counter 8 สรรพคุณ…ประโยชน์ของผักตบชวา พืชผักสมุนไพร เป็นได้ทั้งอาหารและยาชั้นดี • สุขภาพดี

8 สรรพคุณ...ประโยชน์ของผักตบชวา พืชผักสมุนไพร เป็นได้ทั้งอาหารและยาชั้นดี

สรรพคุณ ประโยชน์ผักตบชวา

ผักตบชวา” (Water hyacinth) ในสายตาของคนทั่วไปมันคือวัชพืชที่สร้างปัญหาต่อสิ่งแวดล้อมทางน้ำ แต่จะมีใครทราบบ้างว่าในอีกมุมของผักชนิดนี้ยังสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้อีกหลายๆ ด้านทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นการทำเป็นสิ่งของใช้สอย หรือการใช้เป็นอาหารและผักสมุนไพรเพื่อช่วยบรรเทาอาการเจ็บป่วยจากโรคต่างๆ ได้อีกด้วย

บางคนอาจตกใจว่าจริงเหรอที่ผักตบชวาซึ่งหลายฝ่ายหาทางกำจัดกันอยู่ จะนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลายขนาดนั้น การที่ผักตบชวาทำให้เกิดปัญหาโดยเฉพาะการกีดขวางทางเดินของน้ำ บางครั้งก็ทำให้เกิดน้ำท่วม การจราจรทางน้ำไม่สะดวก เป็นต้น นั่นเพราะมันสามารถขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ส่งผลให้การกำจัดเพื่อลดจำนวนลงจึงเป็นไปได้ยาก แม้ว่าจะมีการคิดแปรรูปเป็นของใช้ต่างๆ หรือนำมาใช้ประโยชน์ในด้านอื่นแล้วก็ตาม

ที่มาของผักตบชวา

ผักตบชวาเป็นพืชน้ำล้มลุกที่เจริญเติบโตและขยายพันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว มีถิ่นกำเนิดเดิมจากทวีปอเมริกาใต้ นำเข้ามาที่ประเทศไทยในรัชสมัยรัชกาลที่ 5 โดยนำเข้ามาปลูกไว้ที่วังสระปทุม แต่ว่าผักตบชวาเจริญเติบโตเร็วไปจนเต็มพื้นที่สระน้ำในวังสระปทุมในเวลาเพียงไม่กี่เดือน เมื่อเกิดน้ำท่วมจึงทำให้ผักตบชวาหลุดออกมาและแพร่กระจายไปตามแหล่งน้ำต่างๆ อย่างรวดเร็ว

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของผักตบชวา

ลำต้น ลำต้นสั้น แตกกอง่าย เจริญเติบโตและแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็ว ปกติมักพบตามแหล่งน้ำแต่ก็สามารถขึ้นบนบกหรือตามบริเวณน้ำตื้นๆที่มีโคลนเลนได้ ทนต่อสภาวะอากาศแห้งแล้งได้ดีแต่ไม่ทนต่อน้ำเค็ม รากยาวสีน้ำตาลหรือดำ มีไหล ที่สามารถเติบโตเป็นต้นอ่อนต่อไปได้

ใบ แตกออกมาจากลำต้น เป็นใบเดี่ยว ก้านใบยาว อวบกลม พองตรงกลาง  ด้านในกลวงเป็นช่องอากาศหรือมีรูพรุนทำให้ช่วยพยุงลำต้นให้ลอยน้ำได้ ใบค่อนกลมหรือเป็นรูปไข่ สีเขียว ผิวใบเป็นมัน ขอบใบเรียบ ปลายใบมน มีหูใบและมีเส้นใบทั่วทั้งใบ

ดอก ออกดอกเป็นช่อ ประกอบไปด้วยดอกย่อย 3-25 ดอก ดอกสีม่วงอมฟ้าหรืออมชมพู มีกลีบดอก 6 กลีบ กลีบที่อยู่ข้างบนใหญ่ที่สุดมีจุดสีเหลืองตรงกลาง กลีบดอกบาง มักบานพร้อมกันหมดทั้งช่อโดยจะบานแค่ 1 วัน มีความสวยงาม

ผล เป็นทรงกระบอก สีน้ำตาล เมื่อแก่จะแห้งแตก มีเมล็ดจำนวนมาก เมล็ดสามารถอยู่ได้โดยไม่งอกถึง 15 ปี

“ผักตบชวา” มีคุณค่ามากกว่าแค่วัชพืช

ลักษณะของผักตบชวาประกอบด้วยใบเป็นใบเดี่ยวรูปไข่คล้ายใบโพธิ์ มีสีเขียวสดและมีสารแคโรทีนสูง แตกออกจากลำต้นเป็นกอ ภายในก้านใบเป็นช่องอากาศช่วยพยุงลำต้นลอยน้ำได้ ดอกผักตบชวาส่วนใหญ่จะมีสีม่วงหรือสีชมพูอมฟ้า กลีบดอกบาง แต่ละดอกจะมีกลีบดอก 6 กลีบ และผลผักตบชวาเป็นรูปทรงกระบอก มี 3 พู ภายในมีเมล็ดกลมขนาดเล็กจำนวนมากเมื่อแก่มากจะแตกได้

โดยทุกส่วนของผักตบชวานั้นมีคุณประโยชน์ต่อคนรวมถึงสัตว์ในด้านต่างๆ จะใช้เป็นอาหารโดยการปรุงในแกง ผัด ต้ม หรือบรรดาสัตว์ใหญ่น้อยหลายชนิดก็ชื่นชอบที่จะกินเป็นอาหาร นอกจากนี้ยังสามารถนำมาผสมเป็นยาเพื่อช่วยในการรักษาโรค และใช้ทำเป็นสิ่งของใช้นานาชนิด

8 สรรพคุณของผักตบชวา ประโยชน์ในการรักษาโรค

1. ผักตบชวาในส่วนของลำต้นมีรสจืดมีสรรพคุณช่วยแก้พิษหรือขับพิษภายในร่างกายได้ ช่วยขับลม และรักษาแผลอักเสบด้วยการนำมาตำพอแหลกแล้วใช้ทาหรือพอกบริเวณแผล

2. ผักตบชวามีคุณสมบัติที่ช่วยระบายความร้อนในร่างกาย

3. ผักตบชวาเป็นยาตามหมอแผนโบราณใช้เพื่อช่วยบรรเทาอาการปวดเข่า ปวดข้อได้เป็นอย่างดี โดยมีวิธีการใช้ผักตบชวาสะอาดมาล้าง หั่นเป็นชิ้นเล็ก ตากจนแห้งบดเป็นผง นำมาละลายกับน้ำให้ข้นนิดหน่อย พอกตามส่วนต่างๆ ของร่างกายที่มีอาการปวด เช่น หัวเข่า ข้อเท้า ข้อศอก ข้อมือ ฯลฯ มีสรรพคุณลดอาการปวด ระบายลมที่คั่งค้างตามข้อได้ดี

4. ผักตบชวาประกอบด้วยสารอาหารทางโภชนาการที่มีประโยชน์และร่างกายต้องการ ได้แก่ พลังงาน น้ำ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมัน และใยอาหาร

5. ผักตบชวาเป็นอาหารที่รสชาติอร่อยและมีคุณค่าทางสารอาหาร โดยส่วนที่นิยมนำมากินคือ ยอดอ่อน ใบอ่อน และดอกอ่อน ซึ่งจะลวกหรือต้มเป็นผักจิ้มกินกับน้ำพริก ใส่ลงในแกงอย่างแกงส้มก็ได้ และยังพบว่าในประเทศญี่ปุ่นก็ชอบกินผักตบชวาเป็นอาหาร แต่ต้องมาจากสภาพแวดล้อมที่ดี ไม่มีสารพิษเจือปน

6. ผักตบชวามีประโยชน์ในการช่วยเพาะเห็ด เพราะผักตบชวามีคุณสมบัติช่วยให้ความชุ่มชื้นได้ดี เพียงนำผักตบชวาที่ตากแดดแห้งแล้วมาใช้เพาะเห็ดแทนฟางข้าวได้ ช่วยให้เราได้กินเห็ดที่มีประโยชน์และผู้ผลิตก็มีรายได้ด้วย

