hit tracker 11 ความเชื่อผิดๆ ในการลดน้ำหนัก…ยิ่งทำ ยิ่งอ้วน!! • สุขภาพดี

11 ความเชื่อผิดๆ ในการลดน้ำหนัก...ยิ่งทำ ยิ่งอ้วน!!

ความเชื่อผิดๆ ลดน้ำหนักแบบผิดๆ

อยากผอม ก็อดข้าวมันไปเลย ผอมทันใจแน่นอน” คนที่กำลังลดน้ำหนักอยู่หลายๆ คนคงเคยได้ยินประโยคนี้กันมาบ้าง ซึ่งมันก็เป็นความเชื่อที่ไม่ถูกต้อง และแน่นอนว่ายังมีหลายความเชื่อผิดๆ ที่ทำแล้วส่งผลเสียต่อสุขภาพ อีกทั้งยังเป็นสาเหตุที่อาจทำให้การลดน้ำหนักไม่ประสบความสำเร็จด้วย จะลดน้ำหนักทั้งทีก็ต้องมาหาข้อมูลที่ถูกต้องกันหน่อย ว่าความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการลดน้ำหนักข้อใดบ้างที่ไม่ควรทำตาม 

คุณกำลังลดน้ำหนักแบบผิดๆ อยู่หรือเปล่า?

1. กินน้อยสิดี คนเราควรได้รับพลังงานจากสารอาหารในปริมาณที่เหมาะสมเพื่อที่ร่างกายจะได้นำพลังงานเหล่านี้ไปใช้อย่างเต็มประสิทธิภาพ การกินน้อยเกินไปจึงส่งผลเสียต่อร่างกายอย่างมาก เพราะโดยปกติแล้วร่างกายจะมีระบบเผาผลาญที่ทำงานอยู่ตลอดเวลา อาจจะทำน้อยหน่อยในเวลากลางคืนแต่ก็ยังทำอยู่ ถ้ากินอาหารน้อยเกินไประบบเผาผลาญจะเริ่มปรับตัวทำงานน้อยลงเพราะเข้าใจผิดว่าเรากำลังอดอยาก พลังงานที่ได้แทนที่จะเอาไปใช้ก็จะแปรรูปไปเป็นไขมันเพื่อเก็บเป็นพลังงานสำรอง ดังนั้นในช่วงแรกที่อดอาหาร น้ำหนักจะลดลงจริง แต่เมื่อผ่านไปสักพักจนเริ่มปรับตัวได้น้ำหนักจะคงที่ ก็ต้องลดอาหารไปเรื่อยๆ จึงจะน้ำหนักลด ระบบเผาผลาญก็จะพัง และถ้ากลับมากินเหมือนเดิม น้ำหนักจะขึ้นอย่างรวดเร็วหรือที่เรียกว่า “โยโย่เอฟเฟค” ดังนั้นอย่าอดอาหาร ทานในปริมาณให้เหมาะสม ไม่ทานเกินที่ร่างกายต้องการในแต่ละวัน ยังไงก็ผอมลงแน่นอน

2. ออกกำลังกายหนักๆ จะได้ผอมเร็วๆ หากเราออกกำลังกายหักโหมเกินไป ร่างกายอาจต้องเผชิญกับภาวะ “โอเวอร์เทรนนิ่ง” เป็นภาวะที่ร่างกายเราออกกำลังกายหนักๆ จนไม่ไหวอีกต่อไป จะรู้สึกอ่อนเพลียมาก ไร้เรี่ยวแรงและเหนื่อยจนไม่อยากจะกินอะไร ซึ่งไม่ดีต่อสุขภาพแน่นอน กว่าเราจะอ้วนเราก็กินสะสมกันเป็นเวลานาน จะมาผอมในระยะเวลาสั้นๆ มันก็ไม่ได้ใช่ไหมละคะ

3. ต้องงดแป้ง บางคนอาจจะตั้งกฎเหล็กกับตัวเองไปเลยว่าจะไม่กินแป้ง เรียกว่าจะอดข้าวอดขนมปังกันไปตลอดชีวิตเลยทีเดียว ซึ่งที่จริงแล้วสารอาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตยังเป็นกลุ่มที่ร่างกายต้องการอยู่ หากงดแล้วอาจจะส่งผลต่อระบบเผาผลาญได้ แล้วถ้ากลับมากินอีกก็จะโยโย่อย่างรวดเร็วค่ะ ลองเปลี่ยนมาทานคาร์โบไฮเดรตเชิงซ้อนกันดูดีกว่า เช่น พวกข้าวไม่ขัดขาว ธัญพืชเต็มเมล็ด เป็นต้น เพราะพลังงานต่ำ คุณค่าทางสารอาหารสูง อีกทั้งยังย่อยได้ช้า ดูดซึมช้า ร่างกายก็จะค่อยๆ นำพลังงานไป ไม่เหลือตกค้างสะสมค่ะ

