอิสระในกลุ่ม ฟลาโวนอล (Flavonols) และโปรแอนโธไซยานิดิน (Proanthocyanidins) ช่วยยับยั้งสาเหตุของหลอดเลือดตีบและอุดตันได้ เนื่องจากสามารถเหนี่ยวนำให้ตัวรับไขมันที่ตับทำงานมากขึ้น เป็นผลทำให้เพิ่มการขับออกของไขมันจากระบบไหลเวียนของเลือด และเพิ่มการนำคอเลสเตอรอลเข้าสู่เซลล์ตับเพื่อขับออกได้ ทำให้ลดคอเลสเตอรอลได้นั่นเอง

4. ประโยชน์ของผลแครนเบอร์รี่สดให้สารอาหารดังนี้

  • ไฟเบอร์
  • แคลเซียม
  • ฟอสฟอรัส
  • โพแทสเซียม
  • แมงกานีส
  • แคโรทีน
  • ลูทีน
  • ซีแซนทีน

5. แครนเบอร์รี่มีสรรพคุณช่วยดูแลสุขภาพในช่องปาก แครนเบอร์รี่มีส่วนประกอบของสารที่สามารถยับยั้งการยึดเกาะและการรวมตัวกันของแบคทีเรียในช่องปากได้ เช่น โรคทางช่องปาก คราบหินปูน และโรคเหงือก เป็นต้น การดื่มน้ำแครนเบอรี่เข้มข้น จะช่วยลดสารที่ทำให้เกิดการอักเสบของเหงือกได้ จึงช่วยลดอาการเลือดออกตามไรฟัน และสารที่กล่าวไปข้างต้นว่าช่วยต้านการอักเสบในแครนเบอร์รี่ จะช่วยลดอาการเหงือกอักเสบ และยังสามารถช่วยลดอาการปวดและอาการเลือดออกมากหลังถอนฟันได้อีกด้วย

6. ประโยชน์ของแครนเบอร์รี่อุดมไปด้วยสารต้านโรคมะเร็ง  ในแครนเบอร์รี่มีสาร Proanthocyanidins ซึ่งมีการทดสอบแล้วพบว่าสามารถทำลายเซลล์มะเร็งรังไข่ได้ โดยจากการทดลองพบว่าการให้สาร Proanthocyanidins จะเกิดการเหนี่ยวนำให้เซลล์มะเร็งตายลง หรือเมื่อให้ร่วมกับยารักษามะเร็งรังไข่ ก็จะเป็นการช่วยเสริมฤทธิ์ยารักษา ให้ลดการแพร่กระจายของเซลล์มะเร็งได้ เคล็ดลับอีกอย่างหนึ่งที่แพทย์ใช้กับผู้ป่วยคือการให้น้ำแครนเบอรี่วันละ 250 มิลลิลิตร ร่วมกับการได้รับยาฆ่าเชื้อในกระเพาะอาหาร สามารถเพิ่มอัตราการทำลายเชื้อได้สูงขึ้น ซึ้งพบในเพศหญิงในผู้ป่วยที่ติดเชื้อ Helicobacter pylori หรือที่เรียกว่าการติดเชื้อในกระเพาะอาหาร หากติดเชื้อเป็นระยะเวลานาน จะส่งผลให้เป็นมะเร็งในกระเพาะอาหารได้

นอกจากนี้ยังพบว่าแครนเบอร์รี่สามารถก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของยีนมะเร็งและนำไปสู่การตายของเซลล์มะเร็งได้ เนื่องจากในแครนเบอร์รี่มีสารฟลาโวนอล ซึ่งเป็นสิ่งที่อยู่ในสารต้านอนุมูลอิสระนั้นเอง

วิธีทำน้ำแครนเบอร์รี

วิธีทำน้ำแครนเบอร์รี่

ส่วนผสม

  • น้ำแครนเบอร์รี่เข้มข้น
  • น้ำเชื่อม
  • น้ำมะนาว
  • น้ำแข็ง

วิธีทำ

ผสมส่วนผสมทั้งหมดให้เข้ากันด้วยเครื่องปั่น น้ำเชื่อมจะเติมหรือไม่ก็ได้ ใครไม่รับประทานหวานมากอาจใส่น้ำเชื่อมเพียงเล็กน้อยหรือใส่หญ้าหวาน เพิ่มความหวานแบบธรรมชาติก็ได้ เมนูนี้เป็นน้ำปั่นแบบเปรี้ยวๆ เพิ่มความสดชื่น ใครอยากเพิ่มความหอมหวานจะใส่น้ำทับทิม หรือน้ำสับปะรดก็จะได้ความหอมที่แตกต่าง คล้ายๆ กับน้ำพั๊นซ์ ที่มีส่วนผสมหลักเป็น “แครนเบอร์รี่” ผลไม้ต้านการอักเสบนั่นเอง ยิ่งดื่มยิ่งสุขภาพดีกันถ้วนหน้า...

แครนเบอร์รี่กับข้อควรระวังในผู้ป่วย

การรับประทานแครนเบอร์รี่ ทั้งแบบสดและแบบเครื่องดื่มสกัดมีข้อควรระวังคือไม่ควรรับประทานมากเกินไป ในผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด (Warfarin) เนื่องจากมีงานวิจัยพบว่าการรับประทานน้ำแครนเบอร์รี่มากกว่าวันละ 1.42 ลิตร มีผลทำให้มีโอกาสเลือดออกภายในได้ แต่หากรับประทานแต่น้อยจะไม่มีอันตราย เนื่องจากมีอีกผลงานวิจัยหนึ่งแย้งว่าการรับประทานน้ำแครนเบอรี่ เพียงวันละ 240 มิลลิลิตร เป็นระยะเวลา 1 สัปดาห์ ในผู้ที่รับประทานยาละลายลิ่มเลือด (Warfarin) ไม่มีอันตรายจากภาวะเลือดออกภายใน แต่อย่างไรก็ดีผู้ป่วยควรได้รับคำแนะนำจากแพทย์ ในการรับประทานเสริมกับยาด้วย

ได้รู้จักกับสรรพคุณและประโยชน์ของแคนเบอร์รี่...ผลไม้ดูแลสุขภาพกันไปแล้ว ก็อย่าลืมหามาทานสด หรือนำมาปั่นเพื่อป้องกันตนเองจากมะเร็งร้าย ปัญหาในช่องปาก และอนุมูลอิสระกันนะค่ะ

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวกับผลไม้น่ารู้...คู่สุขภาพดี