7. ผักตบชวามีประโยชน์ใช้เป็นอาหารสัตว์ ผักตบชวามีสารอาหารต่างๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อคนเราแล้ว ยังมีประโยชน์ใช้เป็นอาหารของสัตว์ได้ อาทิ หมู ไก่ วัว ควาย แกะ หรือแพะ อย่างไรก็ดีควรระวังผักตบชวาที่มาจากแหล่งน้ำสกปรกมีมลพิษ เพราะหากสัตว์บางชนิดกินเข้าไปก็อาจเกิดการสะสมของสารพิษได้

8. ผักตบชวาสามารถนำมาแปรรูปเป็นเครื่องใช้ต่างๆ อย่างเครื่องจักสาน เปลญวน รองเท้าแตะ เสื่อ กระเป๋า ตะกร้า เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีประโยชน์ในด้านเชื้อเพลิงโดยใช้ผสมกับแกลบอัดเป็นแท่งเชื้อเพลิง

ปัญหาที่เกิดจากผักตบชวา 

1. การคมนาคมทางน้ำ ผักตบชวาแพร่พันธุ์ได้อย่างรวดเร็วและหนาแน่น ทำให้การจราจรทางน้ำเป็นไปด้วยความลำบากเพราะกีดขวางการสัญจร

2. แหล่งน้ำเน่าเสีย เมื่อผักตบชวาเจริญเติบโตอย่างหนาแน่น ทำให้แสงแดดส่องผ่านไปถึงใต้น้ำน้อยลง สัตว์น้ำจะขาดออกซิเจนและตาย ส่วนพืชน้ำอาหารเพราะสังเคราะห์แสงไม่ได้ จนตายไปในที่สุด น้ำจึงเน่าเสียง่าย

3. เกษตรกรรม ผักตบชวาเป็นแหล่งเพาะพันธุ์ศัตรูพืชเช่น หนู ซึ่งหากอยู่ใกล้ไร่นาอาจไปสร้างความเสียหายแก่ไร่นาของเกษตรกรได้

4. ระบบชลประทาน ผักตบชวาหากมีมากเกินไปจะกีดขวางการระบายน้ำบริเวณฝายและประตูระบายน้ำทำให้น้ำไหลช้าลง นอกจากนี้ยังทำให้อ่างเก็บน้ำตื้นเขินเพราะเบียดบังพื้นที่เก็บน้ำและทำให้น้ำระเหยอย่างรวดเร็ว

5. การประมง ผักตบชวาเป็นอุปสรรคต่อการเจริญเติบโตของปลา ทำให้ปลาลดปริมาณลงเพราะอาหารและที่อยู่อาศัยน้อยลง

6. เป็นแหล่งเพาะพันธุ์พาหะนำโรค เช่นยุงลาย หนู หอยไบธีเนีย(พาหะนำโรคพยาธิในตับ) การกำจัดสัตว์นำโรคเหล่านี้ให้หมดสิ้นนั้นทำได้ยาหากมีผักตบชวาขึ้นอย่างหนาแน่น เช่นการพ่นยาฆ่ายุงนั้นจะทำได้ไม่ทั่วถึงเพราะมีกอผักตบให้หลบซ่อนมากมาย เป็นต้น

7. ทัศนียภาพและความสวยงาม ผักตบชวามีส่วนในการทำลายทัศนียภาพตามแหล่งน้ำที่ใกล้กับสถานที่พักผ่อนหย่อนใจต่างๆ การพัฒนาก็เป็นไปได้ยากเพราะเมล็ดผักตบชวาสามารถอยู่ได้ถึง 15 ปี แม้ว่าต้นจะแห้งตายไปแล้วก็ตาม

วิธีกำจัดผักตบชวา

1. นำมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ เช่น ทำเครื่องจักสาน ทำปุ๋ยหมัก ผสมในอาหารสัตว์หรือนำมารับประทานเองก็ได้แต่ต้องเป็นผักตบชวาจากแหล่งน้ำที่มีคุณภาพ ไม่ปนเปื้อนสารเคมี

2. ทำลาย อาจจะใช้แรงงานคนหรือรถตักขึ้นจากน้ำเพื่อทำลาย แต่ว่าเสียเวลาและต้องใช้แรงงานมาก หรือการใช้สารเคมีกำจัดซึ่งง่ายและรวดเร็วกว่าแต่ข้อเสียคือ ทำให้แหล่งน้ำปนเปื้อนสารเคมีเช่นกัน

3. กำจัดโดยวิธีธรรมชาติ เช่น ปล่อยแมลงที่เป็นศัตรูกับผักตบชวามาทำงายหรือกัดกิน แต่ต้องศึกษาถึงผลกระทบในด้านอื่นเช่นกัน

ผลิตภัณฑ์แปรรูปจากผักตบชวา

1. เครื่องจักสาน ต้นผักตบชวาตากแห้งนั้นมีความเหนียวดังนั้นสามารถนำมาทำเครื่องจักสานได้เช่นกระเป๋า เปลญวน เสื่อ ตะกร้า รองเท้าแตะ ถาดรองต่างๆ รวมทั้งนำมาทำกระดาษได้ด้วย

2. ปุ๋ยหมัก ผักตบชวามีโพแทสเซียมมาก รวมทั้งฟอสฟอรัสและไนโตรเจนซึ่งเป็นธาตุอาหารที่พืชต้องการจึงนำมาทำเป็นปุ๋ยหมักได้ นอกจากนี้ยังสามารถนำมาคลุมหน้าดินเพื่อกักเก็บความชื้นในดินได้อย่างดีเยี่ยม

3. อาหารสัตว์ โดยปกติแล้วหากเลี้ยงสัตว์ เช่น โค กระบือ ไว้ตามริมคลอง ก็มักจะกินผักตบชวากันด้วยอยู่แล้ว ซึ่งนอกจากเลี้ยงแบบธรรมชาติยังสามารถนำผักตบชวามาต้มผสมในอาหารให้สุกรกินได้อีก ซึ่งเป็นการลดปริมาณผักตบชวาอีกทางหนึ่ง แต่ควรเลือกจากแหล่งน้ำที่ไม่มีสารพิษเจือปนเพราะสัตว์เหล่านั้นก็จะได้รับสารพิษไปด้วย

4. ผักตบชวาแห้ง ใช้เพาะพันธุ์เห็ดได้เป็นอย่างดี

5. เชื้อเพลิง โดยการนำผักตบชวามาบดผสมกับแกลบเป็นเชื้อเพลิงอัด ความร้อนที่ได้ใกล้เคียงแกลบอัดแท่ง

6. กระถางต้นไม้ ข้อดีคือ เวลาจะปลูกไม่ต้องเอากระถางออก ขุดหลุมปลูกได้เลย กระถางจะย่อยสลายไปเองในเวลาไม่นานและเป็นปุ๋ยให้กับดินอีกด้วย

สินค้าแปรรูปจากผักตบชวา

*นอกจากการแปรรูปต่างๆ แล้ว ผักตบชวาสามารถนำมาบำบัดน้ำได้เพราะรากช่วยกรองและดูดซับสิ่งสกปรกและสารพิษต่างๆที่อยู่ในน้ำ แต่ควรจำกัดบริเวณให้ผักตบให้อยู่ในพื้นที่ที่กำหนด ไม่อย่างนั้นอาจจะขยายพันธุ์จนเกิดปัญหามากกว่าช่วยแก้ปัญหา

ทั้งสรรพคุณและประโยชน์ของผักตบชวานี้หากทุกคนนำมันมาใช้กันมากขึ้น ก็น่าจะช่วยให้จำนวนของผักตบชวาลดลงไปได้อีกเยอะ ช่วยแก้ไขปัญหาการสร้างปัญหาสิ่งแวดล้อมทางน้ำ ซึ่งการดูแลจัดการผักตบชวาที่ดีจะช่วยบำบัดน้ำเสียได้ เพราะที่จริงผักตบชวาเป็นตัวดูดซับสิ่งสกปรกและสารพิษจากน้ำเน่าเสีย แต่ต้องมีการแยกผักตบชวาออกทุกสัปดาห์ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายจนแหล่งน้ำได้รับแสงสว่างไม่เพียงพอ เห็นไหมว่าเนื้อแท้ของผักตบชวานั้นเป็นทั้งอาหาร ยารักษาโรค และมีคุณประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิตถ้าเราอยู่กับมันอย่างเข้าใจ

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวกับผักน่ารู้...คู่สุขภาพดี