counter

ผักผลไม้ช่วย ผิวขาวใส

ไม่ต้องพึ่งสารเคมี

ผิวขาวใส ด้วยผักผลไม้

กระแสความนิยมการมีผิวขาวใสได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวางในปัจจุบัน โดยเฉพาะจากการโฆษณาของผลิตภัณฑ์ทำให้ผิวขาวในสื่อต่าง ๆ ซึ่งไม่ได้เน้นแต่เฉพาะที่ใบหน้าและแขนขา แต่ได้สร้างกระแสไปถึงผิวบริเวณซอกแขน ข้อศอก หัวเข่าและจุดซ่อนเร้นอื่น ๆ ทำให้เกิดคำถามขึ้นว่าผลิตภัณฑ์เหล่านี้มีความจำเป็นหรือไม่ และมีประสิทธิภาพแค่ไหน

ผลิตภัณฑ์เพื่อผิวขาวใสจำเป็นหรือไม่

โดยทางวิชาการแล้วผลิตภัณฑ์เหล่านี้ไม่ได้มีความจำเป็นแต่อย่างใด เพราะโดยหลักการร่างกายของเราสามารถสร้างสีผิวขึ้นมา เสมือนเป็นการสร้างเกราะป้องกันอันตรายจากรังสีอัลตราไวโอเลตหรือรังสียูวีในแสงแดด ซึ่งสิ่งที่ทำให้ผิวของเรามีสีแตกต่างกันก็คือเม็ดสีที่ทางวิชาการเรียกว่า “เมลานิน” ตัวเมลานินจะทำหน้าที่ดูดกลืนรังสียูวีเอาไว้ ไม่ให้ผ่านมาทำอันตรายถึงผิวหนังชั้นในและอวัยวะภายใน การกระทำใด ๆ ที่พยายามกำจัดปริมาณเมลานินเพื่อให้ผิวขาวขึ้น ก็เท่ากับเป็นการลดเกราะคุ้มกันตามธรรมชาติที่เรามีอยู่

อย่างไรก็ตาม สำหรับคนที่อยากมีผิวขาวใสหรือดูมีสุขภาพดีตามสภาพผิวของตนเอง การกินผักผลไม้สามารถช่วยให้ผิวพรรณขาวขึ้นและดูดีได้แบบไม่ต้องพึ่งสารเคมี ทั้งนี้จากการวิจัยพบว่า สารต้านอนุมูลอิสระ ได้แก่ วิตามินเอ วิตามินซี และวิตามินอี ซึ่งมีอยู่ในผักผลไม้ สารทั้ง 3 ตัวนี้สามารถกำจัดและต้านอนุมูลอิสระได้

ผักผลไม้ใดช่วยให้ผิวขาวใส

มะเขือเทศ

ช่วยชะลอวัยให้อ่อนเยาว์และป้องกันความเสื่อมของเซลล์ เพราะในผลมะเขือเทศมีสารแคโรทีนอยด์ ที่ชื่อ ไลโคปีน (Lycopene) ซึ่งเป็นสารสีแดง และวิตามินอีกหลายชนิด อาทิ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 วิตามินเค และมีกรดมาลิก กรดซิตริก ซึ่งให้รสเปรี้ยว กรดกลูตามิก (Glutamic) เป็นกรดอะมิโนช่วยเพิ่มรสชาติให้อาหาร และยังประกอบด้วยแร่ธาตุอีกหลายชนิด เช่น แคลเซียม ฟอสฟอรัส เหล็ก ฯลฯ

มะนาว

มีวิตามินซีสูง ช่วยให้ผิวเนียนใส ในมะนาวมีน้ำมันหอมระเหยที่ให้กลิ่นสดชื่น เพราะมีส่วนประกอบของสารซิโตรเนลลัล (Citronellal) ซิโครเนลลิล อะซีเตต (Citronellyl Acetate) ไลโมนีน (Limonene) ไลนาลูล (Linalool) เทอร์พีนีออล (Terpeneol) เป็นต้น รวมทั้งมีกรดซิตริก (Citric Acid) กรดมาลิก (Malic Acid) และกรดแอสคอร์บิก (Ascorbic Acid) ซึ่งถือเป็นกรดผลไม้ (AHA : Alpha Hydroxy Acids) กลุ่มหนึ่ง เป็นที่ยอมรับว่าช่วยให้ผิวหน้าที่เสื่อมสภาพหลุดลอกออกไป พร้อม ๆ กับช่วยกระตุ้นการสร้างเซลล์ใหม่ ช่วยให้รอยด่างดำหรือรอยแผลเป็นจางลง

