hit tracker 9 วิธีลดรอยสิว…เปลี่ยนจุดด่างดำให้กลับมาเนียนใสอย่างได้ผล • สุขภาพดี

9 วิธีลดรอยสิว...เปลี่ยนจุดด่างดำให้กลับมาเนียนใสอย่างได้ผล

วิธีลดรอยสิว

"รอยสิว รอยดำ รอยแดง จุดด่างดำ" คือรอยที่เกิดขึ้นเมื่อสิวเรากลายเป็นสิวอักเสบหรือเมื่อเราพยายามบีบเค้นเอาหัวสิวออกจนผิวหนังจนอักเสบและเป็นแผลในที่สุด เมื่อสิวหายไป สิ่งที่เหลือไว้ให้เราเจ็บใจนั่นก็คือรอยสิวนั่นเอง รอยสิวมีทั้งรอยดำรอยแดง มีมากๆ ก็จะทำให้สีผิวดูกระด่างกระดำ ไม่เรียบเนียน สร้างความรำคาญใจให้ไม่น้อย เพราะไม่ว่าใครก็ย่อมอยากมีผิวหน้าที่เนียนใส ไร้สิว ไร้ริ้วรอย ซึ่งเมื่อมีรอยสิวแล้ว จะออกจากบ้านแต่ละทีก็ต้องโบ๊ะแป้งเพื่อกลบปกปิดรอยเหล่านี้ มันเป็นอะไรที่น่าหงุดหงิดใจ แต่เดี๋ยวก่อน...เรามีวิธีลดรอยสิว 9 วิธีดีๆ ที่จะเปลี่ยนผิวด่างดำ ให้กลายเป็นผิวเด้งเนียนใส อยากรู้แล้วสิ...งั้นตามมาดูกันเลย

9 วิธีลดรอยสิว..จุดด่างดำ แบบเคล็ดไม่ลับ

1. ปล่อยให้หายเอง ร่างกายนั้นสามารถซ่อมแซมตัวเองได้ดีอย่างน่าอัศจรรย์ ใครที่เป็นสิวในขณะที่ยังอายุไม่มาก (ช่วงเข้าวัยรุ่นจนถึงอายุ 20 ต้นๆ) ไม่จำเป็นต้องทำอะไรกับใบหน้า เพียงแค่ล้างหน้า บำรุงผิวไปตามปกติ ไม่ไปแกะไปบีบสิวเพิ่ม รอยสิวจะค่อยๆ จางลงและหายไปในที่สุด

2. รักษารอยสิวด้วยสมุนไพรธรรมชาติ มีผักสมุนไพรหลายชนิดที่มีคุณสมบัติช่วยลดเลือนรอยสิวให้ดูจางลง อีกทั้งยังมีความปลอดภัยสูงมาก เนื่องจากปราศจากสารเคมีอันตราย ใครอยากรักษารอยสิวด้วยสมุนไพร เรามีสูตรดีๆ หลายสูตรที่สามารถทำได้ที่บ้านมาฝากกันค่ะ

