hit tracker “สารปรอท” ส่วนผสมครีมอันตราย ขาวไว ตายเร็ว!! • สุขภาพดี

สารปรอท” ส่วนผสมครีมอันตราย ขาวไว ตายเร็ว!!

สารปรอท ครีมหน้าขาว อันตราย

ไม่นานมานี้บางคนอาจจะเคยเห็นข่าวผู้หญิงคนหนึ่งที่ใส่สร้อยทองที่ข้อมือ ปรากฏว่าทองเกิดกลายเป็นสีซีดขาว เหมือนจะลอก คนใส่ก็ไปโวยวายกับร้านค้าว่าขายทองปลอมให้เธอ ซึ่งจริงๆ แล้วทองที่เธอใส่น่ะของแท้ แต่ที่กลายเป็นสีขาวเนื่องจาก “สารปรอท” ในครีมที่เธอทาไปละลายทองนั่นเอง เป็นเรื่องที่น่ากลัวอย่างมาก เพราะทองเป็นโลหะ แต่ครีมปรอทของเธอนั้นสามารถละลายโลหะอย่างทองได้!!!   ว่าแต่ทำไมต้องใส่ปรอทลงไปในครีม ปรอท สารปรอทมีสรรพคุณ และโทษมากแค่ไหน แล้วเราจะหลีกเลี่ยงสารเหล่านี้ได้อย่างไร ตามมาดูกันค่ะ

สารปรอท คือ?

สารปรอทเป็นโลหะเพียงชนิดเดียวที่มีสถานะเป็นของเหลวในอุณหภูมิปกติ เป็นโลหะหนัก มีสีเงินมันวาว มีจุดเดือดต่ำมาก ไม่เกาะกับวัสดุอื่นใด สามารถไหลหรือกลิ้งไปมาได้อย่างรวดเร็ว มีคุณสมบัติละลายโลหะบางชนิดได้ เช่น ทอง ดังนั้นจึงต้องเก็บทองให้อยู่ห่างจากปรอท ปรอทหากแข็งตัวจะมีคุณสมบัติแบบโลหะทั่วๆไป มีความเป็นพิษเมื่อมีลักษณะเป็นไอ แต่ถ้าเป็นของแข็งไม่มีพิษมากนักเพราะดูดซึมเข้าสู่ร่างกายได้ยากกว่า

ผลิตภัณฑ์ที่มักพบสารปรอท

  • เครื่องสำอาง เป็นผลิตภัณฑ์อันดับต้นๆ ที่พบว่ามีสารปรอทผสมอยู่ด้วย โดยเฉพาะกลุ่มครีมหน้าใสผิวขาวแบบเร่งด่วนที่โหมโฆษณาขายตามสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ เนื่องจากสารปรอทจะทำให้ผิวขาวอย่างรวดเร็ว โดยจะเร่งผลัดเซลล์ผิวและยับยั้งการผลิตเซลล์เม็ดสี จึงทำให้ผิวดูเนียนใสขึ้น ขาวขึ้นภายในไม่กี่วัน ครีมพวกนี้มักจะเห็นผลว่าใช้แล้วขาวขึ้นจริงในระยะเวลาสั้นๆ คนจึงซื้อมาใช้กันมาก โดยไม่รู้ว่าปรอทอันตรายกว่าที่คิดมาก เมื่อใช้ครีมที่ผสมปรอทไปนานๆ ผิวจะบางและไวต่อแดด เป็นฝ้าและผื่นแดงได้ง่าย บางคนอาจจะผิวไหม้ได้เลยแม้จะตากแดดแค่ไม่นาน
  • อาหารทะเล ปรอทพบมากในสัตว์ทะเลน้ำลึกหรือสัตว์ที่มีขนาดใหญ่อย่าง ปลาทูน่า ปลาฉลาม ปลากระโทงดาบ ปลาอินทรีย์ เป็นต้น เนื่องจากมีช่วงอายุที่ค่อนข้างยาวและกินปลาเล็กๆ เป็นอาหาร จึงมีโอกาสสะสมสารปรอทได้มาก ดังนั้นหากจะทานปลาทะเล แนะนำให้ทานปลาตัวไม่ใหญ่มากและมีช่วงอายุสั้นจะดีกว่า
  • การรับสารปรอทเข้าสู่ร่างกาย

    ปรอทสามารถเข้าสู่ร่างกายได้หลายทาง เพราะปรอทปนเปื้อนอยู่ได้ทั่วตามสภาพแวดล้อม ดิน น้ำ อากาศ ขยะ เชื้อเพลิง เครื่องสำอาง อาหารและยารักษาโรค ดังนั้นจึงสามารถรับปรอทได้ทั้งจากการสูดดมไอปรอท การรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนรวมไปถึงการถูกดูดซึมเข้าผิวหนัง อวัยวะที่สะสมสารนี้มากที่สุดคือไต รองลงมาคือตับ ม้าม สมอง หัวใจ ผนังลำไส้เล็ก กล้ามเนื้อ หัวใจและปอด เมื่อสะสมมากๆ ระบบประสาทส่วนกลางจะถูกทำลาย ทำให้มีอาการทางประสาทตามมา

    สรรพคุณ และประโยชน์ของปรอท

    1. ด้านวิทยาศาสตร์ ใช้ผลิตมิเตอร์ต่างๆ เช่น เทอร์โมมิเตอร์ บารอมิเตอร์ สฟิกโมมาโนมิเตอร์และใช้ในงานวิจัยทั่วไป