ส้ม

เสริมสร้างคอลลาเจนให้แก่ผิว ส้มเป็นผลไม้ตระกูล Citrus ที่ให้ทั้งรสเปรี้ยวและหวาน จึงอุดมไปด้วยสารอาหารต่าง ๆ มากมาย ที่เด่นที่สุดคือมีวิตามินซีสูง นอกจากนั้นยังมีแคลเซียม วิตามินเอ วิตามินบี โพแทสเซียม แคลเซียม ใยอาหาร ฟอสฟอรัส เหล็ก และยังมีคุณประโยชน์ด้านอื่น ๆ อีก อาทิ น้ำส้มช่วยเพิ่มความสดชื่น กระปรี้กระเปร่า ลดความเครียด ป้องกันโรคหลอดเลือดหัวใจตีบ ป้องกันเลือดออกตามไรฟัน ช่วยล้างพิษในร่างกาย ช่วยป้องกันการอักเสบ และเลือดจับตัวเป็นก้อน มีคอลลาเจน ช่วยซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ช่วยให้ผิวมีความยืดหยุ่น ไม่แห้งแตก

ฝรั่ง

มีวิตามินซีสูง เพิ่มภูมิคุ้มกันให้ร่างกาย นอกจากนั้นใบฝรั่งยังมีสารแทนนิน 8-15% เป็นประเภท Catechol และ Pyrogallol และน้ำมันหอมระเหย นอกจากนั้นยังมี Quercetin และ Quercetin-3arabinoside ช่วยลดการบีบตัวของลำไส้ ช่วยแก้อาการท้องเสีย หากเทียบวิตามินซึในน้ำส้มกับฝรั่ง พบว่าฝรั่งให้วิตามินซีสูงมากกว่าน้ำส้มถึง 3 เท่า ดังนั้นหากใครต้องการปริมาณวิตามินซีสูงๆ แนะนำให้ทานผลฝรั่ง หรือน้ำฝรั่ง แบบไม่ต้องเติมน้ำตาลนะคะ

แตงโม

ช่วยบำรุงผิวพรรณ ช่วยล้างไต และขับปัสสาวะ ในแตงโมมีสารสีแดงที่ชื่อว่าไลโคปีน (Lycopene) ช่วยในการต้านอนุมูลอิสระ ลดความเสี่ยงการเกิดโรคมะเร็งและโรคหัวใจ อีกทั้งในเนื้อแตงโมยังมีเบตาแคโรทีน ซึ่งเป็นสารที่ร่างกายนำมาใช้เพื่อเปลี่ยนเป็นวิตามินเอ มีผลต่อระบบภูมิคุ้มกัน ทั้งยังช่วยป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินอาหาร ระบบทางเดินหายใจ และระบบขับปัสสาวะ รวมถึงช่วยบำรุงผิวพรรณและเส้นผมให้แข็งแรง

มะละกอ

อุดมไปด้วยวิตามินเอ วิตามินบี 1 วิตามินบี 2 แคลเซียม และที่สำคัญคือสารเบต้าแคโรทีน เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบำรุงและทำให้ผิวพรรณดียิ่งขึ้น รวมทั้งช่วยชะลอความแก่และริ้วรอยก่อนวัยอันควร แถมยังช่วยบำรุงอวัยวะภายในร่างกาย แก้กระหายน้ำ บำรุงโลหิต บำรุงระบบประสาท บำรุงสายตา ช่วยให้ระบบขับถ่ายทำงานได้ดี แก้ท้องผูก และป้องกันมะเร็งลำไส้ใหญ่

หากใครอยากมีผิวขาวใส สวย สุขภาพดีอย่าลืมเลือกผลไม้เหล่านี้เป็นหนึ่งในมื้ออาหารของคุณ รับรองว่าการมีผิวสวยใส ไม่ใช่เรื่องยากอีกต่อไปค่ะ