hit tracker 13 พฤติกรรม...สาเหตุลดน้ำหนักไม่ลง ไม่ได้ผล เชื่อสิ!! • สุขภาพดี

13 พฤติกรรม...สาเหตุลดน้ำหนักไม่ลง ไม่ได้ผล เชื่อสิ!!

อยากผอม แต่ลดน้ำหนักไม่ถูกต้อง

เคยมั้ยที่ค้นหาสูตรลดน้ำหนักเป็นสิบเป็นร้อยสูตร ทำตามมันทุกสูตรก็ไม่ผอมเสียที แถมบางครั้งยังน้ำหนักขึ้นแทนสะอย่างนั้น” ว่าแต่มันผิดพลาดที่ตรงไหนล่ะ ทำไมถึงลดไม่ได้ตามเป้าหมายสักที วันนี้มาลองเช็คกันดูดีกว่าว่าในขณะที่กำลังลดน้ำหนัก เรากำลังทำพฤติกรรมอะไรผิดๆ ที่ทำให้การลดน้ำหนักไม่ได้ผลอยู่หรือเปล่า?

13 สิ่งขืนทำ...ลดน้ำหนักให้ตาย ก็ไม่ได้ผล

1. กดดันตัวเอง การมีเป้าหมายที่แน่วแน่นับว่าเป็นเรื่องที่ดี แต่การกดดันตัวเองมากเกินไปอาจจะทำให้เครียดได้ ซึ่งเมื่อเราเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนคอร์ติซอลมากกว่าปกติ ฮอร์โมนตัวนี้ส่งผลโดยตรงต่อการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ นอกจากนี้บางคนเครียดแล้วตบะแตก กลับมากินหนักกว่าเดิมก็มีให้เห็นไม่น้อย

2. ชอบดื่มน้ำผลไม้ เพราะคิดว่ามันมีส่วนผสมจากธรรมชาติ น่าจะช่วยลดน้ำหนักได้ แต่หารู้ไม่ว่าน้ำผลไม้โดยเฉพาะแบบบรรจุกล่องนั้น มีน้ำตาลอยู่ในปริมาณที่สูงมาก ซึ่งมักเป็นน้ำตาลทรายหรือน้ำเชื่อมที่เติมเข้ามาภายหลังด้วย ทำให้ร่างกายมีโอกาสได้รับน้ำตาลมากเกินจำเป็น ดื่มบ่อยๆ แทนที่น้ำหนักจะลด กลับเพิ่มขึ้นแทน ดังนั้นหากใครอยากดื่มน้ำผลไม้ แนะนำให้หันมาทานผลไม้สดหรือทำน้ำผลไม้ดื่มเองจะดีกว่าค่ะ

3. งดแป้ง อย่ามองว่าสารอาหารในกลุ่มนี้เป็นเป็นตัวร้ายเลยค่ะ เพราะร่างกายคนเรายังต้องการพลังงานจากคาร์โบไฮเดรตอยู่ ซึ่งถ้าเรางดแป้งไปเลย จะทำให้รู้สึกหิวง่ายมากขึ้น อาจจะทำให้โหยในระหว่างวัน ซึ่งมีสิทธิ์ที่จะตบะแตกเอาง่ายๆ ทานในปริมาณที่เหมาะสม เดินทางสายกลางดีที่สุด

4. กินอาหารซ้ำเมนูเดิม ไม่ควรกินอาหารเมนูเดิมๆ ติดต่อกันนานเกินไป เพราะจะทำให้ระบบขับถ่ายทำงานไม่ปกติ แบคทีเรียชนิดดีในลำไส้เจริญเติบโตไม่ดี ระดับน้ำตาลในร่างกายเสียสมดุล จนทำให้รู้สึกหิวบ่อยมากขึ้นได้ ทั้งนี้การกินอาหารซ้ำยังทำให้มีโอกาสได้รับสารพิษสะสมได้ง่ายกว่าการกินอาหารที่หลากหลายด้วย