  • มะเฟือง+น้ำผึ้ง คั้นน้ำมะเฟืองสดมาผสมกับน้ำผึ้ง หรือจะเอามาเฟืองมาปอกเปลือกแล้วปั่นรวมกับน้ำผึ้งจนละเอียดก็ได้เช่นกัน จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้มาพอกหน้า ทิ้งไว้ประมาณ 10-15 นาทีแล้วล้างออก ควรทำไม่เกินอาทิตย์ละ 1 ครั้ง เพื่อไม้ให้หน้าแห้งจนเกินไป มะเฟืองอุดมไปด้วยวิตามินซี ช่วยผลัดเซลล์ผิว ทำให้ผิวขาวกระจ่างใสขึ้น ส่วนน้ำผึ้งช่วยบำรุงผิวหน้า ป้องกันไม่ให้ใบหน้าแห้งจนเกินไป สำหรับที่ผิวแห้งอยู่แล้วสามารถเพิ่มปริมาณน้ำผึ้งลงไป หรือจะแต้มแค่เฉพาะจุดดำจากสิวก็ได้
  • หอมแดง หอมแดงนอกจากจะใช้รักษาสิวได้แล้วยังสามารถช่วยลดรอยดำรอยแดงจากสิวได้ด้วย วิธีการคือ หั่นหอมแดงเป็นแว่นบางๆ ทุบๆเล็กน้อยเพื่อให้น้ำหอมแดงออกมา จากนั้นนำมาแปะบริเวณรอยสิว ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาที แล้วล้างออก สำหรับคนที่ใช้ครั้งแรกๆ อาจจะรู้สึกคันยิบๆ เป็นเรื่องปกติ แต่ถ้าแสบมากจนเกินไปให้รีบล้างออกค่ะ
  • กระเทียม สำหรับใครที่ไม่มีหอมแดง สามารถใช้กระเทียมทดแทนได้ วิธีการใช้เหมือนกัน แต่กระเทียมจะทำให้แสบหน้ามากกว่า ดังนั้นไม่ควรพอกกระเทียมไว้นานเกินไป เพราะผิวหน้าอาจจะไหม้ได้
  • มะขามเปียก+น้ำผึ้ง+นมสด มะขามเปียกมีวิตามินซีสูงมาก มีกรดผลไม้สูงเช่นเดียวกัน จึงถูกนำมาใช้ในเรื่องการผลัดเซลล์ผิวอยู่เสมอ ข้อนี้สาวๆ หลายคนคงรู้ดี สูตรนี้ให้นำมะขามเปียกมาคั้นน้ำ ใส่น้ำผึ้งและนมสดลงไป คนให้เข้ากัน นำมาพอกหน้า ระหว่างพอกให้นวดเบาๆ ทิ้งไว้ประมาณ 10 นาทีแล้วล้างออก ห้ามนำน้ำมะขามเปียกเพียวๆ มาพอกเด็ดขาด รวมทั้งห้ามพอกทิ้งไว้นานเกินไป เพราะอาจจะทำให้ผิวหน้าระคายเคืองได้ สูตรนี้ให้ทำอย่างสม่ำเสมอสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง
  • น้ำผึ้ง+ข้าวโอ๊ต เป็นอีกสูตรที่ได้รับความนิยม รวมทั้งอ่อนโยนกับผิวกว่าสูตรที่แนะนำไปแล้วข้างต้น นำข้าวโอ๊ตมาบดให้ละเอียด ผสมกับน้ำผึ้ง คนให้เข้ากัน นำส่วนผสมมาขัดหน้าเบาๆ ทิ้งไว้ประมาณ 20-30 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น สูตรนี้จะช่วยให้ผิวเนียนนุ่ม แข็งแรง ลดเลือดรอยดำรอยแดงจากสิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งผงข้าวโอ๊ตยังช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่าอย่างอ่อนโยน นอกจากหน้าจะเนียนนุ่มแล้วยังกระจ่างใสด้วย
  • ว่านหางจระเข้ เลือกใบว่านหางจระเข้ที่แก่จัด โดยจะอยู่ด้านล่างสุด นำมาปอกเปลือกแล้วล้างให้สะอาด ฝานวุ้นที่ได้บางๆแล้วนำมาแปะบริเวณรอยสิว หรือจะนำวุ้นไปปั่นให้ละเอียดแล้วนำมาพอกทั่วทั้งหน้าก็ได้ ทิ้งไว้ประมาณ 30-45 นาที แล้วล้างออก วิธีนี้สามารถทิ้งไว้ได้นานเพราะว่านหางจระเข้ไม่ทำให้แสบผิว ช่วยบำรุงผิวให้อิ่มน้ำไม่แห้งกร้าน ช่วยให้รอยสิวแลดูจางลง เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวมันเพราะช่วยควบคุมความมันบนใบหน้าได้ด้วย แต่ว่าคนที่มีผิวแห้งและผิวผสมก็ใช้ได้เช่นกันค่ะ
  • สัปปะรด+น้ำผึ้ง คั้นน้ำสัปปะรดสดๆ แล้วนำมาผสมน้ำผึ้ง ทาบางๆ ที่ผิวหน้า ทิ้งไว้ 10-15 นาทีแล้วล้างออก หากรู้สึกแสบให้ล้างออกทันทีไม่ต้องฝืน สูตรช่วยลดรอยสิวได้ดี อีกทั้งยังช่วยควบคุมความมันบนใบหน้าได้อีก แต่ว่าเนื่องจากสับปะรดมีความเป็นกรดมากพอสมควร สูตรนี้จึงไม่เหมาะกับผู้ที่มีสภาพผิวบอบบางค่ะ
  • มะนาวสด คั้นน้ำมะนาวแล้วใช้สำลีก้านชุบน้ำมะนาวจนชุ่ม แล้วนำมาแต้มบริเวณรอยสิว ทิ้งไว้ 10-15 นาทีแล้วล้างออก สามารถทำได้อาทิตย์ละ 1-2 ครั้ง ควรทำก่อนนอนเพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้ผิวถูกทำร้ายจากแสงแดด ประมาณ 2-4 สัปดาห์จะเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน
  • มะนาว+น้ำมันมะกอก ผสมน้ำมะนาวและน้ำมันมะกอกในอัตราส่วน 1:1 คนให้เข้ากัน นำสำลีจุ่มส่วนผสมแล้วมาป้ายที่รอยสิว ทิ้งไว้ 2-5 นาทีแล้วล้างออก รอยสิวจะลดลงได้
  • น้ำผึ้ง+โยเกิร์ตธรรมชาติ โยเกิร์ตมีกรดอ่อนๆ อยู่ซึ่งช่วยผลัดเซลล์ผิว ช่วยให้รอยสิวจางลง นำโยเกิร์ตมาผสมกับน้ำผึ้งในอัตราส่วนที่เท่ากัน พอกที่รอยสิวหรือจะพอกให้ทั่วใบหน้าก็ได้ ทิ้งไว้ 10-15 นาทีแล้วล้างออก โยเกิร์ตทำให้ผิวแข็งแรงและกระจ่างใส ส่วนน้ำผึ้งช่วยบำรุงผิวหน้า ทำให้หน้าชุ่มชื่น ไม่แห้งกร้าน
  • น้ำผึ้ง+อบเชย อบเชยเป็นสมุนไพรชั้นยอดที่มีคุณสมบัติช่วยลดรอยด่างดำจากสิว อีกทั้งยังช่วยลดการอักเสบของสิวได้เป็นอย่างดี นำน้ำผึ้งมาผสมกับเชย แล้วนำมาพอกให้ทั่วใบหน้า นวดเน้นเบาๆบริเวณรอยสิว ทิ้งไว้จนรู้สึกแห้งติดผิวหน้า แล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น สูตรนี้ทำให้ผิวหน้าตึงกระชับและเนียนใส
  • มะเขือเทศ จัดเป็นไอเทมเด็ดสำหรับบำรุงผิวเลยทีเดยวสำหรับมะเขือเทศ เนื่องจากอุดมไปด้วยวิตามินซีและสารต้านอนุมูลิสระอย่างไลโคปีน ซึ่งช่วยผลัดเซลล์ผิว ทำให้รอยสิวจางลง ผิวหน้าขาวใสอมชมพู เพียงนำมะเขือเทศมาล้างให้สะอาด หั่นมะเขือเทศเป็นแว่นๆแล้วนำมาปั่นจนละเอียด นำมะเขือเทศปั่นมาพอกให้ทั่วใบหน้า ทิ้งไว้ 30-45 นาทีแล้วล้างออก ทำสัปดาห์ละ 1-2 ครั้ง คุณจะเห็นผลลัพธ์ที่ดีขึ้นภายใน 1 เดือน
  • มะเขือเทศ+ข้าวโอ๊ต+โยเกิร์ต นำมะเขือเทศมาคั้นเอาแต่น้ำ ผสมโยเกิร์ตและข้าวโอ๊ตบดลงไปแค่พอข้นๆ นำมาพอกหน้าทิ้งไว้ 20-30 นาที ข้าวโอ๊ตจะช่วยขัดผิว กำจัดเซลล์ที่ตายแล้วรวมไปถึงรอยดำต่างๆ ส่วนโยเกิร์ตนั้นเป็นกรดอ่อน เสริมประสิทธิภาพของข้าวโอ๊ต สุดท้ายนี้สารอาหารผิวที่อยู่ในมะเขือเทศจะช่วยบำรุง เรียกว่าสวยครบ จบในหนึ่งเดียวสำหรับสูตรนี้
  • มะละกอสุก ในมะละกอมีเอนไซม์ธรรมชาติที่เรียกว่า ปาเปอิน ซึ่งเป็นเอนไซม์ที่ย่อยโปรตีนได้ ประโยชน์ในข้อนี้ทำให้มะละกอสุกช่วยลดเลือนรอยด่างดำ เพราะรอยดำๆนั้นก็คือเม็ดสีเมลานินซึ่งก็เป็นโปรตีนชนิดหนึ่งนั่นเอง นำมะละกอสุกมาปอกเปลือก เอาเนื้อไปปั่นให้ละเอียดแล้วนำมาพอกผิว ทิ้งเอาไว้ 15-20 นาทีแล้วล้างออก ทำบ่อยๆ ผิวจะขาวกระจ่างใสเพราะเซลล์ผิวเก่าถูกผลัดออกไป กระตุ้นให้ผิวใหม่เกิดขึ้นมาแทน
มะละกอสุกลดรอยสิว
  • มันฝรั่ง+น้ำผึ้ง มันฝรั่งก็มีเอนไซม์ธรรมชาติที่ช่วยย่อยโปรตีนได้เหมือนกันมะละกอสุก นำมันฝรั่งไปปอกเปลือก ล้างให้สะอาดแล้วหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ จากนั้นนำไปปั่นรวมกับน้ำผึ้งให้เนื้อเนียนละเอียด นำส่วนผสมที่ได้มาพอกหน้าทิ้งไว้ 10-15 นาทีแล้วล้างออกด้วยน้ำอุ่น
  • หัวไชเท้า+น้ำมะนาว นำหัวไชเท้ามาปอกเปลือกแล้วล้างให้สะอาด หั่นเป็นชิ้นเล็ก ปั่นรวมกับน้ำมะนาว อาจจะเจือจางด้วยน้ำเล็กน้อย จะได้สะดวกเวลานำมาพอกหน้า พอกนาน 10-15 นาทีแล้วล้างออก ช่วยลดเลือนริ้วรอยได้เป็นอย่างดี
  • แตงกวา+มะนาว+น้ำผึ้ง หั่นแตงกวาเป็นชิ้นแล้วเอาปั่น คั้นเอาแต่น้ำ ผสมกับน้ำผึ้งและน้ำมะนาวในสัดส่วน 1:1:1 จากนั้นนำส่วนผสมที่ได้มาทางบางๆ บนใบหน้า ทาทิ้งไว้ประมาณ 20 แล้วล้างออก มะนาวกับแตงกวามีสรรพคุณช่วยลดรอยดำ ส่วนน้ำผึ้งป้องกันผิวหน้าแห้ง ทำให้ผิวเนียนนุ่ม

การพอกหน้ามีสิ่งสำคัญหลายสิ่งที่ต้องใส่ใจ ห้ามละเลยเด็ดขาดคือ หากพอกหน้าด้วยส่วนผสมที่มีกรดผลไม้ผสมอยู่ (เช่นมะนาว มะขาม) ไม่ควรพอกทิ้งไว้นานเกินไป เพราะอาจจะทำให้ระคายเคืองได้ การพอกควรพอกในเวลาก่อนจะนอน เพื่อให้ผิวได้พักผ่อนและหลีกเลี่ยงการโดนแสงแดดไปได้หลายชั่วโมง การพอกผิวทั้งหมด ห้ามขัด/ถู/ล้าง/เช็ด ด้วยความรุนแรง เพราะอาจจะทำให้ผิวหน้าอักเสบและบวมแดงได้ ไม่ควรพอกบ่อยจนเกินไปเพราะจะทำให้ผิวบางลงและไวต่อแดด หลังล้างส่วนผสมที่พอกออกหมดแล้ว เช็ดหน้าด้วยผ้านุ่มๆ จนแห้ง ที่สำคัญห้ามลืมบำรุงผิวอย่างเด็ดขาดค่ะ

3. รอยสิวจางลงได้ด้วยน้ำแข็ง นำน้ำแข็งก้อนมาห่อด้วยผ้าขนหนูนุ่มๆ นำมาประคบเบาๆ บริเวณรอยสิวหรือสิวที่ยังอักเสบอยู่ก็ได้ ความเย็นจะช่วยบรรเทาอาการคันและอักเสบลง จึงทำให้เราหยุดแกะเกาสิวไปได้ ซึ่งมีผลช่วยลดรอยสิวกันทางอ้อมนั่นเอง

4. รักษารอยสิว จุดด่างดำได้ด้วยไข่ขาว เตรียมไข่โดยตอกไข่แล้วแยกไข่ขาวออกจากไข่แดง ล้างหน้าให้สะอาด นำไข่ขาวมาทาที่ใบหน้าบางๆ รอจนแห้งตึงเล็กน้อยแล้วค่อยล้างออกด้วยน้ำสะอาด ทำสัปดาห์ละ 1 ครั้งจะเห็นถึงผลลัพธ์ที่แตกต่าง

5. การลอกหน้าด้วยกรดผลไม้ เช่น กรด AHA,BHA,TCA เป็นต้น กรดเหล่านี้จะช่วยลอกเซลล์ผิวหนังชั้นบนสุดออกไป เร่งการผลัดเซลล์ผิว กระตุ้นให้เซลล์ผิวเกิดใหม่ขึ้น จึงทำให้รอยสิวจางลงอย่างเห็นได้ชัด แต่การใช้กรดลอกหน้า

6. ผลิตภัณฑ์ลดเลือนจุดด่างดำ มีครีมบำรุงผิวหลายยี่ห้อที่มีคุณสมบัติช่วยลดรอยสิว จะรู้ได้อย่างไรว่าครีมตัวไหนลดรอยดำได้ ให้เลือกครีมที่ส่วนผสมของวิตามินอี วิตามินซี กลูต้าไธโอน อาร์บูติน ทรานซามิน เป็นต้น ใครที่ไม่รู้ว่าจะเลือกอะไรดี เรามีตัวอย่างครีมดีๆ มาเป็นทางเลือกในการตัดสินใจค่ะ

  • Hiruscar เนื้อครีมมีลักษณะเป็นเจลซิลิโคนใส ไม่มีสี ซึมง่ายและเร็ว ไม่เหนียวเหนอะหนะ ใช้ทาบางๆบริเวณที่เป็น ส่วนตรงไหนที่เป็นแผลเป็นนูน ให้ทาและนวดไปด้วยจนกว่าเนื้อเจลจะซึมทั้งหมด สามารถทาได้บ่อยเท่าที่ต้องการเพราะค่อนข้างอ่อนโยนต่อผิวและไม่มีแอลกอฮอล์ ขนาด 10 กรัม ราคา 350 บาท
  • Mederma เป็นครีมลดรอยสิวยอดนิยมอันดับหนึ่งในใจใครหลายๆคน ช่วยลดรอยดำจากสิวได้ดีมาก ทาแล้วไม่ทำให้หน้ามัน แต่ว่ามีส่วนผสมของแอลกอฮอล์จึงทำให้รู้สึกแสบตาเล็กน้อย ใครที่แพ้แอลกอฮอล์ควรหลีกเลี่ยง ขนาด 10 ราคาอยู่ที่ 330 ขึ้นไป
  • Smooth E acne scar serum เป็นเซรั่มที่อุดมไปด้วยส่วนผสมที่สกัดมาจากธรรมชาติ ช่วยลดรอยแผลเป็น ทำให้ผิวนุ่มชุ่มชื่น นอกจากนี้ยังช่วยบรรเทารอยแผลเป็นจากไฟไหม้ น้ำร้อนได้อีกด้วย ขนาด 20 กรัม ราคา 220 บาท
  • Scaderm Plus ครีมตัวนี้มีผลวิจัยรองรับเลยว่าช่วยลดรอยดำ รอยแดงให้จางลงได้ภายใน 2 สัปดาห์ อีกทั้งยังช่วยลดการเกิดสิวใหม่ ลดการเกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น ชะลอความชราของผิวได้เป็นอย่างดี ขนาด 10 กรัม ราคา 425 บาท
  • Scagel สำหรับตัวนี้เป็นครีมที่เนื้อครีมบางเบา ซึมง่าย กลิ่นไม่รุนแรง มีส่วนผสมจากสมุนไพรธรรมชาติที่ช่วยกระตุ้นการผลัดเซลล์ผิว จึงช่วยลดเลือนรอยดำรอยแดงจากสิวได้ ขนาด 9 กรัม ราคา 158 บาท ยี่ห้อนี้ชอบจัดโปรบ่อยๆ ใครมีปัญหารอยสิว อย่าลืมไปดูกันนะคะ
  • 7. ผลิตภัณฑ์ในกลุ่มเรตินอยด์ ช่วยผลัดเซลล์ผิว ช่วยลดจุดด่างดำและรอยแผลจากสิวได้ดีมาก ยี่ห้อที่มีชื่อเสียงมากคือ เรตินเอและดิฟฟารีน สามารถหาซื้อได้ตามร้านขายยาทั่วไป สำหรับใครที่ยังไม่เคยใช้แนะนำให้ใช้ดิฟฟารีนเพราะมีผลข้างเคียงน้อยกว่ามาก อย่างไรก็ตามไม่ควรใช้ติดต่อกันนานจนเกินไป เพราะยานี้ต้องใช้ตับในการขับออก หากใช้นานๆ อาจจะส่งผลต่อตับได้

    8. การรักษาด้วยวิธี IPL เป็นวิธีการยิงลำแสงความเข้มสูงเช้าสู่ผิวหนัง เพื่อช่วยขจัดรอยดำรอยแผลเป็นจากสิว นอกจากรอยสิวแล้ว วิธีนี้ยังช่วยรักษาฝ้า กระ ริ้วรอยต่างๆ รวมไปถึงกำจัดขนตามร่างกายได้ด้วย

    9. การเลเซอร์ YAG จะยิงคลื่นแสงเข้าสู่ผิวหนัง ทำให้เม็ดสีผิวกระจายและกลายเป็นสะเก็ด จากนั้นก็จะค่อยๆ หลุดไปในภายหลัง แต่ต้องทำซ้ำทุก 2 อาทิตย์ เพื่อผลการรักษาที่ดี

    เลเซอร์ลดรอยสิว

    ​ดูแล​ตัวเองอย่างไรไม่ให้มีรอยสิว

    วิธีดูแลตัวเอง เพื่อป้องกันไม่ให้เป็นสิว

    • หลีกเลี่ยงการทานอาหารหวานๆ มันๆ
    • เลือกทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำให้เพียงพอ
    • สระผมบ่อยๆ อย่าปล่อยให้ผมมัน 
    • ใช้ผลิตภัณฑ์ที่อ่อนโยนกับผิวหน้า 
    • เลิกใช้สบู่ที่เป็นเบสแรงๆ มาล้างหน้า 
    • เลิกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีน้ำมันเป็นส่วนผสม หลีกเลี่ยงผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของสี แอลกอฮอล์ น้ำหอม
    • ล้างหน้าให้สะอาดเช้าเย็น วันละ 2 ครั้ง 
    • พยายามขับถ่ายให้เป็นเวลา 
    • พยายามทำให้จิตใจให้แจ่มใส ไม่เครียด ไม่นอนดึก
    • ห้ามแกะเกาบีบสิว ไม่จับต้องใบหน้าโดยไม่จำเป็น
    • ไม่ขัดหน้า/นวด/ถูหน้าแรงๆ 

    "รอยสิว" เป็นเรื่องธรรมชาติที่จะเกิดขึ้นหากสิวอักเสบยุบลงหรือหลังจากที่เราบีบสิว อีกนัยหนึ่งรอยสิวคือสิ่งที่เกิดจากฝีมือเรานี่เอง หากไม่อยากมาเสียเวลารักษารอยดำรอยแดง มาคอยนั่งลงรองพื้นเพื่อปกปิดรอยสิวเหล่านี้ ต้องดูแลตัวเองโดยพยายามอย่าให้เป็นรอยสิวตั้งแต่แรก แต่หากใครเป็นรอยสิวไปแล้วสามารถเลือกนำเคล็ดลับ 9 วิธีลดรอยสิวที่นำเสนอไป อาจจะต้องใช้เวลาและความอดทนนิดหน่อย แต่ผลลัพธ์นับว่าคุ้มค่าอย่างแน่นอน

    loading...