hit tracker “ตาล” สรรพคุณ-ประโยชน์ของต้นตาล ต้นไม้อยู่คู่คนไทย • สุขภาพดี

ตาล” สรรพคุณ-ประโยชน์ของต้นตาล ต้นไม้อยู่คู่คนไทย

ตาล-ต้นตาล สรรพคุณ  ประโยชน์

"ต้นตาล" (Palmyra palm) จัดเป็นอีกหนึ่งพันธุ์พืชที่อยู่คู่กับคนไทยมาอย่างช้านาน จะเห็นได้ว่ามีหลักฐานต่างๆมากมายบ่งบอกว่า ตาลได้ถูกนำมาปลูกในไทยเมื่อนมนานมาแล้ว ตามตำราและตำนานต่างๆมักมีต้นตาลมาเกี่ยวข้องด้วยเสมอ อาจจะเนื่องด้วยว่าต้นตาลนั้นให้คุณประโยชน์หลายอย่าง โดยส่วนประกอบเกือบทั้งหมด ไม่ว่าจะต้น ใบ ดอก ผล รากหรือเมล็ดนั้นสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้ทั้งหมด

ที่มา-ต้นกำเนิดของต้นตาล

ต้นตาล ต้นไม้ที่ยืนตระหง่านสูงตามทุ่งนา จัดเป็นพืชในตระกูลเดียวกันกับมะพร้าวและปาล์ม มีชื่อเรียกท้องถิ่นหลายชื่อเช่น ปลีตาล(เชียงใหม่), ตาลโตนด (ภาคกลาง), ลูกโนด (ภาคใต้) เป็นต้น ต้นตาลพบได้ทั่วทุกภูมิภาคในประเทศไทย แต่จะพบมากที่ภาคใต้ จังหวัดสงขลา และภาคตะวันตก จังหวัดเพชรบุรี

ประวัติของต้นตาล มีการสันนิษฐานว่ามีถิ่นกำเนิดที่ทวีปแอฟริกา จากนั้นกระจายพันธุ์มาที่อินเดียและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สำหรับประเทศไทย ต้นตาลน่าจะเริ่มถูกนำมาเข้ามาปลูกนานแล้วเพราะมีการพบศิลาจารึกของพ่อขุนรามคำแหงว่ามีการปลูกตาลไว้กลางเมือง

สายพันธุ์ของต้นตาล

1. ตาลบ้าน เป็นตาลสายพันธุ์ที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย ในลูกตาล 1 ผลจะมีจาวตาลประมาณ 3-4 จาว นิยมนำผลและจาวตาลมาประกอบอาหาร ตาลพันธุ์นี้ยังมีสายพันธุ์ย่อยๆ อีกคือ ตาลหม้อ ตาลไข่และตาลจาก

2. ตาลป่า ตาลพันธุ์จะมีผลขนาดเล็ก มีจาวตาลแค่ 1-2 จาว ผลและลำต้นสีเขียว ก้านใบยาว ไม่ค่อยเป็นที่รู้จักมากนัก

ลักษณะทางพฤกษศาสตร์ของตาล

ราก ตรงโคนต้นมีรากอยู่เป็นกลุ่มๆ โดยรากจะแทงลึกลงไปในดินและไม่แผ่ออกข้าง ทำให้ยึดพื้นผิวได้ดี ไม่ล้มง่าย รวมทั้งไม่สามารถโยกย้ายต้นได้เนื่องจากรากจะขาด ต้นตาลจะตาย การขยายพันธ์สามารถขยายพันธุ์ได้ด้วยการเพาะเมล็ด เจริญเติบโตได้ดีในดินร่วนและน้ำปานกลาง