5. เอาแต่นับแคล การนับแคลอรี่จากสารอาหารที่ได้รับเมื่อต้องลดน้ำหนักเป้นสิ่งที่ควรกระทำค่ะ แต่ว่ามันไม่ใช่สิ่งที่จำเป็นมากที่สุด เพราะถึงแม้แคลอรี่จะครบถ้วน แต่สารอาหารอาหารอาจจะไม่ครบก็ได้ค่ะ ซึ่งการกินอาหารที่ถูกต้องควรเน้นสารอาหารที่หลากหลายเป็นหลัก ส่วนแคลอรี่นั้นไม่จำเป็นต้องนับให้เป๊ะทุกครั้ง คำนวณคร่าวๆ พอเป็นแนวทางก็พอ อีกอย่างการหากมัวแต่คำนวนแคลอรี่ทั้งวันอาจก่อให้เกิดอาการเครียดได้อีกด้วย

6. กินเร็วเกินไป ข้อนี้ดูเหมือนจะไม่เกี่ยวกัน แต่ที่จริงแล้วหากเรากินเร็วเกินไปอาจจะทำให้ร่างกายได้รับอาหารมากเกินความต้องการได้ เพราะสมองออกคำสั่งว่าอิ่มไม่ทันกับการกินของเรานั่นเอง ลองเปลี่ยนมาเคี้ยวแบบช้าๆ ดู เพราะนอกจากจะช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็วขึ้นแล้ว ยังช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดีขึ้นด้วย

7. อ่านฉลากไม่ดี เมื่อเห็นอาหารที่มีฉลากแปะว่า “ไขมัน 0%” ก็น่าจะเป็นอาหารที่เหมาะสมกับสาวๆ ที่กำลังไดเอท ก็รีบหยิบจับไปจ่ายเงินโดยไม่ได้ดูให้ดีเสียก่อนว่า มันอาจจะมีน้ำตาลอยู่ด้วยในปริมาณที่สูงมาก แน่นอนว่าพลังงานที่ได้จากไขมันอาจเป็นศูนย์ แต่พลังงานจากน้ำตาลที่สิ มหาศาล จึงอยากฝากทุกคนที่กำลังไดเอทเอาไว้ว่า ก่อนจะกินอะไร ต้องอ่านฉลากให้ถี่ถ้วน

8.  ออกกำลังกายไม่ถูกต้อง เช่น เวทเทรนนิ่งเพียงอย่างเดียว เป็นต้น เพราะการออกกำลังกายแบบนี้จะเน้นเสริมสร้างกล้ามเนื้อเป็นหลัก ถ้าเรายังมีไขมันที่หนาแน่นอยู่ พอร่างกายสร้างกล้ามเนื้อมากขึ้น จะทำให้ดูหนาตันหนักมากกว่าเดิม จึงต้องออกกำลังกายแบบคาร์ดิโอไปด้วยเพื่อเผาผลาญไขมันให้เร็วขึ้น จะช่วยให้ผอมไวขึ้นและเห็นกล้ามเนื้อได้ชัดเจน แต่จะออกแบบคาร์ดิโออย่างเดียวก็ไม่ได้นะ เพราะจะทำให้ผอมแต่ผิวหนังไม่เฟิร์มกระชับค่ะ ดังนั้นแนะนำให้ออกสองอย่างควบคู่กันไปเลย

9. ทานโปรตีนน้อยเกินไป โปรตีนเป็นสารอาหารที่สำคัญที่สุดในการสร้างกล้ามเนื้อ หากได้รับน้อยเกินไป จะทำให้รู้สึกอ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง อาจจะทำให้ผอมลงได้จริง แต่จะผอมแบบดูโทรม ไม่แข็งแรง ไม่กระฉับกระเฉง

10. งดไขมัน มีงานวิจัยหลายชิ้นเปิดเผยว่าไขมันดีมีส่วนช่วยในการลดน้ำหนักหากทานในปริมาณที่เหมาะสม แต่ก็ต้องออกกำลังกายควบคู่กันไปด้วย เนื่องจากไขมันดีนั้นจะมีส่วนช่วยกำจัดไขมันเลวและคอเลสเตอรอลออกจากร่างกาย จึงไม่ควรที่จะงดทานไขมัน เพียงแต่ต้องเลือกทาน เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันปลา น้ำมันมะพร้าว อะโวคาโด ธัญพืชชนิดต่างๆ เป็นต้น

อาหารที่มีไขมันดี

11. ดื่มน้ำไม่เพียงพอ การดื่มน้ำนั้นส่งผลต่อการลดน้ำหนักมากอย่างคาดไม่ถึง เพราะว่ามันจะไปกระตุ้นให้ระบบเผาผลาญทำงานดีขึ้น โดยมีงานวิจัยที่ประเทศเยอรมันช่วงปี 2003 พบว่าการดื่มน้ำจะไปเพิ่มประสิทธิภาพการทำงานให้ระบบเผาผลาญมากขึ้นถึง 30% อีกทั้งยังช่วยให้รู้สึกสดชื่น ระบบอื่นๆในร่างกายก็จะทำงานเป็นปกติ

12. ตามใจปากเป็นพักๆ การกินตามใจปากนี้หมายถึงไดเอทเป็นพักๆ จากนั้นก็คิดว่าออกกำลังกายแล้ว กินนิดหนึ่งคงไม่เป็นไรหรอก ซึ่งต่างจากการกินแบบชีสต์เดย์นะคะ เพราะว่าชีสต์เดย์มักจะมีเดือนละครั้งสองครั้ง และทานแค่พอประมาณเพื่อกระตุ้นให้ระบบเผาผลาญทำงานได้ดีขึ้น ต่างจากการกินตามใจปากเนื่องจากมักจะควบคุมชนิดและปริมาณการกินไม่ได้ ทำให้ขาดวินัยในการลดน้ำหนัก อีกทั้งยังทำให้ร่างกายสับสน ระบบเผาผลาญทำงานแปรปรวนได้ จึงลดน้ำหนักได้ยาก แถมน้ำหนักขึ้นง่ายมากขึ้นด้วย

ตามใจปาก พฤติกรรมทำให้อ้วน

13. ขอกินอีกวัน พรุ่งนี้จะลดแล้ว ข้อนี้ถือเป็นข้ออ้างที่คลาสสิคสุดๆ สำหรับผู้ที่คิดจะลดน้ำหนัก เชื่อว่าหลายคนต้องเคยพูดมาแล้วแน่ๆ และก็เป็นอีกเหตุผลหลักๆ ด้วยที่ทำให้การลดน้ำหนักไม่ประสบความสำเร็จเสียที ถ้าอยากผอมหุ่นดี ควรใจแข็งแล้วเริ่มต้นเสียแต่วันนี้ หากผัดไปเรื่อย ความสวยก็จะห่างไกลไปเรื่อยๆเช่นเดียวกันนะจ๊ะสาวๆ

สรุปได้ว่าสิ่งที่เป็นอุปสรรคในการลดน้ำหนักมากที่สุดก็คือพฤติกรรมและทัศนคติเราเองนี่ล่ะค่ะ ต่อให้พยายามลดยังไง แต่ถ้ายังมีพฤติกรรมที่ไม่ถูกต้องอยู่ ยังไงก็ลดไม่ได้ผล แถมเหนื่อยเปล่า และยังทำให้รู้สึกหมดกำลังใจอีกด้วย ดังนั้นจะลดน้ำหนักทั้งทีต้องรีบเปลี่ยนแปลงสิ่งผิดๆ เหล่านี้ก่อน แล้วขวนขวายหาข้อมูลที่ถูกต้อง จากนั้นลงมือทำ มีวินัยและความตั้งใจอยู่เสมอ รับรองว่าหุ่นที่สวยพร้อมสุขภาพที่ดีจะเป็นของเราในไม่ช้าแน่นอน

เรียบเรียงข้อมูลโดย เว็บ sukkaphap-d.com