hit tracker 7 "สมุนไพรลดน้ำตาล" ต้านทานโรคเบาหวาน แบบเอาอยู่ • สุขภาพดี

7 "สมุนไพรลดน้ำตาล" ต้านทานโรคเบาหวาน แบบเอาอยู่

สมุนไพรลดน้ำตาล

อาหารไทยส่วนมากทั้งอาหารคาวและอาหารวาน มักมีน้ำตาลเป็นส่วนประกอบอยู่เสมอ นอกจากนี้ยังมีขนมขบเคี้ยว น้ำอัดลม น้ำหวานต่างๆ ที่อุดมไปด้วยน้ำตาล ถึงแม้รสชาติจะหวานอร่อยแต่การรับประทานเยอะๆอาจจะส่งผลให้เกิดภาวะน้ำตาลในเลือดสูงได้ ภาวะน้ำตาลเกินนี้มักจะเกิดมาจากโรคเบาหวานเป็นหลัก แต่ว่าก็สามารถเกิดจากสาเหตุอื่นๆ ได้เช่นกัน การรับประทานอาหาร การใช้ยา เป็นต้น หากไม่ใส่ใจดูแลจนเกิดภาวะน้ำตาลเกินนานๆ จะส่งผลเสียต่อระบบอวัยวะต่างๆ ในร่างกายมากมาย รู้อย่างงี้ เราลองมาหาสมุนไพรลดน้ำตาล ต้านโรคเบาหวาน ความดันและอีกสารพัดโรคกันดีกว่า

ภาวะแทรกซ้อนจากภาวะน้ำตาลเกิน

ผู้ที่มีภาวะน้ำตาลในเลือดสูง หากไม่สนใจตัวเอง ไม่ปรับพฤติกรรมการใช้ชีวิตประจำวันแล้วปล่อยให้ร่างกายเผชิญกับภาวะนี้นานๆ จะเกิดภาวะแทรกซ้อนหลายอย่างเช่น เกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดได้ง่าย ไตทำงานเสื่อมลงเสี่ยงต่อภาวะไตวาย เส้นประสาทถูกทำลายจนทำให้การรับรู้ความรู้สึกผิดปกติ เสี่ยงต่อความผิดปกติที่อาจจะเกิดกับดวงตาอาทิ จอประสาทตาเสียหาย ต้อกระจก หรือเสี่ยงต่อการเป็นโรคเบาหวาน เมื่อเป็นโรคเบาหวานแล้วเท้าเป็นแผลจะทำให้แผลหายช้า ติดเชื้อได้ง่าย อาจจะต้องตัดขาทิ้ง  หากน้ำตาลในเลือดสูงมากๆ ร่างกายจะขับน้ำตาลออกมาทางปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะบ่อยๆ ซึ่งอาจนำไปสู่ภาวะร่างกายขาดน้ำรุนแรงจนถึงแก่ชีวิตได้

7 สุดยอดสมุนไพรไทย ช่วยลดน้ำตาล

การรักษาภาวะน้ำตาลเกินมีหลายวิธีทั้งการรักษาด้วยแพทย์แผนปัจจุบัน แพทย์แผนไทยหรือรักษาด้วยสมุนไพรต่างๆ เป็นต้น ประเทศไทยอุดมไปด้วยสมุนไพรนานาชนิด มีหลายชนิดที่มีสรรพคุณช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดซึ่งก็เป็นอีกวิธีที่น่าสนใจและเป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่งค่ะ สำหรับสมุนไพรลดน้ำตาลนั้นมีอะไรบ้างมาดูกันได้เลยค่ะ

1. อบเชย เป็นเครื่องยาที่ได้จากส่วนเปลือกลำต้นด้านใน มีรสเผ็ดหวาน กลิ่นหอมเฉพาะตัว อบเชยมีหลายชนิดแต่ว่ามีสรรพคุณทางยาที่ใกล้เคียงกัน โดยสรรพคุณเด่นๆ คือ ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดเนื่องจากอบเชยช่วยให้อินซูลินในร่างกายทำงานได้ดีขึ้น ลดภาสะร่างกายดื้ออินซูลิน ทำให้ร่างกายนำน้ำตาลไปใช้ได้เยอะ ไม่เหลือตกค้างอยู่ในเลือดมากจนเกินไป อบเชยจึงเป็นสมุนไพรที่ช่วยรักษาภาวะน้ำตาลในเลือดสูงและโรคเบาหวานได้เป็นอย่างดี

