counter

เมล็ดองุ่น เพื่อเรียวขาเนียนใส

ไร้เส้นเลือดขอด

องุ่น เป็นไม้ยืนต้นชนิดเถาไม่เลื้อยจัดได้ว่าเป็นผลไม้ที่ได้รับความนิยมกันมาก นิยมรับประทานสด และนำมาแปรรูปไม่ว่าจะมาจากส่วนใดขององุ่นก็ตาม ล้วนมีคุณค่าสารอาหารมากมาย รวมทั้งยังถูกนำมาใช้ในอุตสาหกรรมเครื่องสำอางอีกด้วย ยิ่งไปกว่านี้ยังมีการศึกษาถึงองค์ประกอบและคุณสมบัติทางเคมีมากมายจากส่วนต่างๆ ขององุ่น จากการศึกษาทำให้รู้ว่าส่วนที่มีความสำคัญและน่าสนใจที่สุดคือ ส่วนของเมล็ดองุ่นนั่นเอง

สารสกัดจากเมล็ด…องุ่น

สาระสำคัญที่พบในเมล็ดองุ่นคือ โอพีซี หรือ โอลิโกเมอริก โปรแอนโธไซยานิดินส์ ( OPC; Oligomeric proanthocyanidins) อยู่ในกลุ่มไปโอฟลาโวนอยด์ (Bioflavonoid)

บทบาทของ OPC

  • มีฤทธิ์ในการต้านอนุมูลอิสระที่แรง เรียกกันว่า Superantioxidant โดยพบว่ามีประสิทธิภาพในการต้านอนุมูลอิสระที่แรงกว่า วิตามินซี 20 เท่าและแรงกว่าวิตามินอี 50 เท่า
  • ชะลอการเสื่อมของเซลล์ต่างๆ เข่น คอลลาเจน อีลาสติน ผนังหลอดเลือดต่างๆ
  • เพิ่มความยืดหยุ่นและความแข็งแรงของหลอดเลือดและชั้นผิวหนัง

สาเหตุการเกิดเส้นเลือดขอด

เกิดจากอนุมูลอิสระมาทำลายลิ้นเปิด-ปิดของหลอดเลือด และหลอดเลือดดำไม่แข็งแรง เนื่องจากชั้นคอลลาเจนที่ผนังหลอดเลือดเริ่มเสื่อมสภาพนั่นเอง จึงทำให้เกิดการคั่งของเลือดดำ

สารสกัดจากเมล็ดอลุ่นแก้ปัญหาเส้นเลือดขอดได้อย่างไร

ด้วยบทบาทการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระที่แรงของ OPC จึงป้องกันการเสื่อมสลายของคอลลาเจน บริเวณผนังหลอดเลือดและชั้นใต้ผิวหนังเพิ่มความแข็งแรงให้กับคอลลาเจน และยับยั้งเอ็นไซม์ที่ทำลายคอลลาเจนบริเวณหลอดเลือดได้แก่ เอ็นไซม์คอลลาจิเนส (collagenase)

ไฮยาลูโรนิเดส (Hyaluronidase) อีลาสเตส (Elastase) ซึ่งจะส่งผลให้ผนังหลอดเลือดแข็งแรง และเพิ่มความยืดหยุ่นของผนังหลอดเลือดซึ่งคุณสมบัตินี้ทำให้สารสกัดจากเมล็ดองุ่น มีคุณสมบัติในการป้องกันและแก้ไขปัญหาเส้นเลือดขอดระยะเริ่มต้น (Spider leg) ได้เป็นอย่างดีโดยแนะนำให้รับประทานวันละ 150 มิลลิกรัม และยังพบว่าในงานวิจัยมีการใช้ในปริมาณวันละ 150 มก. เป็นระยะเวลา 1 เดือน สามารถลดอาการปวดได้