4. งดไขมันแบบเด็ดขาด ในมุมมองคนลดน้ำหนักบางคน ไขมันเปรียบเสมือนศัตรูตัวร้ายไปเลยค่ะ ทั้งๆที่ไขมันนั้นยังจำเป็นต่อร่างกาย เนื่องจากช่วยละลายวิตามินบางชนิดและมีส่วนช่วยในการสร้างฮอร์โมน คนเราจึงยังต้องพึ่งพาไขมันอยู่ เพียงแต่ว่าต้องเลือกทานเฉพาะไขมันดี เช่น ปลาทะเล ธัญพืช อะโวคาโด น้ำมันมะกอก น้ำมันมะพร้าว น้ำมันรำข้าว และต้องกินในปริมาณที่พอดี ส่วนไขมันที่ต้องงดเลยคือ ไขมันทรานส์ เพราะเป็นไขมันที่ย่อยยาก พบได้มากในอาหารจำพวกฟาสฟู๊ด เบเกอรี่ต่างๆ เป็นต้น

5. กินขนมหวานไม่ได้ ถึงแม้จะควบคุมน้ำหนักอยู่แต่ก็ยังสามารถกินขนมหวานได้ เพียงแต่ต้องกินอย่างระมัดระวังไม่ให้ร่างกายได้รับแป้ง-น้ำตาลมากจนเกินไป

6. ไม่จำเป็นต้องใส่ใจการนอน มีการศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างการนอนกับน้ำหนักตัว พบว่าคนที่นอนน้อยจะมีการผลิตฮอร์โมนละระบบการควบคุมน้ำตาลผิดปกติ ทำให้คนอดนอนมีแนวโน้มที่จะกินมากขึ้น อ้วนง่ายขึ้น ดังนั้นมาปรับเวลานอนตัวเองเสียใหม่ โดยพักผ่อนให้เพียงพอ และต้องนอนหลับอย่างมีคุณภาพด้วยนะ ถ้านอนหลับๆ ตื่นๆ ก็แทบไม่ต่างอะไรกับนอนไม่พอเลย อีกทั้งหากออกกำลังกายมาอย่างหนักแล้วได้นอนมากพอ กล้ามเนื้อจะฟื้นฟูและซ่อมแซมตัวเองได้ดีมากขึ้น นับว่าเกี่ยวกับการลดน้ำหนักโดยตรงเลยค่ะ

7. น้ำหนักน้อยคือผอม วันๆ เอาแต่ชั่งน้ำหนัก ชั่งจนจิตตก พอน้ำหนักไม่ลดลงก็เครียด จริงๆ ตัวเลขบนตาชั่งไม่ได้สำคัญมากขนาดนั้นเลยค่ะ สำหรับคนที่ลดน้ำหนักอยากให้วัดผลกันที่รูปร่างและสัดส่วนที่เปลี่ยนไปมากกว่า ถ้าออกกำลังกายแล้วน้ำหนักไม่ลดก็มีรูปร่างที่ดูดีขึ้นได้ บางคนเมื่อปรับพฤติกรรมการกินอาหารดีๆ อาจจะน้ำหนักตัวเพิ่มขึ้นกว่าตอนก่อนลดด้วยซ้ำไป เพราะในตอนแรกนั้นร่างกายยังมีสัดส่วนไขมันเยอะอยู่ และไขมันนั้นมีปริมาตรที่มากเมื่อเทียบกับกล้ามเนื้อในมวลที่เท่ากัน ดังนั้นคนลดน้ำหนักบางคน น้ำหนักจะไม่ลดมากนักเพราะไขมันหายไปแต่ได้กล้ามเนื้อมาแทนนั่นเอง

