hit tracker "ลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน" ผอมเพรียวทันใจ ไม่อันตรายจริงหรือ? • สุขภาพดี

"ลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน" ผอมเพรียวทันใจ ไม่อันตรายจริงหรือ?

วิธีลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน

“อีก 2-3 วันมีงานด่วน ต้องใส่ชุดสวยไปงาน แต่ตอนนี้ชุดมันเล็กจนจะยัดไม่เข้าแล้ว ทำยังไงดี” จากที่ยังมีความสุขอยู่กับการกิน ก็ต้องมาเข้ากูเกิลเสิรชรัวๆ เพื่อหาสูตรลดน้ำหนักแบบเร่งด่วนสุดๆ เพราะกลัวจะใส่ชุดตัวเก่งไม่ได้ ว่าแต่จริงๆ แล้วการลดน้ำหนักในเวลาอันน้อยนิดแบบนี้มีจริงไหม ทำตามแล้วผอมสวยหุ่นดีจริงหรือมั่วกันแน่? มาไขคำตอบไปพร้อมๆ กันเลย

การลดน้ำหนักแบบเร่งด่วนทำได้จริงไหม?

การลดน้ำหนักสำหรับผู้ที่น้ำหนักเกินนั้น เป็นวิธีการที่ให้ได้มาเพื่อที่จะมีรูปร่างที่สวยงาม สมบูรณ์แบบ ซึ่งก็รู้ๆ กันอยู่ว่าต้องใช้เวลาและวินัยมากแค่ไหนกว่าจะได้มา ดังนั้นพอมาเจอพวกสูตรการลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน ลดได้เยอะๆ ภายในเวลาไม่นาน คนก็จะยิ่งสนใจกันกันมาก ยิ่งใช้เวลาน้อยเท่าไรก็ยิ่งดี โดยจะเห็นได้จากโซเชียลมีเดียต่างๆ มีการแชร์สูตรลดน้ำหนักแบบเร่งด่วนหลากหลายสูตร เช่น ลด 5 กิโลกรัมใน 3-7 วันหรือ 1 เดือนลดได้มากกว่า 10 กิโลกรัม เป็นต้น เชื่อว่าหลายคนที่กำลังสนใจก็คงจะสงสัยว่ามันทำได้จริงหรือ ทำแล้วจะส่งผลกระทบต่อร่างกายอย่างไรบ้าง วันนี้เราได้รวบรวมข้อมูลมาฝากกันค่ะ

วันนี้จะยกตัวอย่างสูตรลดน้ำหนักเร่งด่วนที่พบเห็นได้บ่อยที่สุดคือ ลด 5 กิโลกรัมใน 3 วัน เป็นสูตรที่คิดขึ้นโดยคุณกชพรรณ อนันต์ชล ซึ่งเป็นคุณแม่ลูกสามที่เคลมมาว่า ทดลองแล้วและได้ผลจริง สูตรนี้มีรายละเอียดอย่างไรบ้าง มาดูกันค่ะ

มื้อเช้า : ดื่มน้ำส้ม ชาหรือกาแฟ 1 แก้วโดยไม่ใสน้ำตาล อาหารหลักเป็นขนมปังปิ้งแห้งไม่ทาอะไร 1 แผ่น ไข่ต้ม 1 ฟอง ยำผักล้วนหรือส้มตำผักล้วน 1 จาน ผลไม้หวานน้อย 1 อย่าง

มื้อกลางวัน :  น้ำส้มหรือชาไม่ใส่น้ำตาล เกาเหลาผักล้วนน้ำใสไม่เติมเครื่องปรุง ไข่ต้ม 1 ฟอง ขนมปังปิ้งเปล่าๆ 1 แผ่น ปลาย่างหรือนึ่ง ผักต้มจิ้มน้ำพริก ยำผักล้วนหรือส้มตำผักล้วน

มื้อเย็น : น้ำส้มไม่ใส่น้ำตาล เนื้อสัตว์ไม่ติดมันนึ่งหรือย่าง ผักต้มจิ้มน้ำพริก ส้มตำหรือยำผักล้วน

โดยเมนูเหล่านี้จะทานสลับกันไปครบทั้ง 3 วัน โดยมีบางมื้ออาจจะเปลี่ยนจากน้ำส้มเป็นนมจืด 1 แก้ว หรือเปลี่ยนจากผลไม้เป็นโยเกิร์ต เป็นต้น

ทานตามสูตร...ผอมจริงหรือ?

