counter

14 สรรพคุณ...ประโยชน์ของพริก เผ็ดร้อน คุณค่าแซ่บ

สรรพคุณ ประโยชน์ของพริก

ขึ้นชื่อว่า “พริก” (Chilli) ทุกคนต้องนึกถึงความเผ็ดร้อนเวลาที่กินเข้าไป หลายคนน้ำหูน้ำตาไหลจนต้องรีบคว้าแก้วน้ำขึ้นมาดื่มเพื่อบรรเทาความเผ็ด ที่เป็นเช่นนี้เพราะพริกจะเข้าไปก่อให้เกิดความระคายเคืองต่อเนื้อเยื่อผิวในปาก จนเกิดอาการแสบร้อนที่เรียกว่า “เผ็ด” ขึ้นมา ซึ่งส่วนที่เผ็ดที่สุดของพริกจะอยู่ตรงแกนข้างในที่มีเมล็ดติดอยู่ และผลิตสารแคปไซซิน (Capsaicin) ซึ่งเป็นสารให้ความเผ็ดออกมา ถือเป็นสรรพคุณเด่นของพริกเลยทีเดียว

พริกเม็ดเล็ก...แต่สรรพคุณทางยาไม่เล็ก

รู้หรือไม่ว่า...การบรรเทาความเผ็ดที่เราชอบยกแก้วน้ำขึ้นมาดื่มเพื่อลดความเผ็ดนั้นอาจจะไม่ถูกต้องนัก เพราะสารแคปไซซินละลายได้ในแอลกอฮอล์และไขมัน แต่ไม่ละลายในน้ำ เมื่อเวลาที่เรากินอาหารรสชาติเผ็ดร้อนจนแทบจะพ่นไฟได้ แล้วกินน้ำเปล่าตามมากๆ จริงๆ แล้วไม่ได้ช่วยให้ความเผ็ดลดลงหรือหายไป แต่วิธีแก้เผ็ดที่ได้ผลคือ ควรดื่มนมหรือแอลกอฮอล์เล็กน้อย หรือไม่ก็เป็นอาหารหวานที่มีส่วนผสมของกะทิ หรือหากไม่มี ก็ให้อมเกลือหรือน้ำปลาแทนได้

"พริก" จัดเป็นผักสมุนไพรที่นิยมนำไปปรุงอาหารกันแทบทุกครัวเรือน โดยเฉพาะอาหารที่ต้องการความเผ็ดร้อน อย่างส้มตำ ยำ ต้มยำ ผัดเผ็ด แกงเผ็ด ช่วยให้รสชาติอาหารอร่อยจัดจ้าน และพริกในบ้านเราก็มีให้เลือกใช้กันหลายสายพันธุ์ ทั้งพริกขี้หนู พริกชี้ฟ้า พริกหยวก ขึ้นอยู่กับอาหารที่ต้องการปรุง ที่สำคัญพริกมีคุณค่าทางอาหารและคุณค่าทางยามากมาย มาดูกันว่าพริกเม็ดเล็ก พริกขี้หนูนี้จะมีสรรพคุณและประโยชน์อะไรบ้าง

14 สรรพคุณ-ประโยชน์ของพริก เผ็ดร้อนเกินตัว

1. พริกช่วยขับลม แก้อาการท้องอืดท้องเฟ้อ อาหารไม่ย่อย อีกทั้งช่วยให้ระบบการย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้น

2. พริกมีวิตามินเอ จึงช่วยบำรุงสายตา พริกมีวิตามินซีสูง การกินพริกสดๆ จะได้รับวิตามินซีดีกว่ากินพริกที่ปรุงสุกแล้ว เพราะวิตามินซีจะสลายตัวไปเมื่อถูกความร้อน

3. ประโยชน์ของพริกช่วยให้อารมณ์ดี เพราะสารแคปไซซินจะไปกระตุ้นสมองส่วนกลางให้หลั่งสารเอ็นดอร์ฟิน ซึ่งเป็นสารสร้างความสุข เราจึงอารมณ์ดีเมื่อกินพริก และอยากเพิ่มขนาดพริกในอาหารขึ้นเรื่อยๆ นอกจากนั้นสารเอ็นดอร์ฟินยังมีฤทธิ์คล้ายมอร์ฟีน ที่ออกฤทธิ์ทำให้เกิดการผ่อนคลาย ทำให้เราอยากนอนหลับ