2. ตำลึง ผักสวนครัวรั้วกินได้อีกประเภทหนึ่งนั่นเอง ตำลึงเป็นผักพื้นบ้านที่สามารถหาได้ทั่วไป จากงานวิจัยหลากหลายงานชี้ชัดว่าตำลึงมีสรรพคุณช่วยลดน้ำตาลในเลือดได้ ช่วยรักษาโรคเบาหวาน เพิ่มระดับอินซูลินในร่างกาย นอกจากนี้บำรุงดวงตา ลดความเสื่อมที่จะเกิดกับจอประสาทตา ลดความเมื่อยล้าดวงตาโดเฉพาะอย่างยิ่งกับผู้ที่ต้องทำงานอยู่หน้าจอคอม หากใครมีภาวะน้ำตาลในเลือดสูงหรือปวดตาบ่อยๆ นำตำลึงมาต้มจืด ทานร้อนๆ คู่กับข้าวสวยก็ดีต่อร่างกายไม่น้อยเลยค่ะ

3. มะระขี้นก เค้าว่ากันว่าหวานเป็นลม ขมเป็นยา มะระขี้นกคงเป็นอีกหนึ่งสมุนไพรที่มีรสขมจัดจนหลายๆ คนไม่อยากทาน แต่มะระขี้นกเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการควบคุมน้ำตาล เนื่องจากมะระขี้นกสามารถลดระดับน้ำตาลในเลือดได้หลังจากทานเพียง 60 นาทีเท่านั้น นอกจากนี้ยังช่วยลดระดับไขมันในเส้นเลือดอีกด้วย จึงช่วยรักษาโรคเบาหวาน โรคหัวและหลอดเลือดได้เป็นอย่างดี

มะระขี้นก-ผักต้านมะเร็ง

4. เห็ดหลินจือ เห็ดหลินจือถือเป็นสุดยอดสมุนไพรจีนที่มีสรรพคุณทางยามากมาย หนึ่งในนั้นคือการช่วยลดระดับและควบคุมน้ำตาลในเลือดให้อยู่ในภาวะสมดุล เนื่องจากเห็ดหลินจือมีสารโพลีแซกคาไรด์ มีคุณสมบัติที่กระตุ้นการหลั่งอินซูลิน ช่วยให้ร่างกายแปรรูปน้ำตาลไปเป็นพลังงานและนำไปใช้ จึงมีผลช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดนั่นเอง

5. กระเทียม ในกระเทียมมีสารเอทานอลซึ่งช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้ ทั้งยังกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งอินซูลินมากขึ้นและยังช่วยละลายลิ่มเลือด จึงช่วยรักษาความสมดุลของน้ำตาลในเลือด รักษาโรคเบาหวานและป้องกันโรคหัวใจและหลอดเลือดได้เป็นอย่างดี การทานกระเทียมควรทานแบบสดๆ มากกว่าผ่านการปรุงสุก เนื่องจากหากผ่านความร้อนแล้ว คุณประโยชน์จะลดลงค่ะ

6. ขมิ้น เป็นอีกสมุนไพรที่หารับประทานได้ไม่ยากค่ะ ในขมิ้นมีสารชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า สารเคอร์คูมิน  ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระชั้นยอด มีส่วนช่วยในการลดระดับน้ำตาลในเลือด เมื่อทานเป็นประจำจะทำให้ความเสี่ยงในการเป็นโรคเบาหวานลดลงค่ะ

7. โสม โสมเป็นสมุนไพรที่อาจจะหายากสักเล็กน้อย แต่โสมมีสรรพคุณสำคัญอย่างหนึ่งคือ ช่วยชะลอการดูดซึมคาร์โบไฮเดรต ช่วยกระตุ้นให้ร่างกายหลั่งอินซูลินมากขึ้นและกระตุ้นในเซลล์นำกลูโคสออกมาใช้ได้มากขึ้นค่ะ โสมจึงเป็นอีกสมุนไพรที่ช่วยลดระดับน้ำตาลในเลือดได้เป็นอย่างดีและยังช่วยรักษาโรคเบาหวานได้อีกด้วย

สำหรับผู้ที่มีภาวะน้ำตาลเกินหรือผู้ป่วยโรคเบาหวาน สมุนไพรช่วยลดน้ำตาลเป็นตัวช่วยที่ดีในการรักษาค่ะ การรักษาหากทำร่วมไปกับการแพทย์แผนปัจจุบันจะดียิ่งขึ้น หมั่นดูแลรักษาสุขภาพร่างกาย ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เลือกทานอาหารดีๆ มีประโยชน์ ไปพบแพทย์ตามนัดจะช่วยให้การรักษามีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น แต่สำหรับการทานสมุนไพร ก่อนจะทานควรศึกษาทั้งประโยชน์และข้อควรระวังให้ถี่ถ้วน เนื่องจากสมุนไพรบางประเภทอาจจะส่งผลเสียกับบุคคลบางกลุ่มเช่น สตรีตั้งครรภ์หรือเด็ก เป็นต้นค่ะ