    2. ด้านการแพทย์ ปรอทนำมาทำสารชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า อะมัลกัม สำหรับใช้อุดฟันและยาบางชนิด เช่น ยาถ่ายและยาขับปัสสาวะ

    3. ด้านสิ่งก่อสร้าง ใช้ผสมสีเพื่อทาบ้านป้องกันเชื้อรา ทาไม้กันปลวก มอดหรือแมลงกัด หรือใช้ผสมขี้ผึ้งสำหรับขัดเงาพื้นบ้าน ขัดเงาพื้นผิวเฟอร์นิเจอร์

    4. ด้านอุตสาหกรรม เช่น ผสมในน้ำยาฆ่าแมลงและเชื้อรา ใช้เคลือบหลอดไฟ ผสมครีมขัดรองเท้า เครื่องหนัง เครื่องเงิน ใช้เป็นสารเร่งปฏิกิริยาในการผลิตสารตั้งต้นผลิตพลาสติก ใช้ผลิตถ่านไฟฉาย ใช้ในการทำเหมืองทองคำ เป็นต้น

    ผลข้างเคียง-โทษ-อันตรายของสารปรอท

    พิษเฉียบพลัน มักเกิดจากอุบัติเหตุการกลืนกินปรอทหรือสูดดมไอแบบเข้มข้นเข้าไป พิษเฉียบพลันจะมีอาการเหงือกอักเสบ น้ำลายออกมาก มีแผลในปาก ปวดท้องอย่างรุนแรง คลื่นไส้ อาเจียน หอบ หายใจลำบาก เจ็บหน้าอก มีเลือดออกในอวัยวะ เนื้อเยื่อกระเพาะอาหารถูกทำลาย ถ่ายเป็นเลือด ไตถูกทำลาย มีอาการทางประสาท กล้ามเนื้อสั่น ชัก ช็อค หมดสติและอาจจะเสียชีวิตได้ในทันที ปริมาณปรอทที่ได้รับแล้วอาจทำให้เสียชีวิตคือ 0.02 กรัม

    พิษเรื้อรัง  เกิดจากการได้รับสารพิษสะสมเป็นเวลานาน จนเป็นพิษต่อตับไต ไต สมอง ผิวหนัง อาการคือ ขี้ลืม หงุดหงิดง่าย ประสาทหลอน มือสั่น ปวดศีรษะ ปวดตามปลายมือปลายเท้า เหงือกบวมมีเส้นสีน้ำเงิน ฟันโยก ซีด โลหิตจาง เลือดออกง่าย ตับและไตทำงานผิดปกติ

    วิธีการตรวจสอบสารปรอท

    สำหรับเครื่องสำอางต่างๆ หากใครสงสัยว่าครีมที่ตัวเองใช้นั้นมีสารปรอทเจือปนอยู่หรือไม่ มีวิธีง่ายๆ มาทดสอบ ดังนี้

    1. ผสมผงซักพอกกับน้ำเปล่าให้มีลักษณะเป็นครีมข้นๆ

    2. นำครีมที่ต้องการทดสอบมาป้ายเล็กน้อยบนกระดาษทิชชู่หรือสำลี

    3. เทผงซักพอกที่ผสมแล้วลงในครีมที่นำมาป้ายเอาไว้ ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที

    หากครีมนั้นเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาล แสดงว่ามีปรอทผสมอยู่ หากยังไม่มั่นใจ สามารถนำครีมมาทาใต้ท้องแขน นำพลาสเตอร์มาปิดบริเวณที่ทาครีมและนำพลาสเตอร์อีกมาปิดใกล้ (ไม่ได้ทาครีม) ปิดทิ้งไว้ 12-24 ชั่วโมง แล้วเปิดดู หากสีผิวต่างกันมาก ครีมนั้นมีปรอทผสมอยู่เช่นกัน

    ส่วนในอาหารทะเลนั้น ถ้านานๆ ทานครั้งหนึ่ง ไม่เป็นอันตรายเนื่องจากร่างกายสามารถขับสารปรอทออกได้ รวมไปถึงผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากอาหรทะเล เช่น น้ำมันปลา ทูน่ากระป๋อง ส่วนใหญ่มักได้มาตรฐานในการผลิตและมีปริมาณปรอทไม่เกินที่กำหนดไว้ หากทานในปริมาณปกติ สารปรอทที่ได้รับจะไม่มากจนเป็นอันตรายต่อร่างกาย

    สารปรอทนั้นจริงๆ แล้วปนเปื้อนในอาหารและข้าวของเครื่องใช้หลายอย่างในชีวิตประจำวัน แต่ว่าไม่ได้มากจนเกิดอันตรายแก่ร่างกาย ดังนั้นจึงไม่น่ากังวลมากนัก เว้นก็แต่ใครที่ชอบสั่งครีมหน้าขาวตามอินเตอร์เน็ตมาใช้ หรือชอบทานสัตว์ทะเลที่มีขนาดใหญ่อยู่เป็นประจำ ต้องระมัดระวังอย่างยิ่ง เพราะสองอย่างนี้มีความเสี่ยงที่จะมีสารปรอทปนเปื้อนอยู่ในปริมาณสูงมากค่ะ

    loading...