free web tracker, fire_lady “เลือดจระเข้” สรรพคุณ-ประโยชน์-โทษ…ยาดีจากงานวิจัยไทย • สุขภาพดี

เลือดจระเข้” สรรพคุณ-ประโยชน์-โทษ...ยาดีจากงานวิจัยไทย

เลือดจระเข้ สรรพคุณ-ประโยชน์

ใครๆ ก็อยากมีสุขภาพดีกันทั้งนั้น ไม่ว่าจะผู้ที่มีสุขภาพปกติหรือผู้ป่วย ล้วนสรรหาสารพัดวิธีในการดูแลสุขภาพ ทั้งคัดเลือกอาหารที่ดี มีประโยชน์ในแต่ละมื้อ หรือแม้แต่สรรหาอาหารเสริมที่มีสรรพคุณเยี่ยมยอด  ซึ่งหนึ่งในผลิตภัณฑ์ดูแลสุขภาพที่ได้รับความนิยมก็คือ “เลือดจระเข้” บางคนอาจตกใจว่า เลือดจระเข้จะมาทานเพื่ออะไร เลือดจระเข้มีสรรพคุณดีต่อร่างกายจริงหรือ? แล้วนำมาทานในรูปแบบไหน สุขภาพดี...เรามีคำตอบ พร้อมบอกเลยว่ากว่าจะมาเป็นเลือดจระเข้นั้น ต้องผ่านการศึกษาวิจัยกันเป็นสิบๆ ปีเลยทีเดียว

เลือดจระเข้ คือ?

เลือดจระเข้” หนึ่งในอาหารเสริมที่เริ่มจะมีชื่อเสียงกันในปัจจุบัน เลือดจระเข้คือเลือดสดที่เจาะจากจระเข้ แล้วนำมาผ่านกระบวนการผลิตและฆ่าเชื้อ จากนั้นบรรจุลงในแคปซูล กรรมวิธีในการเจาะเลือดนั้นคล้ายคลึงกับการบริจาคเลือดของคนคือ เลือกจระเข้ตัวที่สมบูรณ์ แล้วเจาะในบริเวณที่เหมาะสมโดยก่อนเจาะต้องเช็ดทำความสะอาดก่อน ส่วนจระเข้ที่ถูกเจาะเลือดจะเป็นจระเข้จากฟาร์มเลี้ยงที่เป็นฟาร์มที่ได้มาตรฐาน มีการตรวจบ่อและสุขภาพจระเข้อยู่บ่อยๆ โดยบ่อและอาหารการกินของจระเข้จะต้องสะอาด เพื่อที่จะได้เลือดที่มีมาตรฐาน โดยเลือดที่ได้นั้นมาจาก 2 ส่วนคือ

1. จระเข้ที่จะถูกนำมาชำแหละ จระเข้กลุ่มนี้จะมีอายุ 3.5-4 ปี มีสุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ การเจาะเลือดนั้นจะเจาะก่อนนำไปชำแหละ ก่อนเจาะจะทำการเช็ดที่ผิวหนังจระเข้ด้วยแอลกอฮอล์ 70% จากนั้นใช้เข็มสแตนเลสเฉพาะจากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์มาเจาะเลือด จระเข้ 1 ตัวจะให้เลือดได้ 400 ซีซี นำเลือดที่ได้ใส่ภาชนะที่สะอาด และนำไปสู่กระบวนการผลิตต่อไป

2. จระเข้ที่เลี้ยงไว้สำหรับเจาะเลือด จระเข้ในกลุ่มนี้ต้องมีอายุ 3 ปีขึ้นไป สุขภาพแข็งแรง มีความยาวไม่น้อยกว่า 1.8 เมตร มีวิธีการเจาะเหมือนกับจระเข้ในกลุ่มแรก เพียงแต่ว่าจะนำเลือดออกมาแค่ 100-150 ซีซีเท่านั้น เมื่อเจาะแล้วก็นำกลับไปพักฟื้น จระเข้สามารถสร้างเลือดได้ใหม่ในเวลาไม่นาน แต่อย่างไรก็ตามต้องเว้นะยะการเจาะ 3 เดือนเช่นเดียวกันกับคนจึงสามารถนำมาเจาะได้ในครั้งต่อไป ซึ่งก็จะต้องดูด้วยว่าจระเข้แข็งแรงพร้อมให้เจาะด้วยหรือยัง