4. พริกช่วยบรรเทาอาการไข้หวัด หายใจไม่สะดวก เพราะในพริกมีสารแคปไซซินช่วยขยายช่องจมูกให้ใหญ่ขึ้น จึงช่วยให้ทางเดินหายใจโล่ง

5. พริกช่วยขับเสมหะ ทำให้เสมหะที่ข้นเหนียวเจือจางลง เราจึงขับออกจากร่างกายได้ง่ายขึ้น สังเกตว่าเวลากินพริกเผ็ดๆ มักจะมีน้ำมูกไหลออกมา

6. สรรพคุณของพริกดีต่อผู้ป่วยโรคหอบหืด เพราะความเผ็ดจะไปทำให้หลอดลมขยายตัวได้ดีขึ้น ไม่หดเกร็ง อาการจึงดีขึ้น

7. พริกมีสารแคปไซซิน ที่ช่วยป้องกันไม่ให้ตับสร้างคอเลสเตอรอลชนิดไม่ดี แต่เสริมสร้างคอเลสเตอรอลชนิดดี

8. พริกช่วยให้การไหลเวียนของเลือดดีขึ้น ลดการอุดตันของหลอดเลือด และลดความดันได้ดี

9. การกินพริกเป็นประจำจะช่วยเพิ่มอุณหภูมิในร่างกาย ช่วยให้การเผาผลาญดีขึ้น จึงช่วยควบคุมน้ำหนักได้

10. พริกช่วยบรรเทาอาการปวด เช่น ช่วยลดอาการปวดฟัน เพราะสารแคปไซซินจะไปออกฤทธิ์ต่อเซลล์ประสาท ทำให้สมองส่วนกลางรับรู้การเจ็บปวดช้าลง

11. พริกช่วยป้องกันโรคมะเร็ง เพราะในพริกมีทั้งวิตามินเอ วิตามินซี และโปรตีน

12. ประโยชน์ของพริกช่วยเจริญอาหาร โดยยอดพริกและใบอ่อนของพริกมีรสเผ็ด ช่วยให้เจริญอาหาร เพิ่มน้ำลาย และช่วยขับลมได้

13. ใบพริกขี้หนูสดๆ ช่วยแก้อาการปวดศีรษะจากไข้หวัดหรือตัวร้อนได้ โดยใช้ใบพริกขี้หนูสดมาตำผสมกับดินสอพอง แล้วใช้ปิดบริเวณขมับ

14. พริกมีประโยชน์แก้อาการเจ็บคอ เสียงแหบได้ โดยใช้พริกขี้หนูป่น 1 หยิบมือ เติมน้ำเดือดลงไป 1 แก้ว ทิ้งไว้พออุ่น นำมาใช้กลั้วคอ

จริงหรือไม่?...กินเผ็ดทำให้เป็นโรคกระเพาะ ?

ตอนเด็กๆ แม่มักห้ามไม่ให้เรากินพริกหรืออาหารที่เผ็ดมากๆ เพราะจะทำให้เป็นโรคกระเพาะ ซึ่งความจริงแล้ว สาเหตุที่ทำให้เป็นโรคกระเพาะไม่ใช่เพราะกินเผ็ด แต่เกิดจากการกินอาหารไม่ตรงเวลา น้ำย่อยจึงกัดกระเพาะ ทำให้เป็นแผลในกระเพาะอาหาร จึงเป็นเหตุผลว่าคนที่เป็นโรคกระเพาะอยู่แล้วห้ามกินเผ็ด เพราะจะทำให้เกิดการระคายเคืองกับแผลในกระเพาะอาหารนั่นเอง

อย่างไรก็ดี แม้พริกจะมีสรรพคุณและประโยชน์ที่ดีต่อร่างกาย แต่การกินพริกก็ต้องกินอย่างระมัดระวัง โดยเฉพาะผู้ที่มีโรคประจำตัว เช่น ผู้ที่เป็นแผลในกระเพาะอาหาร หรือหลอดอาหาร ไม่ควรกินพริกมากหรือกินอาหารที่มีรสจัด เพราะจะไปกระตุ้นอาการให้เป็นมากขึ้น และเวลาท้องว่างก็ไม่ควรกินเผ็ด เพราะอาจเกิดอาการระคายเคืองระบบทางเดินอาหาร ทำให้เป็นแผลเรื้อรังได้

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวกับสรรพคุณ...ประโยชน์ของผัก