hit tracker วิธีลดรอยดำจากสิว...ให้กลับมาขาวใส ไวทันใจ • สุขภาพดี

4 วิธีลดรอยดำจากสิว

กลับมาขาวใส ไวทันใจ

วิธีลดรอยดำจากสิว

หลังจากสิวหายแล้ว ก็มักจะมีร่องรอยทิ้งไว้ให้เราเจ็บปวดต่อ นั่นก็คือ “รอยสิว” บางคนบอกว่า รอยสิวนั้นแก้ยากยิ่งกว่าสิวซะอีก เพราะสิวนั้นจะหายได้เองภายใน 1- 2 สัปดาห์ แต่รอยสิวนั้นต้องใช้เวลาเป็นเดือนๆกันเลยทีเดียวกว่าที่ผิวจะกลับมามีสีปกติเช่นเดิม...ถึงแม้จะแก้ยาก แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าไม่มีทางแก้ ดังนั้นสุขภาพดี...จึงค้นหา วิธีลดรอยดำจากสิวแบบเจ๋งๆ 4 วิธี ที่จะทำให้รอยสิวจางเร็วขึ้น ทั้งการใช้ยา และการใช้ผลิตภัณฑ์จากธรรมชาติ มาเป็นตัวเลือกให้สาวๆได้นำไปใช้กันนะค่ะ

รอยดำจากสิว เกิดขึ้นได้อย่างไร

ก่อนอื่นมาทำความเข้าใจกันก่อนว่า รอยดำจากสิว นั้นเกิดจากการที่เซลผิวหนังถูกทำลาย หรือถูกรบกวน จากการแกะ แคะ หรือบีบสิว ทำให้เซลผิวบริเวณนั้นถูกทำลาย กระบวนการสร้างเม็ดสีของผิวจึงผลิตออกมามากเป็นพิเศษ จนทำให้เกิดรอยดำขึ้น แต่บางครั้งแม้ว่าจะไม่ได้ไปแคะแกะเกาสิว ก็มีโอกาสที่จะมีรอยดำหลงเหลืออยู่หลังจากสิวหายแล้วได้เช่นกัน เนื่องจากผิวหนังบริเวณนั้นต้องซ่อมแซมตัวเองช่วงระยะเวลาหนึ่ง แต่เราก็สามารถเร่งให้รอยดำเหล่านี้หายเร็วขึ้นได้เช่นกัน จะมีวิธีลดรอยดำจากสิววิธีใดบ้างนั้น ไปดูกันเลยค่ะ

4 วิธีลดรอยดำจากสิว อย่างได้ผล

1 ปล่อยให้รอยสิวหายไปเองตามธรรมชาติ

บางครั้งหากรอยดำจากสิวที่เรากำลังเป็นอยู่นั้นไม่ได้เป็นรอยใหญ่จนถึงขั้นน่าเกลียดอะไร การปล่อยให้รอยหายไปเองตามธรรมชาติก็ไม่ใช่เรื่องเสียหาย

ผลัดเซล ลดรอยดำ

ปกติผิวเราจะมีการผลัดเซลล์ผิวใหม่ในทุกๆ 28 วัน หรือทุกๆ 4 สัปดาห์อยู่แล้ว ดังนั้นหากรอยสิวไม่ได้ลึกและเข้มมาก ก็สามารถจางไปได้เองโดยที่คุณไม่ต้องสรรหาผลิตภัณฑ์อะไรมาประโคมบนใบหน้าเลย อีกทั้งยังช่วยประหยัดเงินในกระเป๋าไปได้เยอะอีกด้วย เพียงแต่วิธีนี้อาจต้องใช้กับคนที่ใจเย็นหน่อยเท่านั้น หากสาวๆคนไหนใจร้อน รอให้รอยสิวหายเองไม่ไหว เราก็มีวิธีต่อไปมาแนะนำค่ะ

2 สิวหายได้ด้วยสมุนไพรใกล้ตัว

มะขามเปียกพอกหน้า มะขามเปียกเป็นสมุนไพรที่คนนิยมนำมาพอกหน้าอันดับ 1 เลยก็ว่าได้ โดยมีให้เลือกทั้งแบบสำเร็จรูปสำหรับพอกหน้าโดยเฉพาะ หรือใช้มะขามเปียกสำหรับทำอาหารก็ได้เช่นกันค่ะ

มะขามเปียกขัดผิว

เพราะในมะขามนั้นมีกรด AHA หรือ Alpha Hydroxy Acid ซึ่งมีคุณสมบัติในการผลัดเซลล์ผิวชั้นนอกได้เป็นอย่างดี เมื่อนำมาพอกหน้าจึงทำให้ผิวขาวใสขึ้นอย่างเห็นได้ชัด สูตรในการพอกก็สามารถดัดแปลงได้หลากหลาย แต่โดยทั่วไป มักนำมาผสมคู่กับนมหรือน้ำผึ้ง เพื่อลดความเข้มข้นของกรด AHA ให้น้อยลง จะได้ไม่ระคายเคืองผิวหน้ามากจนเกินไป และยังช่วยเพิ่มความนุ่มชุ่มชื่นให้ผิวหนังอีกด้วย แต่หากใครไม่อยากจะพอกมะขามเปียกทั้งหน้าเพราะกลัวจะระคายเคือง ก็สามารถแต้มเป็นจุดๆเฉพาะบริเวณที่มีรอยดำจากสิวก็ได้ โดยอาจแต้มไว้ประมาณ 15 นาที แล้วจึงล้างออก

วิธีลดรอยดำจากสิว ด้วยดินสอพองสะตุ + น้ำมะนาว สูตรนี้ก็เป็นอีกสูตรที่สามารถลดรอยดำจากสิวได้ดีเช่นกัน แต่ดินสอพองที่นำมาใช้นั้น แนะนำว่าต้องเป็นดินสอพองที่ผ่านการสะตุมาแล้ว เพราะหากใช้ดินสอพองที่ยังไม่ผ่านการสะตุก็จะเป็นการเพิ่มเชื้อโรคบนใบหน้าแทน นอกจากรอยสิวจะไม่หายแล้ว อาจจะทำให้เป็นสิวเพิ่มขึ้นอีกด้วย

ดินสอพอง+มะนาว

(การสะตุดินสอพอง เป็นการ ทำให้ดินสอพองสะอาดขึ้น โดยนำดินสอพองใส่หม้อดิน ปิดฝายกขึ้นตั้งไฟ ให้ผ่านความร้อนนานพอสมควร จนสามารถนำมาใช้กับผิวหนังได้) นำดินสอพองสะตุ 1 ก้อน มาผสมกับน้ำมะนาวประมาณ 1 ช้อนชา คนให้เข้ากัน จากนั้นจึงนำมาแต้มบนรอยสิว ทิ้งไว้ประมาณ 15 นาที แล้วจึงล้างออก สูตรนี้ไม่แนะนำให้พอกทั้งหน้า เพราะน้ำมะนาวมีกรด AHA เช่นเดียวกับมะขามเปียก แต่มีในปริมาณที่เยอะกว่ามาก อาจระคายเคืองผิวหน้าอย่างรุนแรงได้ สูตรนี้นอกจากจะได้ผิวขาวใสจากกรด AHA ในน้ำมะนาวแล้ว ดินสอพองยังสามารถดูดซับความมันได้เป็นอย่างดีอีกด้วย

วิธีลดรอยดำจากสิว ด้วยน้ำมะเฟือง มีความคล้ายคลึงกับการใช้มะขามเปียกเพราะมีรสเปรี้ยวเช่นกัน

สำหรับน้ำมะเฟืองอาจเลือกใช้น้ำมะเฟืองสำเร็จรูปที่มีขายในท้องตลาด หรือจะใช้ผลมะเฟืองสดเลยก็ได้  เพราะทั้ง 2 แบบ ต่างก็มี AHA ในปริมาณสูง สามารถผลัดเซลผิวให้รอยดำจากสิวลดลงได้ วิธีใช้ก็เหมือน 2 สูตรด้านบน คือ นำมาแต้มบนจุดที่เป็นรอยสิว ทิ้งไว้ 15 นาทีแล้วล้างออก แต่วิธีนี้จะมีข้อเสียคือ น้ำมะเฟืองสำเร็จรูปนั้นจะมีกลิ่นเหม็นมาก หากใครทนกลิ่นไม่ได้ ก็ไม่แนะนำให้ลองวิธีนี้ แต่หากคุณทนได้ รับรองว่ารอยดำจากสิวจะจางไวทันใจแน่นอนค่ะ

3 จัดการรอยสิวให้อยู่หมัดด้วยการใช้ยา

ในต่างประเทศนิยมใช้สารไฮโดรควิโนน (Hydroquinone) ในการลดจุดด่างดำของผิว รวมถึงฝ้าและกระด้วย โดยไฮโดรควิโนนจะทำงานโดยการขัดขวางเอนไซม์ที่ทำให้ผิวของคุณสร้างเม็ดสีเมลลานินมากขึ้น แต่ในประเทศไทยนั้น สารไฮโดรควิโนนเป็สารต้องห้ามในเครื่องสำอางค์ทุกประเภท หากจะใช้ก็ต้องอยู่ภายใต้การดูแลของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญเท่านั้น และไม่แนะนำให้ซื้อมาใช้เอง เพราะหากใช้ในปริมาณมากและระยะเวลาไม่เหมาะสม อาจทำให้หน้าเกิดรอยด่างดำถาวรได้ แต่ข่าวดีก็คือ นอกจากสารไฮโดรควิโนนแล้ว ยังมีสารอื่นๆที่สามารถทำให้รอยดำของสิวจางลงได้