คงจะสังเกตได้ว่าอาหารหลักๆ ที่ต้องทานตามสูตรนั้นเน้นผัก ไข่ ขนมปัง เครื่องดื่มอื่นๆ อีกเล็กน้อยแบบไม่ใส่น้ำตาล มองรวมๆ ก็ดูเหมือนจะดี เพราะที่จริงแล้วอาหารเหล่านี้ก็ดีต่อสุขภาพจริงๆ อีกทั้งใช้วิธีการปรุงที่เน้นปิ้งย่างเป็นหลัก ไม่ใช้น้ำมัน เครื่องดื่มก็ไม่เติมน้ำตาล ก็น่าจะเป็นแนวทางที่ถูกต้อง แต่มันถูกต้องทั้งหมดแน่เหรอ?

จริงๆ การทานอาหารตามสูตรข้างบนนั้นช่วยให้ผอมจริงค่ะ เพราะจากคำนวนแคลอรี่ที่จะได้รับต่อวันนั้นน้อยมาก แค่ประมาณ 900 กว่าแคลอรี่ต่อวัน น้อยกว่าพลังงานที่ร่างกายควรจะได้รับต่อวันไปมากโข เพราะถึงแม้จะต้องการลดน้ำหนัก แต่ก็ควรได้รับพลังงานไม่น้อยกว่า 1,200 กิโลแคลอรี่ต่อวันสำหรับผู้หญิง และไม่น้อยกว่า 1,600 กิโลแคลอรี่สำหรับผู้ชาย ผลของการทานน้อยขนาดนี้คือทำให้น้ำหนักลงอย่างรวดเร็วนั่นเอง

ผอมแล้ว...ดีจริงหรือไม่?

รู้ไหมว่าการลดน้ำหนักอย่างรวดเร็วเกินไปก่อให้เกิดผลเสียต่อร่างกายมากมาย สำหรับผลเสียของการลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน ภายนอกจะเห็นได้อย่างชัดเจนว่าดูโทรม ผิวพรรณไม่สดใสถึงผอมแต่ก็ดูเหมือนป่วยและขี้โรค ต่อมาคือผิวหนังจะย้วยยาน โดยเฉพาะตรงช่วงหน้าท้อง ซึ่งแก้ได้ยากมาก นอกเสียจากว่าจะผ่าตัดทำศัลยกรรมหรือกลับไปกินเยอะๆ ให้กลับมาอ้วนใหม่ จากนั้นค่อยลดน้ำหนักอีกรอบแบบช้าๆ ผิวหนังจึงจะหายย้วย ส่วนระบบภายในก็จะแย่ไม่แพ้กันหากทานน้อยเกินไป เพราะระบบเผาผลาญจะลดการทำงานลง เป็นการปรับตัวให้อยู่รอดในสภาวะที่มีสารอาหารน้อยๆ และเมื่อกลับไปทานอาหารในปริมาณเท่าเดิม น้ำหนักจะพุ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว และส่วนใหญ่ก็จะเป็นไขมันอีกด้วย เพราะร่างกายเข้าใจว่าเราทานอาหารน้อยมานาน เมื่อเรากลับมากินในปริมาณปกติ ร่างกายจะรีบนำไปเก็บๆ สะสมเอาไว้นั่นเอง ภาวะนี้เรียกกันง่ายๆ ว่า “โยโย่เอฟเฟค” ระบบเผาผลาญจะพังไป การลดความอ้วนจะกลายเป็นเรื่องยากมากขึ้น จนกว่าจะฟื้นฟูระบบเผาผลาญให้กลับมาทำงานได้ดีเหมือนเดิมค่ะ

วิธีลดน้ำหนักแบบถูกต้อง...ปลอดภัย ได้ผล ทำอย่างไร?

