counter

ทาครีมกันแดดครั้งเดียว

ก็ป้องกันแดดได้ตลอดวัน จริงหรือ?

ครีมกันแดด

เป็นที่ทราบกันดีว่า...แสงแดดเป็นปัจจัยสำคัญที่กระตุ้นความเสื่อมของผิวหนังอย่างชัดเจน โดยเฉพาะรังสี UVB ซึ่งมีฤทธิ์ทำลายผิวหนังสูงที่สุด ดังนั้นการหลีกเลี่ยงแสงแดดก่อนจะมีการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังจึงเป็นวิธีที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และทางหนึ่งที่จะช่วยปกป้องผิวจากแสงแดดได้ก็คือ “ครีมกันแดด

มารู้จักกับรังสียูวีกันก่อนเลือกครีมกันแดด

รังสียูวีที่อยู่ในแสงแดดที่สามารถก่อให้เกิดความเปลี่ยนแปลงทางกายภาพของผิวพรรณได้มีอยู่ 2 ชนิด กล่าวคือรังสี UVA มีความยาวคลื่น 320-400 นาโนมิเตอร์ ทำให้ผิวคล้ำได้ภายในเวลาเพีนงครึ่งชั่วโมงหลังได้รับแสงแดด และหากได้รับมากพอจะทำให้ผิวคล้ำนานกว่า 24 ชั่วโมง นอกจากนี้ UVA ยังสามารถส่องผ่านไปถึงชั้นหนังแท้ได้มากกว่า รังสี UVB จึงมีส่วนเป็นตัวการในการทำลายเนื้อเยื่อคอลลาเจนและเกิดรอยเหี่ยวย่นตามมา แสง UVA มีปริมาณมากกว่า UVBประมาณ 10 เท่า รวมทั้งสามารถส่องผ่านกระจกได้ดังนั้นหากอยู่ในอาคารหรือรถยนต์ก็ยังสามารถได้รับรังสี UVA ปริมาณมาก รังสี UVB มีความยาวคลื่น 290-320 นาโนมิเตอร์ มีปริมาณรวมคิดเป็นประมาณร้อยละ 10 ของแสงแดดทั้งหมดที่ผ่านมายังพื้นโลก

ครีมกันแดดสามารถปกป้องผิวจากรังสียูวีเหล่านี้ได้ 100% จริงหรือ?

การปกป้องผิวด้วยผลิตภัณฑ์หรือครีมกันแดด แม้ไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดในการป้องกันแสงแดด แต่ก็เป็นวิธีที่ได้รับความนิยมสูงสุดโดยเฉพาะในกลุ่มผู้ที่ทำงานกลางแจ้งเนื่องจากมีความคล่องตัวสูง ใช้ได้กับทุกกิจกรรมโดยเฉพาะกีฬาหลายชนิด เช่น การว่ายน้ำ เป็นต้น

แต่สาเหตุที่กล่าวว่า การใช้ผลิตภัณฑ์กันแดดไม่ใช่วิธีที่ดีที่สุดก็เนื่องจากครีมกันแดดไม่สามารถป้องกันแสงแดดได้ยาวนานด้วยการทาเพียงครั้งเดียว อีกทั้งการป้องกันได้ก็เฉพาะแสง UVA และ UVB บางส่วนเท่านั้น เมื่อสารเหล่านี้โดนเหงื่อหรือน้ำ ก็จะเสื่อมประสิทธิภาพลงไปทำให้ปกป้องผิวได้ไม่เต็มที่ และสิ่งที่มาพร้อมกับแสงแดดและเป็นสาเหตุของอาการผิวไหม้ แดง แสบร้อน ผิวคล้ำ ริ้วรอย และรอยเหี่ยวย่น ก็คือรังสีอัลตร้าไวโอเล็ต หรือรังสียูวีนั่นเอง

ทำไมใน 1 วัน ต้องทาครีมกันแดดซ้ำหลายครั้ง?

ความสามารถในการกันน้ำ และกันเหงื่อของผลิตภัณฑ์กันแดดนั้นมีความสำคัญ ในกรณีที่เล่นกีฬากลางแจ้ง หรือว่ายน้ำ เนื่องจากสารกันแดดทั่วไปที่ผสมในครีมทาผิวและไม่ได้ทำการทดสอบ ส่วนมากจะไม่มีความสามารถในการกันน้ำเลย และในการใช้ผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวจากแสงแดดนั้น อีกข้อที่ควรระวังอีกประการหนึ่ง นอกจากเรื่องของประสิทธิภาพแล้ว คือ ปริมาณครีมกันแดดที่ทา ในต่างประเทศมีงานวิจัยหลายชิ้นที่ระบุว่าบุคคลทั่วไปทาครีมกันแดดหนาระหว่าง 0.5-1.5 มก./ตร.ซม. เท่านั้น ซึ่งปริมาณดังกล่าวมีผลทำให้ค่าSPF ลดลงเหลือเพียง 20-50% ของค่าที่ระบุไว้บนฉลากผลิตภัณฑ์ ซึ่งนั่นหมายความว่าประสิทธิภาพในการป้องกันแสงแดดของครีมกันแดดจะลดน้อยลงไปอีก

และข้อจำกัดอีกอย่างหนึ่งที่ทำให้การทาครีมกันแดดไม่ได้ปริมาณมากเท่าที่ควรนั้น คือการที่ไม่สามารถทาครีมได้อย่างทั่วถึง เนื่องจากผิวหนังมนุษย์มีลักษณะไม่เรียบ การทาปริมาณน้อยจำนวนครีมส่วนมากจะไปค้างอยู่บริเวณร่องของผิวหนัง ทำให้ผิวหนังส่วนที่นูนไม่ถูกคลุมด้วยสารกันแดด เป็นเหตุให้เกิดการไหม้แดงได้แม้จะได้ชื่อว่าทาครีมป้องกันแล้วก็ตามในปัจจุบัน แพทย์ส่วนใหญ่และผู้ผลิต จึงพยายามเน้นให้ผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ปกป้องผิวจากแสงแดดทาครีมกันแดดให้หนาขึ้น และแนะนำให้ทาซ้ำทุก 2-3ชั่วโมง เพื่อประสิทธิภาพในการปกป้องผิวสูงสุด

เมื่อทราบดังนี้แล้ว การทาครีมกันแดดครั้งต่อไปของคุณ ก็ควรทาครีมกันแดดให้ถูกวิธี และอย่าลืมทาซ้ำบ่อยๆ โดยเฉพาะเวลาที่ต้องเล่นกีฬากลางแจ้ง หรือไปเที่ยวทะเล เพื่อประสิทธิภาพในการปกป้องผิวคุณจากแสงแดดอย่างเต็มที่นั่นเองค่ะ

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวกับการดูแลผิว