counter

"สารเคลือบผิวผลไม้" อันตรายจริงหรือ?

สารเคลือบผิวผลไม้

ผลไม้’ ถือเป็นอาหารที่มีประโยชน์อย่างมากประเภทหนึ่ง โดยอุดมไปด้วยวิตามินและเกลือแร่ที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่ก็เป็นอาหารที่เน่าเสียได้ง่ายเช่นกัน จะสังเกตได้ว่า ‘ผลไม้’ ส่วนใหญ่จะมีลักษณะค่อนข้างอวบน้ำ ทั้งนี้เพราะในผลไม้มีส่วนประกอบของน้ำเป็นจำนวนมาก และน้ำเหล่านี้จะสามารถระเหยไปได้เองเมื่อวางผลไม้ทิ้งไว้นานๆ

นอกจากนั้นในผลไม้ยังมีสารอาหารที่สำคัญต่อเชื้อจุลินทรีย์ เมื่อปล่อยให้ผิวของผลไม้สัมผัสกับอากาศภายนอก จุลินทรีย์ที่แฝงตัวมากับอากาศก็จะเกาะบริเวณผิวผลไม้และทำปฏิกิริยาทางเคมี ส่งผลให้ผลไม้เฉาและเน่าเสียในที่สุด

ที่มาของการใช้สารเคลือบผิวผลไม้

จากสาเหตุดังกล่าว ทำให้ในปัจจุบันนักวิทยาศาสตร์ รวมไปถึงผู้เชี่ยวชาญทางด้านเกษตรกรรมก็มีการระดมความคิดเพื่อค้นคว้าหาสารเคมีที่ช่วยให้ผลไม้ยังคงความสดได้นานขึ้น ซึ่งสารดังกล่าวนี้ก็คือ "สารเคลือบผิวผลไม้" ที่ผู้บริโภคหลายคนก็เกิดความกังวลใจว่าสารดังกล่าวนี้จะทำให้คุณประโยชน์ของผลไม้ลดลง รวมไปถึงประเด็นที่ว่า ‘สารเคลือบผิวผลไม้’ จะเป็นอันตรายต่อผู้บริโภคที่รับประทานแบบไม่ปอกเปลือกหรือไม่ วันนี้เราชาวสุขภาพดี...จึงไม่พลาดที่จะหยิบยกประเด็นของสารเคลือบผิวผลไม้มาฝาก เชื่อได้ว่าข้อมูลที่เรารวบรวมมาฝาก จะช่วยให้ผู้อ่านทุกท่านรับประทานผลไม้ได้อย่างอร่อย ปลอดภัยและได้สุขภาพแน่นอนค่ะ

สารเคลือบผิวผลไม้คืออะไร?

สารเคลือบผิวผลไม้ คือ สารสกัดจากธรรมชาติหรือสังเคราะห์ที่ถูกผลิตขึ้นเพื่อช่วยลดการคายน้ำของผลไม้ ทำให้ผลไม้คงความสดและมีรูปลักษณ์เป็นมันเงาดูสะอาด น่ารับประทาน นอกจากนั้นยังมีคุณสมบัติยับยั้งการเจริญเติบโตของเชื้อจุลินทรีย์ได้เป็นอย่างดี ทำให้ผลไม้เน่าเสียช้า

ประโยชน์ของสารเคลือบผิวผลไม้มีอะไรบ้าง?

1. ลดการสูญเสียน้ำและลดการคายก๊าซของผลไม้ ทำให้ผลไม้ยังคงสภาพสดและอิ่มน้ำเหมือนเก็บจากต้น

2. ช่วยให้ลักษณะผิวเนื้อของผลไม้ดูน่ารับประทาน ยกตัวอย่างเช่นการเคลือบผิวแอปเปิลให้มีความมันวาว หรือ การเคลือบผิวส้มและมะนาวให้ผิวดูเรียบเงา น่ารับประทานมากยิ่งขึ้น

3. ช่วยไม่ให้ผลไม้ปริหรือแตกง่าย กล่าวคือ สารเคลือบผลไม้จะทำหน้าที่พยุงโครงสร้างของผลไม้ให้คงรูป

4. ลดการสูญเสียคุณค่าทางโภชนาการของผลไม้ ทั้งวิตามินและแร่ธาตุต่างๆนอกจากนั้นยังช่วยคงลักษณะดั้งเดิมของผลไม้ ทั้งรูป สี กลิ่นและรสชาติ

5. เป็นเกราะป้องกันเชื้อจุลินทรีย์ไม่ให้เข้าทำลายผิวของผลไม้ได้ โดยจะสามารถยืดอายุของผลไม้ไว้ได้นานยิ่งขึ้น

สารเคลือบผิวผลไม้เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคหรือไม่?

เนื่องจากสารเคลือบผิวผลไม้สามารถผลิตได้จากธรรมชาติและสารสังเคราะห์ ดังนั้นจึงอาจกล่าวได้ว่าไม่ใช่สารเคลือบผิวผลไม้ทุกชนิดจะปลอดภัยต่อผู้บริโภค อย่างไรก็ตามจากการสำรวจขององค์การอาหารและยายังไม่พบสารอันตรายจากวัตถุเคลือบผิวผลไม้ในประเทศไทย จึงสามารถบริโภคได้ตามปกติ

สำหรับสารเคลือบผิวผลไม้ที่นิยมใช้ในประเทศไทยจะเป็นสารที่ผลิตจากธรรมชาติเป็นส่วนใหญ่ไม่ว่าจะเป็นพวกลิปิด ได้แก่แวกซ์ และไขมัน นอกจากนั้นยังใช้โปรตีนมาเป็นส่วนประกอบหลัก ได้แก่กลูเตนคอลลาเจนเคซีน และยังมีการใช้พอลิแซคคาไรด์เป็นองค์ประกอบหลัก เช่น เซลลูโลสไคโตซาน แป้ง เพ็คตินอีกด้วย

ในอดีตประเทศไทยจะนำเข้าสารเคลือบผิวผลไม้จากต่างประเทศ แต่ก็พบว่าสารบางชนิดไม่เหมาะกับผลไม้เมืองร้อน กล่าวคือสารเคลือบผิวที่นำเข้าที่ใช้ทำให้ผลไม้เน่าเสียง่ายกว่าเดิมหรือทำให้รสชาติของอาหารผิดแปลกไปจากเดิม ดังนั้นนักวิจัยชาวไทยจึงได้พยายามคิดค้นสารเคลือบผิวผลไม้ที่เหมาะกับผักและผลไม้ที่เป็นพืชเศรษฐกิจของประเทศ รวมไปถึงการใช้สารประกอบที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและไม่มีสารพิษการตกค้างที่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภค

อย่างไรก็ตาม แม้สารเคลือบผิวผลไม้จะไม่มีอันตรายต่อร่างกาย แต่ก่อนรับประทานก็ควรทำความสะอาดให้ดีทุกครั้ง ที่สำคัญผลไม้ที่อาจจะมีการปนเปื้อนสารเคมีอื่นๆ ก็ควรปอกเปลือกให้เรียบร้อยเสียก่อน ลองนำวิธีง่ายๆที่ ‘สุขภาพดี’ นำมาฝากในวันนี้ไปปรับใช้กันด้วยนะคะ รับรองว่าการรับประทานผักและผลไม้ของคุณก็จะปลอดภัยและได้สุขภาพอย่างแน่นอนค่ะ

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวกับสารปนเปื้อนในอาหาร