การลดน้ำหนักให้ได้เยอะๆ ในเวลาที่สั้นมากนั้นส่งผลเสียต่อร่างกายมากทั้งในระยะสั้นและระยะยาว เรียกว่าได้ไม่คุ้มเสียแน่นอน ดังนั้นหากอยากมีรูปร่างที่สวยงามก็ต้องมาศึกษากันหน่อยแล้วว่า วิธีลดน้ำหนักที่ถูกต้อง ควรทำอะไรบ้าง

1. กินข้าวเช้า นับเป็นมื้อที่สำคัญต่อร่างกายมากที่ค่ะ เพราะในช่วงเวลากลางคืน เรานอนหลับพักผ่อน ร่างกายจึงขาดอาหารนานหลายชั่วโมง หากไม่ยอมกินมื้อเช้า ระดับน้ำตาลในเลือดอาจจะต่ำจนหน้ามืดตาลายได้ ร่างการจะไม่มีพลังงานไปทำกิจกรรมต่างๆ รู้สึกอ่อนเพลีย ง่วงนอน และอาจทำให้หิวมากกว่าปกติในมื้อบ่ายหรือเย็นจนกินอาหารมื้อใหญ่เกินกว่าที่จะเป็น อีกทั้งยังทำให้รู้สึกโหยระหว่างวันจนต้องหาอะไรมากินจุบจิบอยู่ตลอดเวลา สรุปง่ายๆ ว่าการอดมื้อเช้าส่งผลทางอ้อมให้อ้วนได้ง่ายขึ้นนั่นเองค่ะ

2. กินให้ถูกหลัก food plate model คือการทานอาหารในสัดส่วน 2:1:1 โดยแบ่งมื้ออาหารเป็น 4 ส่วนคือผักครึ่งจาน ทานแบบสุกหรือแบบดิบก็ได้ หากปรุงต้องพยายามหลีกเลี่ยงการปรุงรสและน้ำมัน อีกส่วนเป็นคาร์โบไฮเดรตและส่วนสุดท้ายเป็นเนื้อสัตว์ไม่ติดมัน สำหรับคาร์โบไฮเดรตจะเป็นข้าว ธัญพืชหรือขนมปังก็ได้ นอกจากนี้อาจจะทานผลไม้อีก 2-3 อย่างในปริมาณ 1 ถ้วยเล็ก ดื่มนมจืดไขมันต่ำ 1 แก้วต่อวัน และอย่าลืมดื่มน้ำให้ได้อย่างน้อย 6-8 แก้วนะคะ (อ่านเพิ่มเติม food plate model)

สูตรลดความอ้วน plate model

3. ลดหวาน ข้อนี้อาจเป็นเรื่องยากไปนิดเพราะคนส่วนใหญ่ก็ชอบของหวานกันทั้งนั้น แต่หากเรารับน้ำตาลเข้าไปมาก ร่างกายจะดึงพลังงานจากน้ำตาลมาใช้ก่อน ทำให้ลดการใช้พลังงานจากส่วนอื่นลง สารอาหารที่เหลือที่ถูกเปลี่ยนไปเป็นไขมันสะสมในร่างกายมากขึ้น ยิ่งกินยิ่งอ้วนค่ะ ดังนั้นลองแข็งใจสักนิด หากอดไม่ได้จริงๆ ลองเปลี่ยนไปใช้น้ำตาลจากหญ้าหวานแทนก็พอทดแทนได้ค่ะ