ที่มาของ “เลือดจระเข้”

มีการสังเกตว่า บรรดาจระเข้ที่อาศัยอยู่ตามแหล่งน้ำธรรมชาติ เมื่อต่อสู้กันจนบาดเจ็บ มีบาดแผล ถึงแม้จะนอนแช่อยู่ในแหล่งน้ำอยู่บ่อยๆ สภาพแวดล้อมก็ไม่ได้สะอาดมากนัก แต่ทำไมจระเข้ไม่มีการติดเชื้อเลย อีกทั้งบาดแผลยังหายอย่างรวดเร็วโดยไม่ต้องใช้ยา จึงเป็นที่มาของการนำเลือดจระเข้มาศึกษาวิจัยว่ามีคุณสมบัติอย่างไร เกี่ยวข้องกับการฟื้นฟูบาดแผลของตัวเองหรือไม่ ซึ่งการวิจัยนี้มีมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ร่วมวิจัยด้วย การวิจัยนี้ใช้เวลาหลายปี จนมาพบว่าเลือดจระเข้มีประโยชน์หลายอย่าง จึงมีการสกัดมาเป็นอาหารเสริมและมีวางจำหน่ายในเวลาต่อมา

การผลิตเลือดจระเข้

1. เจาะเลือดจากจระเข้ โดยจะได้เลือดมาจากจระเข้ 2 ชนิดคือ จระเข้ที่จะนำมาชำแหละกับจระเข้ที่เลี้ยงไว้เพื่อเจาะเลือด การเจาะเลือดนั้นทางผู้ผลิตจะคัดเลือกจระเข้ที่สุขภาพแข็งแรงสมบูรณ์ เพื่อให้ได้เลือดคุณภาพดี

2. นำเลือดที่ได้ไปผ่านกระบวนการระเหิดแห้งหรือ Freeze Dried เพื่อทำให้เลือดจระเข้กลายเป็นผง

3. ปั่นให้ละเอียดแล้วบรรจุลงในแคปซูล

อุปกรณ์การเจาะเลือดและภาชนะที่ใช้บรรจุต้องสะอาดและผ่านการฆ่าเชื้อมาแล้ว ส่วนในทุกขั้นตอนของการผลิตต้องมีผู้เชี่ยวชาญคอยควบคุมตลอดกระบวนการ เพื่อให้ได้เลือดที่สะอาด ปราศจากจากเชื้อโรคและสารเคมีตกค้าง สามารถรับประทานได้โดยไม่เป็นอันตรายต่อร่างกาย

สรรพคุณ-ประโยชน์ของเลือดจระเข้

1. เลือดจระเข้มีสรรพคุณช่วยรักษาโรคเบาหวาน เลือดจระเข้มีสาร IGF-1 ( Insulin like Growth Factor-1) ที่ช่วยเปลี่ยนรูปน้ำตาลในเลือดให้เป็นพลังงาน ช่วยลดน้ำตาลในเลือด ช่วยให้แผลหายไวขึ้น จึงเหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวานและผู้ที่เป็นแผลเรื้อรัง

2. เลือดจระเข้ช่วยเสริมสร้างเม็ดเลือดแดง เลือดจระเข้อุดมไปด้วยธาตุเหล็ก ช่วยกระตุ้นการผลิตเม็ดเลือดแดง ช่วยเพิ่มเกล็ดและเม็ดเลือดขาว จึงช่วยรักษาโรคโลหิตจาง

3. สรรพคุณเลือดจระเข้ช่วยบำรุงระบบไหลเวียนโลหิต ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดี ช่วยบำรุงร่างกาย เสริมสร้างภูมิคุ้มกัน บรรเทาอาการหอบเหนื่อย ทำให้ผู้ป่วยโรคหอบหืดอาการดีขึ้น

4. เลือดจระเข้ช่วยบำรุงเซลล์ไข่และสเปิร์ม เลือดจระเข้มีส่วนช่วยบำรุงไข่และสเปิร์มให้แข็งแรงมากขึ้น จึงเพิ่มโอกาสในการปฏิสนธิสำหรับผู้ที่มีบุตรยาก