 เช่น กรดโคจิก สารสกัดจากลิโคไรซ์ มัลเบอร์รี่ วิตามินซี ถั่วเหลือง กรดวิตามินเอ กรดอเซเลอิก ฯลฯ ถึงแม้สารเหล่านี้จะไม่ได้ยับยั้งการทำงานของของเอนไซม์ที่สร้างเม็ดสีผิวโดยตรง แต่มันก็ให้ผลในการลดรอยด่างดำที่ดีได้เช่นกัน หากอยากได้ผลิตภัณฑ์ที่มีสาร Active ingredient เหล่านี้ สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยา ซึ่งเภสัชกรสามารถแนะนำผลิตภัณฑ์เหล่านี้ให้คุณได้ แต่หากอยากได้ skincare ที่มีส่วนผสมเหล่านี้อยู่ ก็แนะนำให้คุณอ่านฉลากผลิตภัณฑ์ให้ดี เพราะ skincare บางยี่ห้อก็ระบุว่ามีสารเหล่านี้อยู่ก็จริง แต่มีอยู่ในปริมาณความเข้มข้นที่น้อยมาก จนเกือบจะไม่เกิดผลอะไรต่อผิวเลย หากอยากได้ผลิตภัณฑ์ที่ได้ผลจริง คุณก็ควรเลือกผลิตภัณฑ์ที่ระบุความเข้มข้นของส่วนผสมไว้อย่างชัดเจน จะได้ไม่เสียเงินเปล่ายังไงล่ะคะ

4  เลเซอร์

เลเซอร์ ลดรอยดำจากสิว

หากรอยสิวที่คุณกำลังเป็นอยู่ ลึกและทิ้งรอยไว้อย่างหนักหนาสาหัสมากจริงๆ คุณก็อาจต้องใช้วิธีเลเซอร์เข้าช่วย เนื่องจากเป็นวิธีที่ทำให้รอยดำจากสิวจางลงอย่างเร็วที่สุด แต่ก็มีค่าใช้จ่ายสูงเช่นกัน และยังไม่แนะนำสำหรับผู้ที่มีผิวบอบบางมากเป็นพิเศษ เพราะฉะนั้นก่อนที่จะเลเซอร์หรือทำสิ่งใดกับผิวหน้า แนะนำให้ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในด้านนั้นๆจะดีที่สุดค่ะ

ปกป้องผิว ลดรอยดำจากสิว ด้วยครีมกันแดด

แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีลดรอยดำจากสิววิธีใดก็ตาม...แต่สิ่งสำคัญที่ขาดไม่ได้เลยก็คือ “ครีมกันแดด”มิฉะนั้นความพยายามในการกำจัดจุดด่างดำจากรอยสิวของคุณจะไม่เห็นผลเลย หากคุณไม่ปกป้องผิวของคุณด้วยครีมกันแดด การเผชิญแสงแดดโดยตรงนั้นจะกระตุ้นการสร้างเม็ดสีที่คุณพยายามกำจัดมันออกไป และรอยดำจากสิวอาจเข้มขึ้นได้อีกถ้าต้องเผชิญกับรังสียูวีเป็นประจำโดยไม่ได้ป้องกัน ไม่ว่าผิวคุณจะขาวหรือคล้ำแค่ไหน ครีมกันแดดก็ยังคงเป็นสิ่งจำเป็นอยู่เสมอ จากการศึกษาและวิจัยของทีมงาน Johnson & Johnson ในประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งศึกษากลุ่มคนแอฟริกัน – อเมริกัน พบว่า ผู้เข้าร่วมการวิจัยที่ทาครีมกันแดด SPF 30 ค่า PA++ ทุกวัน (โดยไม่ได้ใช้ทรีทเมนท์อะไรเพิ่มเติม) เห็นผลที่ดีขึ้นในเรื่องของสีผิว ความเปล่งปลั่งของผิว และจุดด่างดำ หลังจากผ่านไป 8 สัปดาห์ ซึ่งแตกต่างจากลุ่มที่ไมได้ใช้ครีมกันแดดอย่างสิ้นเชิง เห็นแล้วใช่ไหมคะว่าครีมกันแดดสำคัญแค่ไหน ดังนั้นในคราวต่อไป ไม่ว่าฝนจะตก แดดจะออก อากาศจะหนาวหรือร้อน ก็ต้องไม่ลืมทาครีมกันแดดเด็ดขาดนะคะ

รู้วิธีลดรอยดำจากสิวทั้ง 4 วิธีที่แนะนำพร้อมความสำคัญของการทาครีมกันแดดแล้ว...ก็อย่าลืมนำไปใช้กันนะคะ รับรองว่าใบหน้าของคุณจะกลับมาสวย เปล่งปลั่งสดใส ไร้จุดด่างดำใดๆมารบกวนแล้วล่ะค่ะ