ลำต้น เป็นพืชที่แยกแยกเพศผู้และเพศเมียอยู่คนละต้น มีลำต้นที่สูงใหญ่แข็งแรง อาจจะสูงได้มากถึง 25-40 เมตร เนื้อไม้มีลักษณะเป็นเสี้ยนและแข็งแรงมาก ส่วนแกนกลางไม้จะค่อนข้างอ่อน ผิวลำต้นขรุขระมาก สีน้ำตาลดำ โคนต้นอวบ กลางลำต้นไปจนถึงยอดจะกว้างๆเท่ากัน เป็นพืชอายุยืนโดยมีอายุได้ถึง 80-100 ปี จะให้ผลเมื่ออายุประมาณ 10 ปีขึ้นไป ต้นตาลสามารถปลูกได้โดยไม่ส่งผลกระทบต่อพืชอื่นๆที่อยู่โดยรอบ

ใบ เป็นใบเดี่ยว มีลักษณะแผ่กลมคล้ายใบพัด ก้านใบแข็ง สีเหลือง ยาวประมาณ 1-2 เมตร ขอบก้านใบมีหนามแข็งแหลมและคมอยู่เป็นระยะๆ แผ่นใบแข็งและหนา สีเขียว ปลายใบหยักลึก

ลักษณะของต้นตาล

ดอกตาล ดอกเป็นช่อ ในหนึ่งช่อประกอบไปด้วยดอกย่อยประมาณ 8-16 ดอก ออกดอกบริเวณกาบใบ เป็นดอกแบบแยกเพศ กลีบดอกมีสีขาวอมเหลือง ช่อดอกจะกลม เรียวยาวคล้ายกับนิ้วมือ โดยช่อดอกตัวผู้จะเรียกว่างวงตาล จะยาวประมาณ 40 เซนติเมตร ที่โคนช่อจะมีช่อรวมและกาบแข็งๆหุ้มอยู่ ส่วนดอกตัวเมียจะเรียกว่าปลีตาล ช่อดอกจะคล้ายกับตัวผู้เพียงแต่ช่อดอกมีปุ่มๆ ซึ่งก็คือดอกย่อยที่จะมีกาบแข็งหุ้มอยู่ในแต่ละดอก โดยกาบนี้จะเจริญไปเป็นจุกลูกตาลในภายหลัก

ผล อยู่ติดกันเป็นกระจุกหรือเรียกว่า “ทะลายตาล” ผลมีลักษณะเป็นทรงกลม ผลอ่อนสีเขียว ผลแก่มีสีน้ำตาลหรือม่วงเข้ม เมื่อสุกจะมีสีดำ เปลือกผลแข็งเป็นมัน ถัดจากเปลือกเป็นเนื้อ มีลักษณะเป็นใยสีขาวไปจนถึงเหลืองขึ้นอยู่กับอายุผล โดยผลตาลจะออกมาจากดอกตัวเมียเท่านั้น อายุผลที่คนนิยมรับประทานคือผลอ่อน จาวตาลจะยังอ่อนนุ่ม หวาน ด้านในเมล็ดยังมีน้ำอยู่ ผลแก่จาวตาลจะแข็งแต่ก็สามารถนำมาทำจาวตาลเชื่อมได้ ส่วนผลแก่จะนิยมนำไปทำขนมตาลหรือใช่แต่งสีขนมชนิดอื่นๆ

เมล็ด ตาล 1 ผลจะมีเมล็ดอยู่ 1-4 เมล็ด ซึ่งเมล็ดก็คือจาวตาลนั่นเอง โดยแต่ละเมล็ดจะถูกหุ้มเอาไว้ด้วยเนื้อและใยสีเหลือง เมล็ดรับประทานได้ นำมาแปรรูปเป็นอาหารได้หลากหลาย

สรรพคุณของตาล-ต้นตาล

1. ตาลมีสรรพคุณช่วยทำให้สดชื่น ราก งวงหรือช่อตาล นำมาต้มกับน้ำดื่ม ช่วยบำรุงกำลัง ให้ให้จิตใจสดชื่นแจ่มใส

2. ตาลช่วยลดไข้ รากส่วนที่อยู่เหนือดินนำมาต้ม จะมีรสหวานเย็นอมฝาดเล็กน้อย ช่วยบรรเทาพิษไข้ แก้ร้อนใน กระหายน้ำ

