free web tracker, fire_lady 25 เทคนิคลดน้ำหนักทำได้ง่ายๆ...แม้ขี้เกียจ ก็มีหุ่นสวยเป๊ะได้ไม่ยาก • สุขภาพดี

25 เทคนิคลดน้ำหนักทำได้ง่ายๆ...แม้ขี้เกียจ ก็มีหุ่นสวยเป๊ะได้ไม่ยาก

เคล็ดลับลดน้ำหนักง่ายๆ ด้วยตนเอง

“เคยไหมที่ดูรูปนางแบบวิคตอเรียซีเคร็ตแต่ละคนแล้วรู้สึกอิจฉา อยากมีรูปร่างที่สวยงามแบบนั้นบ้าง” แต่ติดอยู่อย่างเดียวคือ...ขี้เกียจ ทั้งออกกำลังกายและควบคุมอาหาร ซึ่งผู้เขียนก็ขี้เกียจเหมือนกันค่ะ แต่ด้วยความที่อยากหุ่นดีเหมือนคนอื่นเค้าก็เลยไปหาข้อมูลดีๆ เกี่ยวกับเทคนิคการลดน้ำหนักแบบง่ายๆ ที่คนขี้เกียจอย่างเราก็ทำได้ ฮั่นแน่ เริ่มสนใจกันแล้วใช่ไหมเอ่ยว่ามันมีเทคนิคใดบ้าง อยากรู้ก็ตามมาดูกันได้เล้ยยย

เคล็ดลับลดน้ำหนักแบบฉบับคนขี้เกียจ ก็มีหุ่นสวยเป๊ะได้

1. แปรงฟัน เริ่มกันที่ข้อแรกก็แปลกใจเสียแล้ว เเต่ทำแล้วได้ผลจริงนะ เพราะการแปรงฟันนั้นทำให้ลิ้นมันเฝื่อนขึ้น การรับรสแย่ลง ทำให้รู้สึกกินอะไรไม่รู้อร่อย ไม่ก็รู้สึกไม่อยากอาหารไปเลย ดังนั้นทันทีที่กินอาหารเสร็จเรียบร้อยก็รีบไปแปรงได้เลย จะได้ลดการกินจุบจิบระหว่างมื้อลง

2. หลีกเลี่ยงขนมหวาน ขนมหวานส่วนมากมักมีส่วนประกอบหลักคือแป้ง น้ำตาลและไขมัน ส่วนใหญ่ก็คืออาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตนั่นแหละ ถึงแม้คาร์โบไฮเดรตจะเป็นสารอาหารที่จำเป็นต่อร่างกาย แต่คนเรามักได้รับมากเกินไป มันจึงกลายเป็นพลังงานส่วนเกินที่ถูกดึงไปเก็บสะสมอยู่ในรูปไขมัน ดังนั้นหากอยากลดน้ำหนักแต่ไม่อยากออกกำลังกาย ก็ต้องตัดใจที่จะงดขนมหวานแทนนะคะ แล้วอย่าลืมลดปริมาณอาหารในกลุ่มคาร์โบไฮเดรตชนิดอื่นด้วยนะ

3. เปลี่ยนมาใช้จานขนาดเล็ก อันนี้เป็นเทคนิคทางจิตวิทยาอย่างหนึ่งที่จะช่วยหลอกความรู้สึกว่า “เรากินเยอะแล้วนะ อิ่มได้แล้ว” เพราะมันมีงานวิจัยเรื่องการลดขนาดจานที่ใช้กินอาหารลง ผลคือช่วยให้กินอาหารน้อยลงไปด้วย เพราะสมองจะจดจำขนาดจาน จานขนาดใหญ่ก็จะใส่อาหารไปได้มาก ถ้าจานเล็กลงก็ใส่อาหารได้น้อยลง ก็จะทำให้กินอาหารลดลงไปด้วย

วิธีลดน้ำหนักด้วยการลดขนาดภาชนะอาหาร

4. ปรับเปลี่ยนมาออกกำลังกายด้วยกิจวัตรประจำวันแทน โดยใช้ชีวิตให้แอคทีพมากขึ้น เช่น เดินไปทำงานหากที่พักอยู่ใกล้ออฟฟิศ เดินขึ้นลงบันได้แทนการใช้ลิฟต์ ยกของหรือลุกนั่งบ่อยๆ เป็นต้น อย่างน้อยถึงแม้จะไม่ได้ออกกำลังกายแบบจริงจัง แต่ก็ช่วยให้ร่างกายได้เคลื่อนไหวมากขึ้น ย่อมดีกว่านั่งเฉยๆ โดยไม่ทำอะไรเลยแน่นอน

5. เคี้ยวช้าๆ การเคี้ยวอาหารที่ช้ากว่าปกติ จะช่วยให้รู้สึกอิ่มเร็วมากขึ้น ผิดจากการเคี้ยวแล้วกลืนแบบเร็วๆที่ทำให้อิ่มช้า กว่าจะอิ่มก็ได้รับสารอาหารเกินไปเยอะแล้ว

6. นั่งสมาธิ เมื่อคนเรารู้สึกเครียด ร่างกายจะหลั่งฮอร์โมนเครียดออกมา เป็นผลทำให้รู้สึกอยากอาหารมากกว่าปกติ อยากหยิบโน่นหยิบนี่มากิน พอหายเครียดเรื่องชีวิตเลยต้องมาเครียดเรื่องน้ำหนักแทน ซึ่งการนั่งสมาธิเนี่ยมันช่วยบรรเทาความเครียด วิตกกังวล ทำให้จิตใจผ่อนคลายขึ้นได้ ถึงแม้มันไม่ได้ช่วยเรื่องลดน้ำหนักโดยตรง แต่มันช่วยลดอาการเครียดและลดอาการอยากกินจุบจิบเนื่องจากความเครียดได้

7. ออกกำลังกายในขณะดูโทรทัศน์ เปลี่ยนจากจกป๊อบคอร์นเข้าปากมาเป็นออกกำลังกายเมื่อดูโทรทัศน์ดีกว่า เพราะไหนๆ ก็ว่างเปิดโทรทัศน์แล้ว จะแอบออกกำลังกายสัก 10-20 นาทีจะเป็นไรไป การออกกำลังกายในลักษณะนี้นันไม่ทำให้รู้สึกกดดันตัวเองด้วย ช่วยให้เพลิดเพลินมากขึ้นและสามารถออกกำลังกายได้นานขึ้นโดยไม่รู้ตัวเลยล่ะ

8. งดเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ไหนใครเป็นสายแฮงค์เอ้าท์บ้าง ต้องบอกเลยว่าหากเดินทางเข้าชมลมคนลดน้ำหนักแล้วละก็ ก็ต้องทำใจแล้วงดดื่มแอลกอฮอล์กันแล้วล่ะ เพราะมันส่งผลกระทบต่อร่างกายมากมาย อย่างเบียร์ ดื่มมากก็ทำให้อ้วนลงพุงหรือ”บวมเบียร์” ได้ ทั้งนี้เวลาแฮงค์เอ้าท์มักจะเป็นเวลากลางคืน ก็ทำให้กลายเป็นว่าต้องนอนดึกตามไปด้วย เสียสุขภาพไปอีก

9. กาแฟดำช่วยลดน้ำหนักได้ เพราะคาเฟอีนเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ช่วยกระตุ้นให้ระบบเผาผลาญทำงานดีขึ้น แต่ต้องเป็นกาแฟดำเท่านั้นนะ ห้ามเติมน้ำตาล นมข้นหรือครีมเทียมใดๆ เพราะแบบนั้นดื่มมากก็อ้วนได้เหมือนกัน แต่ถ้าใครไม่ชอบดื่มกาแฟก็เปลี่ยนมาเป็นชาเชียวร้อนก็ได้นะคะ