8. กินเยอะไม่เป็นไร ไปวิ่งก็เบิร์นหมด ข้อนี้มักจะเป็นในผู้ที่ชอบผลัดวันประกันพรุ่งหรือตบะแตกเพราะอยากกินอาหารอร่อยๆ พออดใจไม่อยู่ก็กินไม่ยั้งแล้วก็ปลอบใจตัวเองว่า กินแค่นี้ไม่เป็นไรหรอก ออกไปวิ่งให้เหนื่อยก็เบิร์นออกไปหมดแล้ว ซึ่งไม่ใช่ความเชื่อที่ดีเท่าไรนัก เพราะหากวิ่งผิดวิธีก็จะไม่ได้เผาผลาญพลังงานมากเท่าที่ควร อีกทั้งถ้าวิ่งหนักไปในขณะที่ยังมีน้ำหนักตัวมากอยู่ อาจะจะก่อให้เกิดอาการบาดเจ็บที่หัวเข่าหรือข้อเท้าได้

9. นับแคลทั้งวันแต่ไม่สนใจชนิดของอาหาร การนับแคลอรี่ที่จะทานเข้าไปนั้นถือเป็นแนวทางที่ควรปฏิบัติสำหรับผู้ที่กำลังลดน้ำหนัก เพื่อจำกัดการกินอาหารไม่ให้มากเกินความต้องการที่เเท้จริงในแต่ละวัน แต่บางคนก็เอาแต่นับแคลจริงๆ โดยที่ไม่ได้ดูส่วนประกอบของอาหารเลยครบถ้วนตามที่ร่างกายต้องการหรือไม่ หรืออาหารบางอย่างแคลอรี่ต่ำแต่ใส่น้ำตาลแบบมหาโหดมาก ดังนั้นแนะนำให้ทานแบบไม่ต้องเคร่งครัดมาก ไม่ต้องมานั่งนับแคลเป๊ะๆ ตลอดเวลาก็ได้ แค่กะปริมาณให้ดีแล้วเฉพาะอาหารที่เหมาะสมและครบถ้วน 5 หมู่

10. ต้องงดมื้อเย็น การทานมื้อเย็นไม่ได้ทำให้อ้วนค่ะ สามารถทานได้ตามปกติ ไม่จำเป็นต้องงด เพียงแต่ทานในปริมาณที่น้อยลงเพราะหลังจากนี้ไม่นานก็จะเข้านอนกันแล้ว ไม่จำเป็นต้องได้รับพลังงานมากๆ แต่อย่างใด ที่สำคัญพยายามทานให้เร็วขึ้น โดยทานก่อนนอนอย่างน้อย 4 ชั่วโมงในกรณีที่ไม่มีกิจกรรมใดๆ ต้องทำอีก แต่ถ้ากลับบ้านดึก ต้องออกกำลังกายดึกก็ปรับเปลี่ยนมื้ออาหารได้ตามความเหมาะสม

11. สลัดลดน้ำหนัก มาถึงอาหารยอดฮิตสำหรับคนลดน้ำหนักอย่างสลัด หลายคนมักเลือกที่จะกินสลัดเพราะคิดว่าผักเยอะ แคลอรี่ต่ำ แต่ดันลืมไปว่าสลัดก็ต้องมาคู่น้ำสลัด ซึ่งนี่แหละตัวดี เพราะน้ำสลัดมักจะแคลอรี่สูงเนื่องมีส่วนผสมของพวกน้ำมัน ไข่ น้ำตาล เป็นต้น ดังนั้นถ้าจะกินสลัดก็ไม่ควรใส่น้ำสลัด หรือถ้าจะใส่ก็ให้หลีกเลี่ยงแบบที่ให้พลังงานสูง เช่น มายองเนส น้ำสลัดงา

กินสลัดทำให้ผอม ความเชื่อลดน้ำหนักผิดๆ

เป็นอย่างไรกันบ้างคะสำหรับความเชื่อผิดๆ สำหรับการลดน้ำหนักที่เรานำมาฝากกันวันนี้ เชื่อว่าหลายคนคงคุ้นเคยหลายๆ ข้อเป็นอย่างดี  และอาจจะเคยทำตามกันมาแล้วไม่มากก็น้อยค่ะ มาถึงตอนนี้ก็ยังไม่สายที่จะกลับไปปฏิบัติตามแนวทางการลดน้ำหนักที่ถูกต้องนะคะ เพราะนอกจากจะผอมสวยหุ่นดีแล้ว เราก็ต้องสุขภาพดีด้วยค่ะ

เรียบเรียงข้อมูลโดย เว็บsukkaphap-d.com