5. เลือดจระเข้ช่วยเพิ่มค่า CD4   สำหรับค่า CD4 คือ เซลล์เม็ดเลือดขาวที่ช่วยจัดระบบภูมิคุ้มกันในร่างกาย ช่วยให้ร่างกายต่อสู้กับเชื้อไวรัส แบคทีเรยเป็นต้น เลือดจระเข้ช่วยเพิ่มค่าเซลล์ CD4 ได้ จึงช่วยสร้างภูมิคุ้มให้กับผู้ป่วยที่มีปัญหาเรื่องภูมิคุ้มกันบกพร่อง

โทษ-อันตรายจากเลือดจระเข้

1. ความสะอาด อันตรายจากเลือดจระเข้ทางตรงเองนั้นไม่น่าเป็นห่วงมากนัก แต่ที่ควรระวังคือความสะอาด ผู้ที่ต้องการรับประทานเลือดจระเข้เป็นอาหารเสริม ควรเลือกซื้อจากผู้ผลิตที่ไว้ใจได้ เน้นความสะอาด ปราศจากเชื้อและสารเคมี ใส่ใจในทุกขั้นตอนการผลิต เพราะส่วนใหญ่คนที่อยากทานมักจะเป็นผู้ป่วยหรือสุขภาพไม่แข้งแรงอยู่แล้ว ดังนั้นจึงต้องระมัดระวังในเรื่องอาหารการกินมากๆ ยิ่งอาหารเสริมต่างๆ ยิ่งต้องระวังอย่างยิ่ง

2. ผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมีย สำหรับผู้ป่วยโรคธาลัสซีเมียนั้นมักมีภาวะซีดจากการที่เม็ดเลือดแดงอายุสั้น แตกง่าย ส่วนใหญ่จึงต้องรับเลือดบ่อยๆ ให้ให้มีโอกาสธาตุเหล็กสะสมมากเกินไปในร่างกาย การรับประทานเลือดจระเข้ซึ่งอุดมไปด้วยธาตุเหล็ก อาจทำให้เกิดภาวะเหล็กเกินในร่างกายได้ ซึ่งเป็นอันตรายต่อตัวผู้ป่วยมาก

วิธีกินเลือดจระเข้

รับประทานครั้งละ 1-2 แคปซูลก่อนอาหาร ½ ชั่วโมง หลังจากนั้นดื่มน้ำตามมากๆ

สรุปได้ว่า เลือดจระเข้ผ่านการศึกษาวิจัยด้วยมหาวิทยาลัยเกษตรหลายปีเพื่อศึกษาหาสรรพคุณของเลือดจระเข้ จากผลการวิจัยพบว่า เลือดจระเข้ คุณประโยชน์หลักๆ เลยคือบำรุงร่างกาย มีธาตุเหล็กสูง เหมาะสำหรับผู้ป่วยโรคหอบหืด โรคภูมิแพ้ ร่างกายอ่อนเพลีย ช่วยสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย ซึ่งถ้าหากใครต้องการรับประทานอาหารเสริมจระเข้แนะนำให้หาซื้อกับร้านที่ไว้ใจได้ในเรื่องความสะอาดของกระบวนการผลิต ซึ่งตอนนี้มีผู้ผลิตเพียงไม่กี่รายในไทยที่น่าเชื่อได้ ส่วนปริมาณการรับประทานนั้น ไม่ควรคิดว่าสรรพคุณดีแล้วต้องทานเยอะๆ เพราะอะไรที่มากก็ย่อมไม่ดีทั้งนั้น อาหารเสริมเป็นแค่ส่วนหนึ่ง หากอยากร่างกายแข็งแรงต้องเน้นในเรื่องการทานอาหารที่หลากหลายครบถ้วน 5 หมู่และการออกกำลังกายด้วย ซึ่งให้ผลดีมากกว่าอาหารเสริมตัวใดๆ บนโลกเสียอีก นอกจากนี้ผู้ป่วยธาลัสซีเมียไม่ควรทาน เพราะอาจจะส่งผลอันตรายต่อตัวเองได้