เพื่อผิวพรรณที่สดใสด้วยสารสกัดจากเมล็ดองุ่น

นอกเหนือจากแก้ปัญหาเรื่องเส้นเลือดขอดด้วยฤทธิ์การเป็นสารต้านอนุมูลอิสระแล้วนั้น ยังมีคุณสมบัติปกป้องเซลล์ผิว ยับยั้งเอ็นไซม์ที่ทำลายคอลลาเจนใต้ผิว อันเป็นสาเหตุทำให้เกิดริ้วรอยก่อนวัย ทำให้หลอดเลือดฝอยแข็งแรง เส้นเลือดฝอยมีการไหลเวียนที่ดี สามารถนำสารอาหารไปเลี้ยงเซลล์ผิวได้ดี ช่วยเพิ่มความแข็งแรงและความยืดหยุ่นของคอลลาเจนและอีลาสติน จึงช่วยบำรุงผิวพรรณให้มีความยืดหยุ่นและดูกระจ่างใส มีน้ำมีนวล ดูมีเลือดฝาด นอกจากนี้ยังปกป้องผิวจากรังสียูวี ป้องกันริ้วรอย ฝ้า กระได้ โดยการได้รับปริมาณวันละ 50 มิลลิกรัม ช่วยต่อต้านอนุมูลอิสระ ปกป้องเซลล์ต่างๆ ของร่างกาย

ยิ่งกว่านั้นสารสกัดจากเมล็ดองุ่นยังมีบทบาทเกี่ยวกับหลอดเลือดต่างๆ ของร่างกาย เพิ่มความแข็งแรงของหลอดเลือดฝอย ป้องกันหลอดเลือดแตกเปราะ และยังเสริมประสิทธิภาพของการดูดซึมวิตามินซีได้ดียิ่งขึ้น

ปัจจุบันสารสกัดจากเมล็ดองุ่นเป็นที่นิยมใช้กันอย่างแพร่หลายทั้งในเครื่องสำอาง ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลากหลายรูปแบบ แต่รูปแบบที่มีการดูดซึมที่ดีคือ รูปแบบแคปซูลนิ่ม และการเลือกรับประทานให้ได้ตามขนาดที่แนะนำตามปัญหาสุขภาพแล้วนั้น ร่างกายจะได้รับสาระสำคัญได้อย่างมีประสิทธิภาพ

เคล็ดลับดูแลเรียวขาให้เนียนใส

  1. ออกกำลังกายอย่างเหมาะสมและเป็นประจำ เพื่อเพิ่มการหมุนเวียนของเลือด
  2. ควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ปกติ เพราะน้ำหนักตัวที่มากจะมีผลต่อการหมุนเวียนเลือด
  3. หลีกเลี่ยงการยืนหรือนั่งนานๆ โดยเฉพาะการนั่งท่าไขว้ขา เนื่องจากท่านั่งไขว้ขามีผลต่อการไหลเวียนเลือดช้าลง
  4. ควรมีการเดินเร็วสลับการยืนบ้าง เพราะการเดินช่วยให้กล้ามเนื้อขาหดตัว บีบเลือดดำกลับขึ้นสู่หัวใจได้
  5. การนอนยกเท้าสูงเหนือระดับหัวใจครั้งละ 15 นาทีช่วยให้เลือดในเส้นเลือดดำไหลกลับสู่ร่างกายส่วนบนได้ดีขึ้น
  6. ฝึกกล้ามเนื้อขาและน่อง เพื่อเป็นการผ่อนคลายกล้ามเนื้อและช่วยในการหมุนเวียนเลือด
  • ในขณะนั่งทำงานควรกระดกข้อเท้าขึ้นและลงติดต่อกันหลายๆ ครั้งให้กล้ามเนื้อน่องเกร็งและคลายตัวสลับกัน
  • การงอและเหยียดกล้ามเนื้อส่วนขา เช่น นอนหงายงอเข่าจรดอก นอนตะแคงงอเข่าพร้อมกับดึงส้นเท้าชิดสะโพก นั่งเหยียดขาตรงแล้วกระดกข้อเท้าขึ้นพร้อมก้มตัว แตะปลายเท้า เป็นต้น
  • ยืนตัวตรง เขย่งเท้าขึ้นช้าๆ ลงช้าๆ ทำ 3 ชุดๆ ละ 10 ครั้ง
  • นอกจากนั้นควรใช้บันไดแทนการขึ้นลิฟต์ และเดินเร็ววันละ 30 นาทีเพื่อให้กล้ามเนื้อขาแข็งแรง
Click here to add a comment

Leave a comment: