counter

วิธีกำจัดสิวน้ำข้าว(สิวข้าวสาร)

ที่น่ารำคาญออกจากใบหน้า

สิวน้ำข้าว

เคยดูกระจกแล้วสังเกตใบหน้าตัวเอง โดยเฉพาะใต้ตากันบ้างไหมคะว่า...มีตุ่มเล็กๆ สีขาวๆ หรือสีเหลืองขึ้นบริเวณรอบดวงตาบ้างหรือไม่ และตุ่มเหล่านั้นจะโตขึ้นเรื่อยๆ แต่ไม่ได้มีอาการเจ็บปวดแต่อย่างใด มองเผินๆอาจจะคล้ายสิวอุดตันหัวขาวธรรมดา แต่ถ้าไม่มีทีท่า หรือวี่แววว่าจะหลุดออกมาสักที เป็นไปได้ว่าคุณกำลังเป็น “สิวน้ำข้าว หรือ สิวข้าวสาร” อยู่ค่ะ

​สิวน้ำข้าว หรือ สิวข้าวสารคืออะไร?

สิวน้ำข้าว สิวข้าวสาร หรือที่เรียกอีกอย่างว่า “สิวหิน” เป็นสิวที่มีลักษณะเป็นสิวหัวปิด หัวสิวจะมีสีขาวหรือเหลืองอ่อน ทางการแพทย์จะเรียกสิวน้ำข้าวว่าเป็น "เนื้องอกของต่อมเหงื่อ" แต่ก็ไม่ได้เป็นเนื้อร้ายเหมือนมะเร็ง หรือมีอันตรายแต่อย่างใด เพียงแต่อาจจะทำให้เกิดความรำคาญ และไม่สวยงามเท่านั้น สิวน้ำข้าวมักขึ้นบริเวณใต้ตา เปลือกตา...จะเป็นตุ่มขนาดเล็กหลายตุ่ม เป็นไตแข็งๆ บีบออกยาก แต่ครั้นจะรอให้หายเองก็ไม่มีวี่แววว่าจะหายซักที ใช้ยาทาสิวก็ไม่มีผลใดๆต่อผิวบริเวณนั้น สิวน้ำข้าวจึงเป็นสิวที่รักษายาก และไม่หายขาด จะจัดการรักษาด้วยตัวเองก็ยากกว่าที่คิด เพราะสิวหินนี้จะเป็นสิวที่ฝังอยู่ใต้ผิวหนังเป็นเวลานาน 5-10 ปี เลยทีเดียว และอยู่ลึกลงไปในชั้นหนังแท้อีกด้วย โดยส่วนใหญ่แล้วสิวหินสามารถเกิดขึ้นได้จากหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นผิวหนังติดเชื้อแบคทีเรีย การสะสมของเซลล์ผิวเก่าที่ไม่หลุดลอกออกไป และต่อมไขมันใต้ผิวหนังที่ผลิตไขมันออกมามากเกินปกติ รวมถึงการล้างหน้าไม่สะอาด จนทำให้เกิดการอุดตันและฝังอยู่ใต้ผิวหนังเป็นเวลานาน ล้วนแล้วแต่เป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้เกิดสิวน้ำข้าวทั้งสิ้น ในบางรายสิวน้ำข้าวอาจมีสาเหตุมาจากกรรมพันธุ์

รักษาสิวน้ำข้าวด้วยคาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์

อย่างที่บอกว่าสิวน้ำข้าวนั้นรักษายาก และไม่สามารถรักษาให้หายขาดได้ แต่ก็มีวิธีการทางการแพทย์ที่จะช่วยให้อาการของสิวนั้นดีขึ้นได้ แต่ก็ต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่แพงขึ้นอีกเช่นกัน ซึ่งวิธีที่เราจะนำมาแนะนำในวันนี้ก็คือ การรักษาสิวน้ำข้าวด้วยการใช้คาร์บอนไดออกด์ใซด์ในการรักษานั่นเองค่ะ เนื่องจากเป็นวิธีที่ได้ผลดีที่สุดในปัจจุบัน อีกทั้งยังมีผลข้างเคียงน้อย และราคาไม่สูงมากด้วย

Co2 LASER รักษาสิวน้ำข้าวได้อย่างไร?

คาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์(Co2 LASER) เป็นเลเซอร์ชนิดก๊าซ ประกอบด้วยก๊าซ carbon dioxide, nitrogen Helium ประกอบกันในอัตราส่วนประมาณ 1:1:10 เพื่อช่วยในการเพิ่มประสิทธิภาพของเลเซอร์ เป็นเลเซอร์ที่ใช้ในการรักษาเนื้องอกผิวหนังโดยเฉพาะ ใช้สำหรับกำจัดไฝ ขี้แมลงวัน กระเนื้อ ติ่งเนื้อ หูด รวมถึงสิวน้ำข้าว...CO2 Laser มีความละเอียดในการทำงานสูงมาก จึงสามารถเลือกตัดเฉพาะเนื้อเยื่อที่ต้องการโดยไม่สร้างความเสียหายให้กับเนื้อเยื่ออื่นๆโดยรอบ ต่างจากการผ่าตัดด้วยมีดซึ่งจะมีเลือดออกและสร้างความเสียหายแก่เนื้อเยื่อรอบข้างเป็นจำนวนมาก แผลที่เกิดจากการรักษาด้วยคาร์บอนไดออกไซด์เลเซอร์ จะมีปากแผลที่เรียบและเล็กมาก ส่วนใหญ่แล้วจะไม่เกิดแผลเป็น โดยปกติจะทำเพียงครั้งเดียวก็หาย แต่หากเป็นกรณีที่สิวน้ำข้าวฝังอยู่ในชั้นผิวที่ลึกมาก อาจทำการรักษามากกว่า 1 ครั้ง เพราะถ้าเลเซอร์ออกในครั้งเดียวอาจทำให้เกิดแผลเป็นได้ หลังทำการรักษาไม่ควรให้แผลสัมผัสกับน้ำเป็นเวลา 24 ชั่วโมงหลังเลเซอร์ และต้องทาขี้ผึ้งหรือย่าฆ่าเชื้อที่แพทย์ให้มาจนครบ 7 วัน จนสะเก็ดแผลหลุดออก เห็นเป็นผิวสีชมพู ก็จะหายเป็นปกติ

วิธีป้องกันไม่ให้สิวน้ำข้าวกลับมาเป็นซ้ำอีก

สาเหตุหลักประการหนึ่งของการเกิดสิวน้ำข้าวเกิดจากการใช้เครื่องสำอางที่ไม่ได้คุณภาพและการตกค้างของเครื่องสำอางที่ใช้เป็นประจำ หลังการแต่งหน้าไม่ใช้คลีนซิ่งเช็ดหน้า หรือล้างหน้าไม่สะอาด รวมไปถึงการตากแดดเป็นระยะเวลานาน จนผิวหนาและผลัดเปลี่ยนเซลล์ผิวได้ยากขึ้น ดังนั้นวิธีการการป้องกันรวมทั้งกำจัดไม่ให้สิวเม็ดข้าวสารกลับมาเกิดซ้ำควรทำดังนี้

- ลดการแต่งหน้าและการใช้เครื่องสำอางให้น้อยลง เนื่องจากการแต่งหน้าเยอะเกินไป อาจเป็นสาเหตุการอุดตันของรูขุมขนได้ แต่หากเลิกแต่งหน้าไม่ได้จริงๆ ก็ลองหันมาเลือกใช้บีบีหรือซีซีครีมครีมบางเบาแทนรองพื้น แล้วตามด้วยแป้งฝุ่นที่มีความบางเบาเพื่อช่วยลดการอุดตัน

- ควรหลีกเลี่ยงแสงแดด ทาครีมกันแดดเป็นประจำทุกวัน แม้ว่าจะอยู่แต่ในบ้านหรือภายในตัวอาคารก็ตาม และควรเลือกครีมกันแดดชนิดฟิสิคัล ซึ่งจะประกอบไปด้วยสาร Titanium dioxide หรือ Zinc oxide เป็นสารกันแดด เพราะครีมกันแดดชนิดฟิสิคัล ปลอดภัยต่อผิวมากกวาครีมกันแดดชนิดเคมีคัล

- ใช้ครีมบำรุงรอบดวงตาที่เป็น Oil Free ไม่มีส่วนผสมของน้ำมัน และสารที่ทำให้เกิดการระคายเคืองผิวรอบดวงตาเพื่อช่วยลดจำนวนสิว

- ครีมกันแดดและเครื่องสำอางที่ไม่มีส่วนประกอบของน้ำหอม (Fragrance) หรือสารระคายเคืองผิว และแอลกอฮล์ เพื่อช่วยลดการเกิดสิวและการอุดตัน

การกำจัดสิวน้ำข้าวนั้น ทำได้เพียงชั่วคราวเท่านั้น เพราะไม่นานสิวก็จะกลับมาขึ้นใหม่อีก ทางที่ดีเราควรป้องกันรักษาในระยะยาว ไม่ให้เกิดสิวเม็ดน้ำข้าวขึ้นอีก ควรหมั่นดูแลความสะอาดบนใบหน้า ปลอกหมอน และผ้าเช็ดตัว ไม่ให้ผิวมันและมีสิ่งตกค้าง ตลอดจนเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต่างๆ ที่เหมาะกับสภาพผิว และรบกวนผิวให้น้อยที่สุด และดูแลผิวตามคำแนะนำด้านบนกันนะคะ

บทความอื่นๆ ที่เกี่ยวกับ สิว