counter

อย่าชะล่าใจทำพฤติกรรมให้ "สายตาเสีย" โดยไม่รู้ตัว

สายตาเสีย

จากพฤติกรรมที่เปลี่ยนไปของผู้คนสมัยนี้พบว่ามีปัญหาของสายตาสั้น สายตาเอียง เป็นโรคต้อกระจกกันมากขึ้น หรืออาจติดเชื้อซึ่งเสี่ยงจะตาบอดได้ อย่าลืมว่าดวงตาเป็นอวัยวะบอบบางและละเอียดอ่อน แถมมีคู่เดียวเสียด้วย หากใช้งานอย่างเดียวโดยไม่ดูแลถนอมให้ดี ปล่อยให้ตาพร่ามัว มีอาการแสบตา คันตา กล้ามเนื้อตาเกร็ง ปวดกระบอกตาไปเรื่อยๆ ในเวลาเพียงไม่นานสายตาของเราก็จะเสื่อมลงจนไม่สามารถใช้งานได้ดีดังเดิม ถึงเวลาแล้วที่เราควรลดและเลิกพฤติกรรมเสี่ยงทำให้สายตาเสียกันเถอะ

11 พฤติกรรมเสี่ยงทำให้ "สายตาเสีย"

1. ไม่สวมแว่นตากันแดด เวลาขับรถหรือเดินอยู่กลางแดดจ้า จะทำให้ดวงตาโดนรังสียูวีโดยตรงเป็นอันตรายต่อสายตาได้ แต่แว่นตากันแดดก็ต้องมีคุณภาพ สามารถกรองรังสียูวีจากแสงแดดได้ 100%

2. ใช้สายตาในที่มืด อ่านหนังสือ ดูโทรทัศน์ หรือเล่นโทรศัพท์มือถือโดยไม่เปิดไฟ เพราะกล้ามเนื้อรอบดวงตาและม่านตาต้องทำงานหนักเพื่อให้เห็นภาพชัดเจน มีความเสี่ยงจะสายตาสั้นหรือถึงขั้นเส้นประสาทตาถูกทำลาย

3. อ่านหนังสือขณะนั่งรถที่กำลังวิ่ง รวมถึงการใช้โชเซียลบนโทรศัพท์มือถือ ทำให้สายตาต้องเพ่งตลอดเวลาตามแรงสั่นสะเทือนของรถที่วิ่ง ถ้าใช้เป็นเวลานานอาจปวดหัว ปวดตา สายตาเสีย และตาเหล่ได้

4. นอนอ่านหนังสือ ยิ่งเป็นการอ่านจากโทรศัพท์มือถือยิ่งแล้วใหญ่ เพราะจะทำให้กล้ามเนื้อดวงตาต้องทำงานหนักในการปรับโฟกัสระยะห่างของตัวหนังสือที่ไม่คงที่ตลอดเวลา เสี่ยงสายตาเสียเป็นอย่างยิ่ง และยังทำให้ร่างกายอ่อนเพลียง่ายด้วย

5. อยู่ติดหน้าจอนานเกินไป ทั้งหน้าจอคอมพิวเตอร์หรือสมาร์ตโฟน รังสีจากหน้าจอจะเข้าไปทำลายดวงตาแล้วยังทำให้สายตาล้า ตาแห้ง ปวดหัว มองภาพไม่ชัด หากอาการหนักอาจทำให้สายตาสั้นหรือเป็นโรคจอประสาทตาเสื่อม

6. ไม่ถอดคอนแทกต์เลนส์นอน จะเพิ่มความเสี่ยงให้ดวงตาติดเชื้อได้ง่ายถึง 70% ถ้ามีอาการเรื้อรังนานไปอาจทำให้ตาบอด และการใส่คอนแทกต์เลนส์เป็นเวลานาน ดวงตาจะขาดออกซิเจนอาจทำให้เกิดแผลเป็นเยื่อบุตาอักเสบได้

7. การใช้สายตาทั้งคืน กลางวันใช้สายตาทำงานหนักมาทั้งวันแล้ว กลางคืนยังติดหนัง ซีรีส์ หรือคุยแชตกันเกือบทั้งคืน จึงทำให้ปวดตา ดวงตาอ่อนล้าได้ง่าย

8. แต่งหน้าโดยใช้เครื่องสำอางร่วมกัน โดยเฉพาะเมกอัพรอบดวงตาที่มีโอกาสจะติดเชื้อจากผู้อื่น และทำให้เกิดอาการตาอักเสบตามมา สาวๆ ที่ชอบแต่งหน้า เห็นทีต้องระวังสายตาเสียจากข้อนี้

9. ใช้มือสกปรกขยี้ดวงตา เป็นการนำพาเชื้อแบคทีเรียจากมือไปสู่ส่วนที่บอบบางที่สุดของร่างกายก็คือ ดวงตา จะทำให้ตาอักเสบ ตาแดง และถ้าขยี้รุนแรงอาจส่งผลให้กระจกตาฉีกขาดด้วย

10. ดวงตาได้รับบาดเจ็บ อาจเป็นอุบัติเหตุ อาทิ กวาดบ้าน ตัดหญ้า หรือหกล้มแล้วดวงตาได้รับการกระทบกระเทือน รวมไปถึงมีสารเคมีเข้าตา แต่ไม่ยอมไปตรวจกับจักษุแพทย์

11. การสูบบุหรี่ และถึงจะไม่ได้สูบแต่ได้รับควันบุหรี่จะทำให้เลือดไปเลี้ยงดวงตาได้ไม่ดี ขาดออกซิเจนและสารอาหาร ซึ่งเป็นสาเหตุหนึ่งของโรคต้อกระจกและโรคจอประสาทตาเสื่อม

เราเชื่อแน่ว่าแต่ละคนต้องมีพฤติกรรมเสี่ยงที่จะทำให้สายตาเสียไม่มากก็น้อย หากไม่อยากสูญเสียดวงตาไปก่อนเวลาอันควรละก็ ควรลดและเลิกพฤติกรรมเหล่านี้เสียตั้งแต่เดี๋ยวนี้

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวกับเรื่องน่ารู้...คู่สุขภาพดี