hit tracker 6 “ผลิตภัณฑ์น้ำมันใส่ผม” ที่หาง่าย ยิ่งใช้ผมยิ่งสวย • สุขภาพดี

6 “ผลิตภัณฑ์น้ำมันใส่ผม” ที่หาง่าย ยิ่งใช้ผมยิ่งสวย

ผลิตภัณฑ์น้ำมันใส่ผม

ปัจจุบันนี้เรื่องความสวยความงามถือเป็นเรื่องสำคัญสำหรับสาวๆ แม้กระทั่งคุณผู้ชายเองก็หันมาสนใจตัวเองกันมากขึ้น หน้าต้องเป๊ะ การแต่งตัวต้องเป๊ะ แต่อย่าลืมว่าหน้าสวย แต่ผมเสีย ก็เสียบุคลิกภาพไม่ใช่น้อย หลายคนอาจจัดการกับปัญหาผมด้วยการทำสปาผมแพงๆ หรือไม่ก็ใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงเส้นผมชั้นนำทั่วไป แต่รู้หรือไม่ว่า จริงๆ แล้วน้ำมันจากธรรมชาติหรือของใช้ใกล้ตัวก็สามารถนำมาใส่ผม เพื่อให้เส้นผมนุ่มสลวยมีชีวิตชีวาได้ วันนี้เรามีผลิตภัณฑ์น้ำมันใส่ผม ของดีใกล้ตัวมาฝากกัน

6 ผลิตภัณฑ์น้ำมันใส่ผม..ของดีใกล้ตัว ที่ไม่ควรพลาด

1. ผมแห้งแตกปลาย แก้ได้ด้วยน้ำมันมะพร้าว น้ำมันมะพร้าวเป็นน้ำมันที่มีกรดไขมันค่อนข้างสูง จึงสามารถช่วยในการบำรุงหนังศีรษะให้มีความชุ่มชื้น ทั้งยังช่วยทำให้เส้นผมมีสุขภาพดีเป็นประกายเงางาม ที่สำคัญน้ำมันมะพร้าวยังช่วยลดปัญหาของเส้นผมที่แห้งเสียแตกปลายได้อีกด้วย น้ำมันมะพร้าวสามารถนำมาหมักผมได้ทุกวัน หรือทุกครั้งก่อนการสระผม โดยหมักทิ้งไว้สักพัก จากนั้นสระผมตามปกติ เพียงเท่านี้ปัญหาเส้นผมแตกปลายก็จะหายไป ผมกลับมานุ่มสลวยได้ดังใจต้องการ

2. ผมร่วม มีรังแค แค่ใช้น้ำมันมะกอก ในน้ำมันมะกอกจะมีส่วนประกอบของวิตามินอีและวิตามินบี ซึ่งวิตามินทั้งสองตัวนี้มีส่วนช่วยในการบำรุงรากผมของเราให้แข็งแรงขึ้น หมดปัญหาการหลุดร่วงของเส้นผม รากผมแข็งแรงขึ้น และยังช่วยในการบำรุงเส้นผมให้ชุ่มชื้นมีน้ำหนัก เรียงตัวสลวยสวย และไม่แห้งแตกปลาย ที่สำคัญน้ำมันมะกอกยังสามารถช่วยป้องกันเชื้อราบนหนังศีรษะที่เป็นสาเหตุของการเกิดรังแคได้อีกด้วย

ดังนั้นถ้าใครกำลังมีปัญหาในเรื่องของรังแค และอยากหาวิธีรักษาด้วยสมุนไพรธรรมชาติ แนะนำให้ลองใช้น้ำมันมะกอกหมักผม โดยชโลมน้ำมันมะกอกให้ทั่วหนังศีรษะและเส้นผม หมักไว้ประมาณ 30 นาที แล้วสระผมตามปกติ ควรทำเป็นประจำ รับรองได้เลยว่าปัญหารังแคที่คอยกวนใจจะค่อยๆ หายไปในที่สุด

หมักผมด้วยน้ำมันมะกอก

3. ผมนุ่มสลวยด้วยน้ำมันดอกทานตะวัน น้ำมันดอกทานตะวันจะเป็นน้ำมันที่อุดมไปด้วยกรดโอเมก้า 6 ซึ่งกรดโอเมก้า 6 ตัวนี้จะมีคุณสมบัติช่วยทำให้เส้นผมนุ่มลื่น หวีจัดทรงได้ง่ายยิ่งขึ้น นอกจากนี้น้ำมันดอกทานตะวันยังช่วยบำรุงรากผม และช่วยป้องกันปัญหาเส้นผมแตกปลายได้อีกด้วย เพียงแค่ก่อนการสระผม ให้หมักผมด้วยน้ำมันดอกทานตะวันทิ้งไว้สักพัก แล้วจึงสระผมตามปกติ เพียงเท่านี้ผมของคุณก็จะนุ่มสลวยและมีสุขภาพดีราวกับไปทำสปาผมราคาแพงๆ มาเลยทีเดียว

4. น้ำมันอะโวคาโด โอ้โหผมสวย น้ำมันอะโวคาโดจะอุดมไปด้วยสารอาหารและวิตามินที่มีประโยชน์ต่อเส้นผมอยู่ด้วยกันหลายชนิด เช่น โปรตีน โพแทสเซียม โฟเลต กรดอะมิโน เลซิติน ไฟเบอร์  วิตามินบี 1 บี 2 บี 6 วิตามินอี และวิตามินซี ซึ่งสารเหล่านี้เป็นสารช่วยบำรุงในเรื่องของการปรับสภาพเส้นผมให้นุ่มลื่น มีชีวิตชีวา ดังนั้นจึงควรหมักผมด้วยน้ำมันอะโวคาโดให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละครั้ง โดยให้หมักไว้ประมาณ 30 นาที ก่อนการสระผม แล้วจึงสระผมตามปกติ เพียงเท่านี้รับรองได้เลยว่าเส้นผมคุณจะนุ่มลื่น เรียงตัวสลวย มีชีวิตชีวาได้อย่างแน่นอน

5. น้ำมันงา ใช้ได้กับทุกสภาพผม น้ำมันงาเป็นน้ำมันที่สามารถใช้ได้กับทุกสภาพผม เพียงแต่มีความแตกต่างกันเล็กน้อย คือ ใช้น้ำมันงา 2 ช้อนโต๊ะ ผสมกับไข่ดิบ 1 ฟอง (สำหรับผมธรรมดา) หรือไข่ขาวดิบ 2 ฟอง (สำหรับผมมัน) หรือไข่แดงดิบ 2 ฟอง (สำหรับผมแห้ง) ผสมส่วนผสมให้เข้ากัน แล้วชโลมให้ทั่วเส้นผม หมักทิ้งไว้ประมาณ 30 นาที ล้างออก แล้วจึงสระผมตามปกติ (ใช้นำเย็นในการสระผม) ควรทำสัปดาห์ละ 2 ครั้ง

สูตรนี้เป็นการให้สารอาหารประเภทโปรตีนโดยตรงแก่เส้นผม ทำให้เส้นผมที่แห้งเสีย แตกปลาย หรือชี้ฟู กลับมามีน้ำหนัก นุ่มสลวย และดูสุขภาพดี นอกจากนี้ยังสามารถแก้ผมร่วงในระยะสั้นและในระยะยาวได้ สำหรับคนที่เริ่มทำสูตรนี้ตั้งแต่อายุน้อยๆ ยังสามารถช่วยป้องกันผมหงอก และรักษาสีผมดั้งเดิมเอาไว้ได้นานยิ่งขึ้น

น้ำมันงา

6. เบบี้ออยล์ ของใกล้ตัวก็ดูแลเส้นผมได้

  • ใช้เบบี้ออยล์ก่อนสระผม ให้เริ่มจากการใส่น้ำอุ่นลงในชาม แล้วน้ำขวดเบบี้ออยล์ลงไปแช่ประมาณ 5 นาที เพื่อทำให้เบบี้ออยล์มีความอุ่นขึ้น จากนั้นเทเบบี้ออยล์ลงบนฝ่ามือ คลึงให้ทั่วฝ่ามือแล้วจึงใช้มือลูบเส้นผมให้ทั่ว โดยเน้นที่ปลายเส้นผมหรือผมส่วนที่แห้งฟู แตกปลาย ทิ้งไว้ประมาณ 30 นาทีแล้วจึงสระผมตามปกติ
  • ใช้เบบี้ออยล์หลังสระผม เราสามารถใช้เบบี้ออยล์หลังสระผมแทนการใช้แฮร์โค้ทได้ เมื่อผมแห้งหมาดๆ ให้หยดเบบี้ออยล์ประมาณ 2 - 3 หยด แล้วคลึงให้ทั่วมือก่อนนำไปลูบเส้นผมให้ทั่ว จะช่วยให้ผมชุ่มชื่นได้ดีกว่าแฮร์โค้ท

เทคนิคการดูแลผมนุ่มสวยด้วยเบบี้ออยล์

1. ในช่วงของการหมักผมด้วยเบบี้ออยล์ สามารถใช้ผ้าขนหนูชุบน้ำบิดหมาดหรือหมวกคลุมผม หรือใช้เครื่องอบไอน้ำช่วยได้ เพื่อเปิดผิวเส้นผมให้เบบี้ออยล์ซึมซับเข้าไปในเส้นผมได้ดีมากขึ้น
2. การใช้เบบี้ออยล์หลังสระผม ไม่ควรใช้ในปริมาณที่มากเกินไป เพราะอาจจะทำให้ผมมัน และลีบ
3. การเลือกเบบี้ออยล์สำหรับดูแลเส้นผม ควรเลือกเบบี้ออยล์ที่มีส่วนผสมจากธรรมชาติ เพราะจะไม่ทำลายสุขภาพของเส้นผม และยังช่วยเพิ่มวิตามินให้เส้นผมได้อีกด้วย
4. ควรหมักผมด้วยเบบี้ออยล์สัปดาห์ละ 2 - 3 ครั้ง จะช่วยให้ผมมีสุขภาพดี และเงางามได้เร็วขึ้น

ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่สนใจดูแลตัวเอง ก็อย่าเผลอดูแลแค่ผิวพรรณหรือหุ่นเท่านั้น เพราะเส้นผมก็มีความสำคัญไม่น้อย ดังนั้นขั้นตอนในการดูแลเส้นผมจึงมีความสำคัญ ทั้งการสระ การนวด การหมัก และการใส่วิตามินบำรุง รวมถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์น้ำมันใส่ผมที่สกัดจากธรรมชาติ 6 ชนิดที่แนะนำมา หากเราใส่ใจในทุกขั้นตอนรับรองว่าผมของเราจะมีสุขภาพดีและอยู่กับเราไปอย่างยาวนานแน่นอน

loading...