3. ตาลช่วยลดกรดในกระเพราะอาหาร เปลือกตาลหรือกะลาตาลนำมาทำเป็นยาลดกรด บรรเทาอาการท้องอืดท้องเฟ้อ

4. จาวตาลช่วยบำรุงกระดูกและฟันให้แข็งแรง เนื่องจากอุดมไปด้วยฟอสฟอรัส

5. สรรพคุณของตาลแก้ปากเปื่อยได้ โดยการนำกาบหรือก้านใบไปอังไฟแล้วบีบเอาแต่น้ำมาอม รวมทั้งรับประทานเป็นยาบรรเทาอาการท้องเสียได้

ประโยชน์ของตาล

ประโยชน์ของตาล-ต้นตาล

1. ต้นตาล นำมาใช้ในการก่อสร้างและแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ ลำต้นของต้นตาลมีเนื้อไม้ที่เหนียวและแข็งแรงมาก โดยเฉพาะต้นตาลแก่ มีคุณสมบัติในการทนแดดทนฝนได้ดี จึงสามารถนำมาใช้สร้างบ้านได้ นำมาทำเป็นเสาบ้าน พื้นบ้าน ฝาผนัง เป็นต้น รวมทั้งนำมาแปรรูปเป็นเฟอร์นิเจอร์ ของใช้ต่างๆ ภายในบ้าน เช่น โต๊ะ เก้าอี้ หรือจะนำมาทำเรือก็ได้เช่นกัน

2. ใบตาล ใบตาลเหนียวและหนาจึงถูกนำมาใช้ในงานฝีมือ งานจักสานต่างๆ เช่น หมวก ตะกร้า ตะกร้อ กระเป๋าหรือสัตว์ต่างเป็นโมบายสำหรับเด็ก ในสมัยโบราณ กระดาษเป็นของหายาก ดังนั้นจึงพบว่ามีการจารึกตัวอักษรลงในใบตาลแทนการใช้กระดาษด้วย

3. หน้าตาล หน้าตาลหรือผิวส่วนภายนอกด้านบนก้านใบ ลอกออกมาแล้วนำมาฟั่นเป็นเชือกได้ อาจจะเหนียวไม่เท่าปอแบบอื่น แต่ทนต่อแดดฝนได้ดี

4. ลูกตาล นำมารับประทานรวมทั้งแปรรูปเป็นขนมได้หลายชนิด เช่น ลูกตาลอ่อนนำมาต้มจิ้มน้ำพริก แกงเลียง ต้มกะทิ เป็นต้น ลูกตาลสุกจะมีกลิ่นหอม สีเหลืองสด นำมาทำขนมตาลหรือนำไปคั้นน้ำเอาไปแต่งสีขนมอื่นๆได้

5. เม็ดตาลหรือจาวตาล จาวตาลอ่อนนิยมนำมารับประทานเป็นผลไม้ มีลักษณะอ่อนนุ่ม กลิ่นหอม รสหวาน หรือนำมาทำขนมอย่างจาวตาลลอยแก้วก็ได้ ส่วนจาวตาลแก่จะแข็งนิยมนำมาเชื่อม

6. งวงตาล ในช่อดอกมีน้ำหวาน โดยน้ำหวานจะได้มาจากการปาดตาล นำมาทำน้ำตาลสด น้ำตาลโตนด น้ำตาลแว่น รวมทั้งน้ำตาลเมาได้ น้ำหวานจากงวงตาลจะมีกลิ่นหอม เครื่องดื่มและน้ำตาลจากช่อดอกตาลจะมีรสอร่อย หอมเย็นชื่นใจ

สมกับเป็นต้นไม้ที่อยู่คู่กับคนไทยมานานจริงๆ อย่างต้นตาล ด้วยสรรพคุณและประโยชน์สุดว้าวขนาดนี้ อ่านบทความนี้แล้ว อย่าลืมหาจาวตาลอร่อยๆ มาทานให้ดับกระหาย คลายร้อนกันนะค่ะ

loading...