เคล็ดลับลดน้ำหนักง่าย ด้วยการดื่มกาแฟดำลดน้ำหนัก

10. ลูกบอลออกกำลังกาย ไปซื้อมาสักลูกแล้วนำไปนั่งระหว่างดูโทรทัศน์ก็ได้ หรือใช้เปลี่ยนอิริยาบทในช่วงระหว่างการทำงานก็ดีไม่ใช่น้อย เพราะการนั่งลูกบอลออกกำลังกายนั้นช่วยให้ร่างกายเผาผลาญแคลอรี่ได้มากถึง 260 แคลอรีต่อวันเลย แล้วแบบนี้จะนั่งอยู่เฉยได้อย่างไร รีบไปซื้อลูกบอลกันเถอะค่ะ

วิธีลดน้ำหนักง่ายๆ ด้วยลูกบอลโยคะ

11. เคี้ยวหมากฝรั่งช่วยลดน้ำหนักได้ การเคี้ยวหมากฝรั่งช่วยลดความอยากอาหารลงได้ แต่ก็ต้องเลือกชนิดที่ไม่มีน้ำตาลกันด้วยนะคะ

12. อาหารรสเผ็ดลดน้ำหนักได้ โดยปกติคนลดน้ำหนักไม่ควรกินอาหารรสจัด เพราะมันไปกระตุ้นให้อยากอาหารเพิ่มอีก แต่ว่ารสเผ็ดมันมีประโยชน์คือ ความเผ็ดร้อนของมันช่วยกระตุ้นกระบวนการเผาผลาญได้มากขึ้นถึง 23% นับว่ามากพอตัว ทีนี้ก็อยู่ที่วิจารณญาณของแต่ละคนแล้วล่ะ ว่าควรจะกินเผ็ดดีไหม

13. ดื่มน้ำเยอะๆ ช่วยลดน้ำหนัก เน้นดื่มก่อนมื้ออาหารประมาณครึ่งชั่วโมง เมื่อถึงเวลาต้องกินจริงๆ จะช่วยให้ไม่รู้สึกหิวมากเกินไปจนกินไม่บันยะบันยัง ลดความอยากอาหารและทำให้อิ่มเร็วขึ้นด้วย แต่อย่าดื่มมากเกินในขณะกำลังกินอาหารนะ เพราะว่าน้ำจะไปเจือจางกรดในกะเพราะอาหาร ประสิทธิภาพการย่อยจะลดลง ทำให้ท้องอืดได้

14. อย่าปล่อยให้หิวมากเกินไป เพราะเมื่อถึงมื้ออาหาร สติในการการกินจะน้อยลงไป บางคนชอบซื้ออาหารตอนหิวจัด ก็จะเผลอตัวซื้อมาเยอะ ทีนี้ก็ไม่หมดจะทิ้งก็เสียดาย ก็พยายามกินให้หมด ทำบ่อยก็อ้วนนะสิ ทางที่ดีกินอาหารให้ตรงเวลาดีกว่า เพื่อรักษาระดับน้ำตาลในเลือดให้เหมาะสม ทำให้ไม่หิวเกินไปจนกินมากโดยไม่รู้ตัว

15. ดื่มน้ำเย็นช่วยลดน้ำหนัก เพราะน้ำเย็นนั้นเย็นกว่าอุณหภูมิของร่างกาย ร่างกายจึงต้องเผาผลาญพลังงานเพิ่มเพื่อรักษาอุณหภูมิให้อยู่ในภาวะสมดุล

16. อย่ากินมื้อดึกก่อนนอน เพราะเมื่อเข้านอนแล้ว ร่างกายก็เข้าสู่โหมดพักผ่อน ไม่ต้องการพลังงานมากเหมือนตอนตื่น ทีนี้พลังงานที่ได้รับก็เหลือ ปลายทางก็จะกลายเป็นไขมันสะสมอยู่ในร่างกายนั่นเอง อีกทั้งเมื่อนอนแล้วระบบย่อยจะทำงานน้อยลง หากกินก่อนนอนอาจทำให้ท้องอืดได้ ดังนั้นควรกินมื้อสุดท้ายของวันให้เร็วกว่าเวลาเข้านอนประมาณ 3-4 ชั่วโมง