4. ลดปรุง โดยเฉพาะรสเค็ม เพราะโซเดียมทานมากแล้วจะทำให้บวมน้ำและอยากอาหารหวานๆ มากขึ้น การทานอาหารที่มีรสอ่อนหรือรสธรรมชาตินั้นดีต่อร่างกายที่สุดค่ะ แต่เข้าใจว่าหากจะหักดิบมากินแบบคลีนเลยมันก็ยากและอาจทำให้ตบะแตกกลับไปกินแบบเดิมได้ ดังนั้นแนะนำให้ค่อยๆ ลดการปรุงลงทีละนิด เพื่อไม่ให้เรารู้สึกว่ารสชาติมันเปลี่ยนไปจนกินยาก เมื่อเริ่มชินก็ลดการปรุงไปอีกเรื่อยๆ สุดท้ายแล้วถึงแม้ว่าอาหารจะรสอ่อนมาก แต่ก็จะรู้สึกอร่อยได้เช่นกันค่ะ

5. ลดมัน ลดทอด ข้อนี้จำเป็นมากสำหรับผู้ที่ต้องการลดน้ำหนักแบบเร่งด่วน  โดยเฉพาะอาหารทานเล่นที่วางขายกันตามทั่วไป เพราะนอกจากมีไขมันสูงแล้ว ยังมีโซเดียมสูงเพราะปรุงรสจัด น้ำมันโดยมากก็ทอดซ้ำ เสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งอีกต่างหาก ทานแล้วนอกจากจะอ้วนง่ายยังจะได้ของแถมเป็นโรคภัยตามมา หันไปทานอาหารปรุงเองโดยวิธีอื่นๆ ที่ไม่ใช่ทอดกันดีกว่าค่ะ

6. ออกกำลังกาย มาดูกันที่การออกกำลังกายกันบ้าง เพราะสำคัญไม่แพ้กัน สำหรับผู้ที่น้ำหนักเกิน ควรออกทั้งแบบเวทเทรนนิ่งควบคู่ไปกับการคาร์ดิโอ เพราะว่าการเวทจะช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อ ส่วนคาร์ดิโอจะช่วยเบิร์นไขมันออก ทำให้ร่างกาจะฟิตแอนด์เฟิร์มมากขึ้น น้ำหนักจะลงเร็วขึ้นแต่ผิวพรรณจะตึงแน่น ไม่ย้วยแน่นอน ถ้าใครไม่มีเวลาไปฟิตเนส ลองออกกำลังกายแบบง่ายๆ อยู่ที่บ้านก็ได้ สามารถออกได้โดยแทบไม่ต้องใช้อุปกรณ์เลยค่ะ (อ่านเพิ่มเติม Cardio ควบคู่ Body Weight)

สรุปคือการลดน้ำหนักแบบเร่งด่วนทำได้จริงค่ะ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยสุขภาพและระบบเผาผลาญที่แย่ลง รวมทั้งยังทำให้ดูป่วยโทรมมากกว่าดูดีเสียอีก อีกทั้งยังไม่ใช่การลดน้ำหนักอย่างแท้จริง เพราะปริมาณไขมันที่อยู่ในร่างกายก็ยังเหลือเกือบเท่าเดิม พอกลับมากินเหมือนเดิมก็จะทำให้น้ำหนักพุ่งพรวดพราดจนอ้วนกว่าเดิมได้ แนะนำให้หันมาลดน้ำหนักกันอย่างปลอดภัยและสุขภาพดีกันดีกว่า การลดน้ำหนักที่เหมาะสมควรลดประมาณสัปดาห์ละครึ่งกิโลกรัม เน้นการทานอาหารที่ดี มีประโยชน์ ทานในสัดส่วนที่เหมาะสม โดยทานอย่างน้อย 3 มื้อ (หากมีเวลา ควรเพิ่มเป็น 5 มื้อจะได้ประโยชน์สูงสุด) อย่าลืมออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอด้วยล่ะ จะได้ทั้งหุ่นที่ดีและสุขภาพที่แข็งแรงค่ะ

เรียบเรียงข้อมูลโดย เว็บ sukkaphap-d.com