17. พักผ่อนให้เพียงพอ การนอนมีผลต่อการลดน้ำหนักมากค่ะ เพราะคนนอนน้อยมีแนวโน้มกินเก่งและอ้วนง่ายกว่าคนปกติ เป็นผลมาจากฮอร์โมนคอร์ติซอลที่หลั่งเมื่อเราอดนอนนั่นเอง ดังนั้นพยายามนอนให้ได้อย่างน้อย 7 ชั่วโมงต่อวัน การลดน้ำหนักจะง่ายขึ้นมาก

18. เพิ่มเครื่องเทศลงไปในอาหาร เครื่องเทศบางชนิดมีคุณสมบัติช่วยสกัดกั้นไขมันได้ หากกินบ่อยๆ ก็จะช่วยลดปริมาณไขมันที่ร่างกายจะได้รับลง อีกทั้งเครื่องส่วนมากมักมีกลิ่นที่หอมและรสชาติเฉพาะตัวอยู่แล้ว พอใส่เครื่องเทศเราก็ไม่จำเป็นต้องปรุงรสอีก ช่วยลดปริมาณเครื่องปรุงที่จะใส่เข้าไปเพิ่มได้อีก อยากหุ่นสวยสุขภาพดีก็หาเครื่องเทศมาติดไว้กันหน่อยนะสาวๆ

19. ใช้เครื่องมือนับแคลอรี่ หรือจะนับเองก็ได้หากนับเป็น การนับแคลอรี่จำเป้นมากสำหรับผู้ที่อยากลดน้ำหนักแต่ไม่ว่างออกกำลังกาย เพราะอาหารมันเป็นวิธีเดียวที่จะลดน้ำหนักได้ จึงต้องถูกควบคุมอย่างเข้มงวด การใช้เครื่องนับแคลอรี่จะช่วยให้รู้ว่าในแต่ละวันคุณกินอะไรเข้าไปบ้างแล้ว ได้รับพลังงานไปแล้วเท่าไรบ้าง ป้องกันการกินอาหารจนเกินความต้องการในแต่ละวัน การนับแคลอรี่เป็นสิ่งที่ดีแต่ก็อย่าไปนับมากจนหมกมุ่นอยู่กับมันล่ะ

20. เคลียร์ของที่ทำให้อ้วนออกจากบ้านให้หมด ลองสำรวจดูว่ามีอาหารใดในบ้านบ้างที่กินแล้วทำให้อ้วนได้ง่าย ถ้ามีให้เอาออกจากบ้านไปเลย ไม่ต้องเสียดาย เพราะว่าถ้ายังรู้เห็นว่ามีอาหารเหล่านี้อยู่ในบ้าน สุดท้ายก็จะอดใจไม่ไหวไม่หยิบมากิน หากต้องการจะเก็บอาหารอะไรไว้ในบ้าน แนะนำเป็นพวกอาหารสดจำพวกผักผลไม้ดีกว่า มีประโยชน์ต่อสุขภาพ ช่วยลดน้ำหนักได้

21. เปิดเพลงเร็วเวลาไปซุปเปอร์มาร์เก็ต มีงานวิจัยที่ศึกษาเกี่ยวกับการฟังเพลงพบว่า กรรฟังเพลงเร็วๆในขณะช็อปปิ้งช่วยให้ไม่หยิบอาหารที่ไม่ต้องการลงในรถเข็นได้ เชื่อว่าหลายคนคงเคยสังเกตว่าตามซุปเปอร์มาร์เก็ตนั้นมักจะเปิดเพลงช้า เพราะมันน่าจะช่วยให้ลูกค้าเดินซื้อของนานขึ้น โดยงานวิจัยระบุว่าเพลงช้าทำให้ลูกค้าเดินนานขึ้น 39% รวมทั้งยังซื้อสินค้ามากขึ้นถึง 29% รู้อย่างนี้แล้ว เมื่อไปห้างทั้งทีควรจัดเพลงร็อคไปเลยค่ะ

22. ใช้ตะเกียบกินอาหาร ข้อนี้อาจจะไม่ค่อยเหมาะกับวัฒนธรรมการกินของเราเท่าไร แต่ถ้าทำได้ก็ดีต่อตัวเองเพราะว่าการใช้ตะเกียบกินข้าวนั้นจะไปลดความเร็วในการกินอาหารลงจึงช่วยให้อิ่มเร็วขึ้น ที่ประเทศญี่ปุ่นมีงานวิจัยเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยพบว่าลูกค้าที่มีน้ำหนักตามเกณฑ์จะใช้ตะเกียบกินอาหารมากกว่าคนที่มีน้ำหนักเกินถึง 3 เท่าตัว

23. ดูรายการตลก หรือจะอ่านหนังสือตลกก็ได้ เพราะมันจะช่วยให้หัวเราะ และการหัวเราะนี่แหละที่จะช่วยลดความอ้วนได้ แปลกใจใช่ไหมล่ะ? นั่นก็เพราะเมื่อหัวเราะจะมีการเกร็งหน้าท้องหรือที่เรียกว่า “หัวเราะจนท้องแข็ง” นั่นแหละ มันเหมือนการออกกำลำลังกายอย่างหนึ่ง เพราะมันไปจะกระตุ้นให้เกิดการเผาผลาญเพิ่มขึ้นถึง 10-20% เลยทีเดียว แคลอรี่จะถูกเผาไปถึง 40-170 แคลอรี่ต่อการหัวเราะเพียง 10-15 นาที ดังนั้นหัวเราะกันนานๆ ไปเลยค่ะ นอกจากช่วยให้ไม่อ้วนแล้วยังช่วยให้แก่ช้าลงด้วยน้า

24. กินของว่างที่มีประโยชน์ ถ้าไม่ได้แบ่งอาหารเป็นมื้อย่อย 4-5 มื้อก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า มันอาจจะหิวในระหว่างมื้ออาหารได้ ลองหาอาหารที่มีประโยชน์ต่อร่างกายมากินเป็นของว่าง เช่น ธัญพืชต้มสุก ผลไม้หวานน้อย นมจืด โยเกิร์ตรสธรรมชาติ เป็นต้น โดยกินในปริมาณที่เหมาะสม ช่วยให้ไม่หิวมากจนเกินไปจนกว่าจะถึงมื้ออาหารหลักได้

25. กางเกงยีนส์ช่วยเผาผลาญ บางคนอาจจะงงว่ามันช่วยอย่างไร จริงๆ แล้วมันไม่ได้ช่วยโดยตรงเพียงแต่กางเกงยีนส์นั้นทำให้รู้สึกคล่องเเคล่วทะมัดทะเเมงมากขึ้น จึงทำให้เดินได้จำนวนก้าวที่เยอะขึ้น โดยเดินได้มากกว่าผู้ที่ใส่ชุดสูทผูกไทด์ถึง 491 ก้าว ช่วยเผาผลาญแคลอรี่ได้มากถึง 25 แคลอรี่ หากใส่กางเกงยีนส์สัปดาห์ละ 1 วันติดต่อกันนาน 1 ปี จะช่วยให้แคลอรี่ถูกไปมากกว่า 6,250 แคลอรี่เลยค่ะ

อ่านจบกันแล้วเป็นอย่างไรกันบ้างเอ่ย จะเห็นได้ว่า25 เคล็ดลับวิธี เทคนิคการลดน้ำหนักที่นำมาฝากนั้นมันง่ายมาก เชื่อว่าคนที่ขี้เกียจสุดๆ ก็ยังทำได้ แค่ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมการใช้ชีวิตเล็กน้อยเท่านั้นเอง เป็นกำลังใจให้คนอยากผอมทุกคนลดน้ำหนักได้สำเร็จนะคะ สู้ๆ ค่า

เรียบเรียงข้อมูลโดย เว็บsukkaphap-d.com